โบราณคดี : เทคนิคใหม่ช่วยเผยว่าโครงกระดูก “คู่รักแห่งโมเดนา”เป็นผู้ชายทั้งคู่

  • 14 กันยายน 2019
Skeleton Image copyright Archeomodena
คำบรรยายภาพ โครงกระดูกจากสมัยจักรวรรดิโรมันคู่นี้ กุมมือกันมานานราว 1,600 ปีแล้ว

ทีมนักวิจัยในอิตาลีใช้เทคนิคใหม่ทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยเปิดเผยว่า โครงกระดูก "คู่รักแห่งโมเดนา"( Lovers of Modena) ซึ่งโด่งดังไปทั่วโลกในฐานะสัญลักษณ์แห่งความรักที่เป็นอมตะ แท้ที่จริงแล้วเป็นโครงกระดูกของผู้ชายทั้งคู่ ไม่ใช่คู่รักหญิงชายแบบที่เชื่อกันก่อนหน้านี้

โครงกระดูกจากสมัยจักรวรรดิโรมันคู่นี้ถูกยกให้เป็น สัญลักษณ์แห่งความรักชั่วนิรันดร เพราะโครงกระดูกทั้งสองถูกพบอยู่ในลักษณะกุมมือกันจวบจนวาระสุดท้ายของชีวิตนั่นเอง

ตอนที่มีการขุดค้นพบในเมืองโมเดนา ของอิตาลี เมื่อปี 2009 ทีมนักวิจัยยังไม่สามารถระบุเพศของโครงกระดูกทั้งสองได้ เนื่องจากอยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ โดยคาดว่าโครงกระดูกมีอายุราว 1,600 ปี

แต่ความก้าวหน้าทางวิทยาการในปัจจุบันช่วยให้ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโบโลญญา นำเทคนิคใหม่ในการตรวจสอบเพศโดยใช้โปรตีนจาก เคลือบฟัน (enamel)

Image copyright Archeomodena
Image copyright Archeomodena

ทีมนักวิจัยระบุว่า โครงกระดูกของชายในวัยผู้ใหญ่ทั้งสองถูกฝังไว้โดยจงใจให้อยู่ในท่ากุมมือกัน อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบชัดเจนถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่

เฟเดอริโก ลุคลี หนึ่งในทีมวิจัยระบุว่า มีข้อสันนิษฐานต่าง ๆ ถึงความสัมพันธ์ของชายทั้งสอง เช่น พี่ชายน้องชาย ลูกพี่ลูกน้อง หรือ ทหารที่เสียชีวิตด้วยกันในการสู้รบ

Image copyright Archeomodena
คำบรรยายภาพ นอกจากโครงกระดูกทั้งสองแล้ว ยังพบโครงกระดูกอื่นอีก 11 โครง ถูกฝังไว้บริเวณนั้น

นักวิจัยระบุว่า บริเวณที่พบเป็นสุสานยุคโบราณตอนปลาย ช่วงปี ค.ศ. 4-6 โดยนอกจากโครงกระดูกทั้งสองแล้ว ยังพบโครงกระดูกอื่นอีก 11 โครง ถูกฝังไว้บริเวณนั้น ซึ่งโครงกระดูกบางส่วนมีร่องรอยของการบาดเจ็บรุนแรง ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากความรุนแรงในสงครามการสู้รบ

นอกจากนี้ ทีมนักวิจัยยังตั้งข้อสันนิษฐานว่าจุดที่พบโครงกระดูกอาจเคยเป็นสุสานฝังผู้เสียชีวิตจากสงคราม พร้อมชี้ว่า การค้นพบครั้งนี้ช่วยให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการทำความเข้าใจธรรมเนียมปฏิบัติในการฝังศพของผู้คนที่อาศัยอยู่ในยุคสมัยนั้น

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม