คำพูดติดปากของผู้ใหญ่ "เด็กสมัยนี้..." เกิดจากอคติแฝง-ความทรงจำผิดเพี้ยน

  • 11 พฤศจิกายน 2019
Father speaking to toddler boy Image copyright Getty Creative

ถ้อยคำบ่นว่าจากคนรุ่นอาวุโสที่ได้ยินได้ฟังกันบ่อยครั้ง คงหนีไม่พ้นประโยคที่ขึ้นต้นว่า "เด็กสมัยนี้..." ตามด้วยข้อความแสดงการตำหนิคนรุ่นใหม่ว่ามีอุปนิสัยใจคอหรือความสามารถไม่ดีเด่นเท่าเทียมกับคนรุ่นก่อน

ดูเหมือนว่าทัศนคติแบบนี้จะเกิดขึ้นกับผู้ใหญ่ในทุกยุคทุกสมัย ทำให้นักจิตวิทยาเกิดคำถามว่า ต้นตอที่มาของการดูแคลนคนรุ่นหลังและการมองโลกว่าเสื่อมถอยลงทุกขณะนั้น เกิดจากอะไรกันแน่

ทีมนักจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตซานตาบาร์บารา (UCSB) ของสหรัฐฯ จึงได้ทำการตรวจสอบ โดยลงมือวิเคราะห์ผลการทดลอง 5 ครั้ง ที่จัดทำขึ้นเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

รานงานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Science Advances ระบุว่าปรากฎการณ์ "เด็กสมัยนี้..." (The kids these days effect) แท้ที่จริงแล้วเป็นกลไกที่ฝังลึกอยู่ในจิตใต้สำนึกของผู้ใหญ่ส่วนมาก ซึ่งจะสร้างความคิดลวงที่เป็นเท็จเกี่ยวกับคนอื่นและผลิตความทรงจำที่บิดเบี้ยว ทำให้คิดเปรียบเทียบปัจจุบันกับอดีตผิดพลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะทำให้เกิดอคติกับคนรุ่นหลัง แม้ว่าเด็กหรือคนหนุ่มสาวสมัยใหม่จะไม่ได้มีข้อบกพร่องอย่างแท้จริงเลยก็ตาม

มีการทดลอง 2 ครั้ง กับผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน 1,824 คน โดยการทดลองครั้งแรกมีขึ้นเพื่อดูว่า ผู้ใหญ่ที่เข้มงวดมีแนวโน้มจะมองว่าเด็กรุ่นหลังไม่ค่อยจะให้ความเคารพต่อผู้อาวุโสกว่าหรือไม่ ส่วนการทดลองครั้งที่ 2 ศึกษาว่า ผู้ใหญ่ที่มีความเฉลียวฉลาดมีแนวโน้มจะมองว่าเด็กรุ่นหลังมีเชาวน์ปัญญาด้อยกว่าจริงหรือไม่

การทดลองครั้งที่ 3 ทำกับอาสาสมัครวัยผู้ใหญ่อีกกลุ่มหนึ่ง จำนวน 1,500 คน เพื่อสำรวจว่าผู้ใหญ่ที่คิดว่าตนเองอ่านหนังสือมากและมีทักษะการอ่านที่ดี มักจะมองว่าคนรุ่นหลังไม่ชอบอ่านหนังสือและทักษะการอ่านแย่จริงหรือไม่

ผลการทดลองทั้ง 3 ครั้งนี้พบว่า ยิ่งอาสาสมัครให้คะแนนคุณลักษณะหรือความสามารถของตนเองสูงขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งตัดสินให้คะแนนคนรุ่นหลังในเรื่องเดียวกันต่ำลงเท่านั้น เช่นผู้ใหญ่ที่คิดว่าตนเองฉลาดก็จะมองเด็กรุ่นใหม่ว่าโง่ทึบไม่มีไหวพริบตามไปด้วย

ทีมผู้วิจัยยังทำการทดลองครั้งที่ 4 และ 5 ต่อไปอีก โดยใช้อาสาสมัครชุดใหม่ครั้งละ 1,500 คน ซึ่งการทดลองครั้งที่ 4 คล้ายกับครั้งที่ 3 แต่เพิ่มคำถามเรื่องการอ่านในแง่ที่ว่า พวกเขาชื่นชอบการอ่านมากแค่ไหนในปัจจุบัน รู้สึกชื่นชอบการอ่านมากน้อยเพียงใดในวัยเด็ก และเพื่อน ๆ ในวัยเยาว์ของพวกเขาชื่นชอบการอ่านด้วยหรือไม่

Image copyright PA Media

ผลการทดลองครั้งที่ 4 พบว่า คนที่ระบุว่าตนเองยังรักการอ่านอยู่ในปัจจุบัน มักจะบอกว่าในอดีตเพื่อนสมัยเด็กของพวกเขาก็ชื่นชอบการอ่านด้วยเช่นกัน แต่คำบอกเล่านี้ขัดแย้งกับการให้คะแนนต่อคุณลักษณะของผู้อื่นในยุคปัจจุบัน ซึ่งมีแนวโน้มว่าพวกเขาจะมองทั้งเด็กรุ่นหลังและผู้ใหญ่รุ่นเดียวกันในระดับที่ด้อยกว่า

ในการทดลองครั้งที่ 5 ทีมวิจัยแกล้งบอกผลการวัดระดับความสามารถด้านการอ่านแก่กลุ่มทดลองผิด โดยบอกให้สูงขึ้นหรือต่ำลงกว่าความเป็นจริง แล้วให้พวกเขาประเมินทักษะการอ่านของผู้อื่นอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้พบว่า ผู้ที่ได้รับแจ้งว่าตนเองมีคะแนนต่ำกว่าที่คาดไว้ มีท่าทีเปลี่ยนไปและตัดสินระดับความสามารถของคนรุ่นเด็กกว่าอย่างสมเหตุสมผลมากขึ้น

ดร. จอห์น พรอตซ์โก ผู้นำทีมวิจัยสรุปว่า "สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นข้อบกพร่องด้านความทรงจำ โดยคนเรามักหยิบยกเอาสภาพการณ์ที่เผชิญอยู่ในปัจจุบัน ไปสวมทับแทนที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในอดีต จึงทำให้ดูเหมือนว่าโลกกำลังเสื่อมถอยลงตลอดเวลา"

"ความคิดเช่นนี้ของผู้ใหญ่จะเปลี่ยนแปลงไปได้ หากตกอยู่ในสถานการณ์ที่บีบบังคับให้พวกเขาต้องทบทวนถึงระดับความสามารถและคุณสมบัติที่เป็นจริงของตนเองเสียใหม่"

"อันที่จริงแล้ว เราแทบไม่มีหลักฐานเชิงภววิสัย หรือข้อเท็จจริงที่ปราศจากอคติเจือปนซึ่งหนักแน่นพอจะชี้ได้ว่า เด็กสมัยนี้ไม่เก่งหรือดีเท่ากับคนรุ่นก่อน ในกรณีที่คนเราต้องตัดสินผู้อื่น เรามีแค่ความทรงจำที่ผิดเพี้ยนและอคติทางความคิดที่แฝงมากับมันด้วยเท่านั้น" ดร. พรอตซ์โกกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม