สุขภาพจิต : “แฟนไม่ยอมให้ผมเห็นเธอเปลือยเปล่า”

  • 26 กันยายน 2019
Liane and Mitch Image copyright BBC Three
คำบรรยายภาพ มิตช์ กับ ลีอาน คบหากันมาเกือบ 2 ปีแล้ว

ผมรัก ลีอาน แฟนของผมมาก ผมแค่อยากให้เธอรู้สึกแบบเดียวกันนี้กับตัวของเธอเอง

เธอเป็นคนตลก และเป็นคนสวย เจ้าของดวงตาสีฟ้า และผมยาวสลวยที่เธอมักย้อมสีสันต่าง ๆ ไม่ซ้ำกัน ล่าสุดมันเป็นสีแดงเพลิง กับรอยยิ้มที่แสนงดงาม

แต่ลีอานเกลียดรูปร่างหน้าตาของตัวเอง และชอบพูดว่าตัวเองน่าเกลียดและน่าขยะแขยงวันละหลาย ๆ ครั้ง เธอมองว่าตัวเองอ้วนทั้งที่ไม่ได้เป็นเช่นนั้น และรู้สึกว่าใบหน้าเอียงผิดรูปทั้งที่ความจริงมันเท่ากัน

เราพบกันทางเว็บหาคู่ ทินเดอร์ เมื่อปี 2015 ซึ่งเป็นสิ่งที่ลีอานชอบเพราะเธอสามารถควบคุมได้ว่าจะให้ตัวเองออกมาเป็นอย่างไรในภาพถ่าย อันที่จริงเธอดูมีความมั่นใจในตัวเองมาก ตอนที่เราพบกันครั้งแรก ๆ

ผมไม่เคยรู้สึกสบายใจกับใครได้รวดเร็วเหมือนกับเธอ มันมีบางอย่างเกี่ยวกับเธอที่ดึงดูดใจผมอย่างที่สุด เราเข้ากันได้อย่างน่าทึ่ง และภายในเวลาไม่กี่เดือน ผมก็รู้ว่าผมได้ตกหลุมรักเธอเข้าแล้ว

ปัญหารูปลักษณ์

แต่หลังจากเราคบกันได้ 6 เดือน มันก็เริ่มชัดเจนว่าปัญหาเรื่องรูปลักษณ์ของลีอาน มันมีอะไรมากกว่าแค่การไม่มีความมั่นใจในตัวเอง

ครั้งหนึ่งเรากำลังจะออกไปข้างนอก แต่เธอกลับพบว่าสเปรย์ฉีดผมหมด ตอนนั้นผมบอกได้เลยว่าเธออารมณ์เสีย และเป็นกังวลว่าทรงผมของเธอจะดูไม่ดี ผมเลยออกไปซื้อสเปรย์กระป๋องใหม่มาให้ มันต่างจากของที่เธอใช้เป็นประจำนิดหน่อย มันทำให้เธอโกรธมาก ถึงขั้นที่เตะทำลายข้าวของ และเราก็ลงเอยด้วยการทะเลาะกันใหญ่โต

Image copyright BBC Three
คำบรรยายภาพ ความวิตกกังวลเรื่องรูปร่างหน้าตาของลีอานส่งผลกระทบต่อชีวิตของเธอและคนรอบข้าง

เมื่อเราทั้งคู่อารมณ์เย็นลง ผมตระหนักได้ว่าพฤติกรรมของเธอ ตั้งแต่การพูดถึงตัวเองในเชิงลบ ไปจนถึงพิธีกรรมขั้นตอนต่าง ๆ ในการแต่งองค์ทรงเครื่องของเธอ มันไม่ใช่เรื่องปกติ

ผมเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ หรือ obsessive-compulsive disorder (OCD) เหมือนกัน แต่อยู่ในระดับที่สามารถจัดการได้ แม้ว่าเมื่อก่อนจะเคยมีอาการหนักกว่านี้ ผมจึงรู้ได้ทันทีว่าพฤติกรรมบางอย่างของเธออาจเป็นอาการของโรควิตกกังวล (anxiety disorder) อย่างหนึ่ง ผมจึงแนะนำให้เธอไปพบแพทย์ และแม้ว่าเธอจะรู้สึกไม่แน่ใจในตอนแรก แต่ผมคิดว่าเธอรู้สึกโล่งใจที่เราพูดเรื่องนี้กันอย่างตรงไปตรงมา

โรคคิดว่าตนเองมีรูปร่างหรืออวัยวะผิดปกติ

การพบแพทย์ครั้งนั้นทำให้เธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น โรคคิดว่าตนเองมีรูปร่างหรืออวัยวะผิดปกติ หรือ body dysmorphic disorder (BDD) ซึ่งมีผู้ป่วยเป็นโรคนี้ราว 2% ของประชากรทั่วไป โดยคนกลุ่มนี้มักคิดว่าตัวเองหน้าตาน่าเกลียดเมื่อเทียบกับคนอื่น และมีความวิตกกังวลกับอวัยวะบางส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะใบหน้า

ลีอาน เพิ่งจะเข้ารับการบำบัดโรค BDD และแม้เธอจะได้รับการวินิจฉัยแล้ว แต่การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับโรคนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแม้ผมจะไม่ใช่ผู้ป่วย แต่การใช้ชีวิตร่วมกับลีอาน ก็หมายความว่า BDD เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผมเช่นกัน วันแล้ววันเล่ามันสามารถสร้างปัญหาที่คาดไม่ถึงได้ เช่น เวลาที่เราจะออกไปบาร์น้ำผลไม้ แต่ลีอานตัดสินใจกะทันหันว่าจะไม่เข้าไป เพราะมีผู้หญิงที่เธอคิดว่าสวยกว่าตัวเธอนั่งอยู่ข้างใน

บางครั้งอาการของเธอก็น่ากลัวมาก โดยในสารคดีทางช่องบีบีซีทรี เรื่อง Ugly Me: My Life with Body Dysmorphia เผยให้เห็นลีอาน เล่าว่าความรู้สึกเชิงลบเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตาตัวเองทำให้เธออยากข่วนหน้าและจุดไฟเผาผมของตัวเอง

Image copyright BBC Three
คำบรรยายภาพ โรค BDD ของลีอาน ทำให้บางครั้งมิตช์กังวลว่าจะไม่สามารถวางแผนอนาคตร่วมกับเธอได้

ที่จริงผมเคยอยู่ในเหตุการณ์ตอนที่เธอพยายามจะเผาผมตัวเอง ผมแย่งไฟแช็กแล้วปัดเส้นผมเธอให้พ้นไฟ เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนที่เราเพิ่งจะเริ่มคบกันไปได้เพียงไม่กี่เดือน และผมรู้สึกตกใจกลัวมาก มันไม่มีอะไรที่ผมจะพูดหรือทำเพื่อหยุดยั้งเธอได้

ส่วนที่ยากที่สุดก็คือเราไม่สามารถมีความลึกซึ้งกันได้แบบคู่รักทั่วไป มันเป็นเรื่องยากสำหรับลีอานที่จะเปลือยกายต่อหน้าผม ครั้งล่าสุดที่เราทำคือเมื่อ 2-3 เดือนก่อน และมันเป็นแค่การเล้าโลม ยังไม่ถึงขั้นที่มีอะไรลึกซึ้งกัน

ตามปกติผมมักจะรอให้เธอเป็นคนเริ่ม เพราะผมรู้ว่านั่นคือตอนที่เธอรู้สึกสบายใจ แต่สิ่งที่น่ารำคาญใจก็คือเธอมักอยากให้ผมเป็นคนเริ่มก่อน นั่นจึงทำให้เรามีอะไรกันเป็นครั้งคราวเท่านั้น

การมีสัมพันธ์ลึกซึ้ง

ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับว่าลีอานมีอารมณ์และความรู้สึกอย่างไรในขณะนั้น เราอาจเริ่มทำ แต่ถ้าเธอรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง เราก็จะหยุด บางครั้งมันก็ทำให้ผมรู้สึกเครียดและวิตกกังวล และถึงแม้ว่าเซ็กส์จะไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด และมันก็ยังคงเป็นเรื่องใหญ่ในความสัมพันธ์ของคนที่เป็นคู่รักกัน

ผมมักใช้หนังสำหรับผู้ใหญ่ในการ "ปลดปล่อยตัวเอง" และลีอานจะโกรธมากเวลาที่เจอหนังโป๊ในโทรศัพท์ผม เธอไม่อยากให้ผมดูหนังพวกนี้ เพราะเธอคิดว่าผมชอบดูมันมากกว่าจะมีเซ็กส์กับเธอ

เราลองใช้วิธีต่าง ๆ เพื่อที่จะได้มีอะไรกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การออกเดทในยามค่ำคืน การเอ่ยชมว่าเธอมีเสน่ห์น่าดึงดูดใจเพียงใด หรือการให้เวลาเธอจนกว่าเธอจะพร้อม

แต่ถ้าเธอรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองมันก็เป็นเรื่องยาก มันหมายความว่าเราจะไม่สามารถวางแผนอนาคตร่วมกันได้ พวกเราเคยคุยกันเรื่องแต่งงานและมีลูก ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมอยากมี แต่ลีอานกลับไม่มีท่าทีกระตือรือร้น เพราะเธอมองว่าการมีลูกอาจส่งผลต่อร่างกายของเธอ

Image copyright BBC Three
คำบรรยายภาพ ลีอานรักการวาดภาพเป็นชีวิตจิตใจ

เราอายุ 29 ปีเท่ากัน มันเป็นวัยที่เพื่อนทุกคนของเธอกำลังจะแต่งงานมีครอบครัว และเธอก็คงบอกว่าเธออยากจะแต่งงาน แต่โรค BDD ไม่ยอมให้ทำได้

ปัจจุบัน ลีอานเข้ารับการบำบัด และมันก็ช่วยให้เธอดีขึ้น แต่ก็ยังมีบางครั้งที่ผมคิดว่าเราควรแยกทางกัน

ครั้งหนึ่งเราไปเที่ยวบาร์กับเพื่อน ๆ หลังดูคอนเสิร์ตเสร็จ แล้วก็มีเพื่อนผู้ชาย 2-3 คนตามมาสมทบโดยพาผู้หญิงที่พวกเขารู้จักมาด้วย ลีอานโกรธมาก ผมคิดว่าตอนนั้นเธอคงรู้สึกว่าตัวเองน่าเกลียดเมื่อเทียบกับผู้หญิงเหล่านั้น เธอเริ่มอารมณ์เสียใส่ผม แล้วออกจากร้านไป

ผมเดาว่ามันเป็นกลไกการปกป้องตัวเองของเธอ แต่เราคบหากันมา 18 เดือนแล้ว และเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ก็สะสมขึ้นเรื่อย ๆ เธอทำแบบนี้เป็นประจำ การที่เดินออกจากร้านหรือบาร์เวลาที่โมโห เพราะใครบางคนอาจไปสะกิดโรค BDD ของเธอเข้า แล้วก็มาอารมณ์เสียใส่ผม

รับความช่วยเหลือ

หลังจากเหตุการณ์ที่บาร์ครั้งนั้น ผมบอกเธอว่ามันเริ่มจะมากเกินไปแล้ว และเธอจะต้องได้รับการช่วยเหลือ เพราะผมไม่สามารถทนมันได้อีกต่อไป

บ่อยครั้งที่ผมรู้สึกเหมือนว่านอกจากลีอานแล้ว ยังมีโรค BDD เป็นปิศาจในตัวเธอ ผมเรียนรู้ที่จะไม่ตอบสนองโดยตรงเวลาที่เธอพูดว่า "ฉันดูโทรม" แต่ผมจะสร้างความมั่นใจให้เธอด้วยการแตะที่แขนหรือมือ หรือไม่ก็ดึงเธอมากอด

ผมเก็บเรื่องนี้เป็นความลับอยู่นาน ผมไม่ได้บอกครอบครัวหรือเพื่อนฝูง เพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของลีอาน แต่เมื่อปีก่อนผมอยากระบายความอัดอั้นตันใจที่มี ผมเลยเล่าให้พ่อกับแม่ฟัง พวกท่านให้กำลังใจผมเต็มที่ แม่ของผมทำงานด้านสุขภาพจิต และเข้าใจสถานการณ์ของลีอาน แม้ว่าความกังวลหลักของท่านคือเป็นห่วงว่าผมจะมีความสุขหรือไม่ ซึ่งผมให้ความมั่นใจกับแม่ว่าผมยังมีความสุขดี

แต่เพื่อนฝูงกลับต่างออกไป เพราะพอได้รู้เรื่องโรค BDD ของลีอาน พวกเขาคิดว่ามันเป็นการยากที่จะเข้าใจเรื่องที่ผมกับแฟนไม่สามารถมีอะไรลึกซึ้งกันได้เหมือนคู่รักทั่วไป พวกเขามักพูดว่า "ฉันคงรับมันไม่ได้" อะไรทำนองนี้

แต่ผมเชื่อมั่นอย่างเต็มหัวใจในความรักที่ลีอานและผมมีให้กัน ผมรับมือกับมันแบบวันต่อวัน และฉลองช่วงเวลาดี ๆ ที่เรามีร่วมกัน เรายังคงหัวเราะด้วยกันทุกวัน เรายังแบ่งปันกันทุกเรื่อง และเธอยังคงเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของผม

ผมรู้ว่า โรค BDD ของลีอาน จะไม่มีวันหายขาด แต่ผมอยากอยู่ในจุดที่ผมไม่รู้สึกว่าตัวเองต้องคอยระวังตัวอยู่ตลอดเวลา และอยากให้เธอมีความมั่นใจในตัวเอง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม