การผ่าตัดด้วยเทคนิคใหม่ช่วยคนไข้อัมพาตขยับมือได้อีกครั้ง
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้

สุขภาพ : ผ่าตัดย้ายเส้นประสาทเทคนิคใหม่ที่ช่วยผู้ป่วยอัมพาตกลับมาขยับได้อีกครั้ง

  • 15 กรกฎาคม 2019

ทีมศัลยแพทย์ในออสเตรเลียประสบความสำเร็จในการใช้เทคนิคใหม่ในการผ่าตัดย้ายเส้นประสาท (nerve transfer) ที่ช่วยให้ผู้ป่วยอัมพาตสามารถกลับมาขยับแขนขาและทำกิจวัตรประจำวันได้อีกครั้ง

คณะแพทย์จากนครเมลเบิร์น ของออสเตรเลีย ใช้เทคนิคผ่าตัดใหม่นี้กับผู้ใหญ่ตอนต้นจำนวน 13 คน ที่ได้รับบาดเจ็บที่ไขสันหลังจนทำให้ไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวแขนขาได้ตามปกติ

ผลงานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ The Lancet โดยทีมแพทย์ได้ผ่าตัดแยกเส้นประสาทที่ทำงานตามปกติจากกล้ามเนื้อหัวไหล่หรือแขนท่อนบน แล้วนำส่วนปลายประสาท (nerve ending) ที่ได้มาเชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อแขนท่อนล่าง เพื่อฟื้นฟูการขยับข้อมือ การใช้มือหยิบจับ และการงอข้อศอก

หลังจากคนไข้ที่เข้ารับการผ่าตัดด้วยเทคนิคใหม่นี้ทำกายภาพบำบัดอย่างเข้มข้นเป็นเวลา 2 ปี พวกเขาก็สามารถใช้มือทำกิจวัตรประจำวันได้อีกครั้ง เช่น เขียนหนังสือ แต่งหน้า หยิบเงิน และกิจกรรมที่ต้องใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกเขาได้มาก

แพทย์หญิง นาตาชา แวน ซิล จากโรงพยาบาลออสตินเฮลธ์ (Austin Health Hospital) ในนครเมลเบิร์น ผู้นำทีมวิจัยนี้กล่าวว่า "ดิฉันมีคนไข้รายหนึ่งที่ มัน (การผ่าตัด) ไม่ใช่แค่ช่วยเปลี่ยนชีวิต แต่เป็นการรักษาชีวิต"

บรรดานักวิจัยในแวดวงการแพทย์ยกย่องให้นี่เป็นการทดลองครั้งใหญ่ที่สุดในการใช้เทคนิคผ่าตัดลักษณะนี้ โดยข้อดีของการผ่าตัดย้ายเส้นประสาทคือช่วยให้คนไข้อัมพาตสามารถเคลื่อนไหวได้เป็นธรรมชาติและหยิบจับได้อย่างแม่นยำ ในขณะที่การผ่าตัดย้ายเส้นเอ็น (tendon transfer) ซึ่งเป็นวิธีดั้งเดิมนั้น ช่วยในการฟื้นฟูความสามารถในการยกวัตถุน้ำหนักมาก

อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดย้ายเส้นเอ็น มีข้อเสียคือมักจะมีแผลผ่าตัดขนาดใหญ่ และต้องใส่เฝือกหลังการผ่าตัด จึงทำให้การผ่าตัดไม่เป็นที่นิยม ในขณะที่การผ่าตัดย้ายเส้นประสาทสามารถมุ่งรักษากล้ามเนื้อที่เป็นอัมพาตได้โดยตรง และสามารถทำได้พร้อมกันหลายจุดในการผ่าตัดครั้งเดียว ซึ่งทำให้คนไข้ใช้เวลาในการฟื้นตัวน้อยกว่า

ส่วนในประเทศไทยนั้น อาจารย์ประจำภาควิชาออร์โทปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สามารถผ่าตัดย้ายเส้นประสาทส่วนปลายในผู้ป่วยอัมพาตได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประเทศ โดยมีการเปิดเผยข่าวดีนี้เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา