“มีเกรดดี-โต๊ะเขียนหนังสือ-พ่อแม่ตั้งความหวังสูง” ช่วยผลักดันเด็กให้อยากเรียนต่อมหาวิทยาลัย

  • 18 พฤศจิกายน 2019
boy working at desk Image copyright Getty Images

งานวิจัยล่าสุดพบหลักฐานบ่งชี้ว่า การมีโต๊ะเขียนหนังสือ ผลการเรียนที่ดี มีความสุขที่โรงเรียน และพ่อแม่ตั้งความหวังไว้สูงเรื่องการศึกษาของบุตร คือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เด็กมีความทะเยอทะยานที่จะศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยมากขึ้น

ทีมนักวิจัยจากศูนย์เพื่อการวิจัยและพัฒนาด้านการศึกษาของสถาบันวิจัยสังคมของโครเอเชีย พบว่า อิทธิพลเหล่านี้มีความสำคัญมากกว่าขนาดของชั้นเรียน โรงเรียน หรือความร่ำรวยของท้องที่ที่เด็กอยู่

งานวิจัยทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างนักเรียนจำนวน 1,050 คน อายุ 13-15 ปี ในโรงเรียน 23 แห่งในกรุงซาเกร็บ ของโครเอเชีย โดยถามคำถามต่อไปนี้ :

  • พวกเขาอยากศึกษาระดับปริญญาหรือไม่
  • พ่อแม่มีความมุ่งหวังด้านการเรียนของพวกเขามากน้อยเพียงใด
  • พ่อแม่ให้การสนับสนุนด้านการศึกษามากน้อยเพียงใด
  • พวกเขามีห้องส่วนตัว คอมพิวเตอร์ และโต๊ะเขียนหนังสือหรือไม่
  • พวกเขาชอบไปเรียนหนังสือหรือไม่
Image copyright Getty Images

ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่โรงเรียน เช่น ขนาดของโรงเรียนและชั้นเรียน ไม่มีอิทธิพลต่อความอยากเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยของเด็ก

แต่กลับพบว่าหลายปัจจัยเกี่ยวกับพ่อแม่ และสภาพแวดล้อมที่บ้านเด็กมีผลอย่างยิ่ง นอกจากนี้เรื่องของเพศ ก็มีส่วนด้วย โดยพบว่าเด็กหญิงมีแนวโน้มมากกว่าเด็กชายที่อยากศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยพบว่าเรื่องผลการเรียนคือตัวบ่งชี้ชัดเจนที่สุดถึงความมุ่งมั่นที่จะเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยของเด็ก รวมทั้งปัจจัยที่เด็กชอบไปเรียนหนังสือด้วย

ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า แม้เด็กจะมาจากต่างโรงเรียน แต่หากตอบคำถามออกมาในลักษณะคล้ายกัน ก็มักจะมีความทะเยอทะยานที่จะศึกษาต่อเหมือนกัน

ทีมนักวิจัยระบุว่า ผลการศึกษาที่ได้ครั้งนี้ช่วยบ่งชี้ว่า พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถกระตุ้นให้บุตรหลานมีความมุ่งมั่นที่จะเรียนหนังสือสูง ๆ ได้ด้วยการแสดงความคาดหวังเกี่ยวกับการศึกษาของเด็ก และจัดหาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำการบ้านและการเรียนของเด็ก เช่น โต๊ะเขียนหนังสือ เป็นต้น

ผลวิจัยชิ้นนี้พบว่า ปัจจัยเรื่องการทำงานและระดับการศึกษาของผู้ปกครองไม่ใช่เครื่องชี้วัดความต้องการเรียนต่อระดับอุดมศึกษาของเด็ก

Image copyright Getty Images

อย่างไรก็ตาม ทีมนักวิจัยยอมรับว่า ผู้ปกครองส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมในการวิจัยนี้ เป็นผู้มีงานทำและอาศัยอยู่ในเมืองหลวงของโครเอเชีย ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านมหาวิทยาลัยของประเทศ

ด้วยเหตุนี้จึงอาจมีความเป็นไปได้ว่าปัจจัยที่แตกต่างกันอาจส่งผลที่แตกต่างกันต่อเด็กที่อาศัยอยู่ในเขตชนบทและเมืองขนาดเล็กที่ไม่มีสถาบันอุดมศึกษาในท้องถิ่น ซึ่งมีสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมที่ต่ำกว่า อันเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายทางการศึกษาของเด็ก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม