ทำงานผิดพลาดล้มเหลวครั้งละ 15% ช่วยให้เรียนรู้สิ่งใหม่ได้ดีกว่า

  • 13 พฤศจิกายน 2019
ผู้หญิงทำงาน Image copyright Getty Creative Stock

การทำงานหรือทำแบบทดสอบต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์แบบไม่มีข้อผิดพลาด แม้จะเป็นสิ่งที่ดีในระดับอุดมคติ แต่การยึดติดอยู่กับความสำเร็จเดิม ๆ เรื่อยไป ก็ไม่อาจจะช่วยให้คนเราเกิดการพัฒนาตนเองและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้ เท่ากับการรู้จักยอมรับความล้มเหลวเสียบ้าง

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแอริโซนาของสหรัฐฯ ตีพิมพ์ผลการศึกษาทางจิตวิทยาล่าสุดลงในวารสาร Nature Communications โดยระบุว่าได้ค้นพบอัตราความผิดพลาดล้มเหลวที่เหมาะสม ซึ่งอยู่ที่ 15% ของการทำงานแต่ละครั้ง และชี้ว่าความผิดพลาดระดับนี้จะเปิดโอกาสให้แต่ละบุคคลสามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ได้ดีที่สุด โดยไม่รู้สึกว่ายากหรือง่ายจนเกินไป

ดร. โรเบิร์ต วิลสัน ผู้นำทีมวิจัยบอกว่า แนวคิดที่คล้ายกันนี้เคยมีมาก่อนแล้วในแวดวงการศึกษา โดยเชื่อว่าการเรียนรู้ที่ได้ผลดีที่สุด จะต้องมาจากบทเรียนที่อยู่ใน "ขอบเขตความยากพอประมาณ" ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบผิดพลาดไปบ้างเล็กน้อย

"ผลการทดลองของเราชี้ว่า อัตราส่วนการเรียนรู้ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์ของความผิดพลาดต่อความสำเร็จอยู่ที่ 15% ต่อ 85% เป็นสูตรสำเร็จที่ดีที่สุด" ดร. วิลสันกล่าว

Image copyright Getty Images

ตัวเลขสูตรสำเร็จดังกล่าวมาจากการทดลองให้โปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) เรียนรู้งานง่าย ๆ เช่นจัดประเภทของแบบแผนลวดลายต่าง ๆ เป็นหมวดหมู่ หรือรู้จักแยกแยะความแตกต่างระหว่างเลขคู่กับเลขคี่ และพบว่าเอไอจะเรียนรู้ได้รวดเร็วที่สุด หากมันทำงานผิดพลาดในอัตราโดยเฉลี่ยที่ 15% เป็นส่วนใหญ่

ทีมผู้วิจัยมองว่า แนวทางดังกล่าวอาจนำมาประยุกต์ใช้กับมนุษย์ ในการออกแบบเนื้อหาวิชาการในห้องเรียนหรือหลักสูตรฝึกอบรมต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเรียนรู้ในลักษณะของ Perceptual learning ซึ่งผู้เรียนสั่งสมประสบการณ์ผ่านการลองผิดลองถูกและเรียนรู้จากการดูตัวอย่าง ซึ่งไม่ต่างจากรูปแบบการเรียนรู้ของเอไอแต่อย่างใด

ดร. วิลสันอธิบายเพิ่มเติมว่า "ตัวอย่างเช่น การฝึกให้รังสีแพทย์แยกแยะภาพเอกซเรย์ให้ได้ว่า ภาพใดคือเนื้องอกหรือไม่ใช่เนื้องอก หากรังสีแพทย์จำแนกภาพเอกซเรย์ได้ถูกต้องทั้งหมด แสดงว่าระดับความยากของแบบทดสอบชุดนั้นต่ำเกินไป ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดการเรียนรู้เพิ่มเติมอย่างที่หวัง แต่หากผู้สอนเพิ่มระดับความยากของงานหรือแบบทดสอบจนสูงเกินไป ก็จะทำให้ผู้เรียนท้อถอยและปิดกั้นการเรียนรู้ได้"

"อัตราความผิดพลาดล้มเหลวที่เหมาะสม ซึ่งอยู่ที่ 15% นี้ ไม่ได้หมายความว่าผู้เรียนรู้จะต้องเป็นฝ่ายตั้งเป้าในการทำงานหรือทำแบบทดสอบครั้งต่อไปให้ได้มาตรฐานในระดับดังกล่าว แต่เป็นหน้าที่ของผู้สอนที่จะต้องจัดสภาพแวดล้อมให้ผู้เรียนเกิดการดิ้นรนแก้ปัญหาอย่างพอประมาณ และสามารถผ่านไปได้ในที่สุด"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม