เอดส์ : การติดเชื้อเอชไอวีสอนอะไรฉันในเรื่องเซ็กส์ ความรัก และตัวเอง

  • 2 ธันวาคม 2019
เบ็กกี Image copyright BBC Three

ฉันนั่งประจันหน้ากับเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาเรื่องสุขภาพด้วยจิตใจอันร้อนรนโดยมีลูกสาวนั่งอยู่บนตัก ตอนที่ได้ยินคำพูดที่เปลี่ยนชีวิตของฉันไปตลอดกาล

"ผลตรวจเอชไอวีของคุณเป็นบวก"

มันเป็นไปได้อย่างไรกัน ฉันตัวเย็นด้วยความรู้สึกช็อก ฉันรู้สึกชาไปทั้งตัว ขณะเดียวกับที่น้ำตาเริ่มไหลลงมาอาบแก้ม

คำถามนับล้านผุดขึ้นมาในหัวของฉัน : ฉันอายุยี่สิบปลาย ๆ แล้วฉันจะมีอายุเกินวัยสี่สิบไหม ? ฉันจะมีลูกได้อีกไหม ? แล้วฉันจะมีความสัมพันธ์ครั้งใหม่ได้อีกหรือไม่ ? แต่สิ่งที่ฉันพูดออกมาได้ในตอนนั้นมีเพียงประโยคเดียวคือ "มันเป็นไปไม่ได้"

ฉันจำได้ว่าตอนนั้นฉันได้แต่นั่งเหม่อลอยมองออกไปนอกหน้าต่าง ตอนเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาเรื่องสุขภาพพยายามปลอบใจฉันว่ามันไม่ใช่คำพิพากษาประหารชีวิต และฉันจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีสุขภาพแข็งแรงและยืนยาว

แต่ตอนนั้น ฉันได้แต่คิดถึงโฆษณาในยุค 80 ที่มีภาพแผ่นหินจารึกที่หลุมศพเขียนคำว่า "เอดส์คือเพชรฆาต" ซึ่งเป็นโฆษณาที่ทุกคนยังจดจำได้ดี และภาพเจ้าหญิงไดอานาขณะทรงเยี่ยมหอผู้ป่วยเอชไอวี และจับมือกับผู้ป่วยระยะสุดท้าย

ก่อนที่ฉันจะติดเชื้อเอชไอวี ฉันแต่งงานกับผู้ชายที่ฉันพบสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เรามีชีวิตคู่ที่เป็นสุขในช่วงแรก ๆ แต่เราพบกันตอนยังเด็กมาก คือ อายุ 18 ปี และเมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี เราต่างเปลี่ยนไป ความหวานชื่นในชีวิตคู่ก็จืดจางลง เรามีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคน ซึ่งเป็นเรื่องที่แสนวิเศษ แต่ฉันรู้สึกว่าฉันพยายามรักษาชีวิตคู่ไว้เพราะฉันกลัวที่จะอยู่คนเดียว

แต่ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจแยกทางจากเขา และหันหลังให้ความรักที่ยาวนานหนึ่งทศวรรษ ตอนที่เขาย้ายออกไป ฉันรู้สึกเป็นอิสระ มันเป็นการตัดสินใจครั้งแรกที่ฉันทำเพื่อตัวเอง และฉันก็รู้สึกว่าในที่สุดฉันก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามที่ใจต้องการ

Image copyright BBC THREE
คำบรรยายภาพ เบ็กกี อายุยี่สิบปลาย ๆ ตอนที่ติดเชื้อเอชไอวีจากคนรัก

หลังเลิกรากับอดีตสามีได้ระยะหนึ่ง ฉันก็ลองหาคู่เดททางออนไลน์ และได้พบกับผู้ชายที่แพร่เชื้อเอชไอวีให้ฉัน

ฉันตกหลุมรักเขาแบบหัวปักหัวปำตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบ ฉันไม่เคยมีความรู้สึกดึงดูดใจแบบนี้กับใครมาก่อน ฉันได้รับเชื้อเอชไอวีจากเขาตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ของความสัมพันธ์ โดยที่ตอนนั้นเขาก็ไม่ทราบว่าตัวเองมีเชื้อ และเราก็ได้ทราบข่าวร้ายด้วยกันในเวลาต่อมา

ตอนนั้นฉันยังเด็กและเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว มันเป็นเรื่องใหญ่ที่แทบจะเกินรับไหวสำหรับฉัน และการติดเชื้อเอชไอวีเข้าไปอีก ก็ยิ่งกลายเป็นความหายนะ

ครั้งแรกที่มีเซ็กส์เรามีการป้องกัน ครั้งต่อมาก็เช่นกัน แต่เมื่อถุงยางหมด เราจึงมีอะไรกันโดยที่ไม่ได้ป้องกัน และเมื่อได้ทำไปแล้วครั้งหนึ่ง มันก็เป็นเรื่องง่ายที่จะเกิดขึ้นซ้ำอีก ฉันไม่ได้ถูกกดดันให้ทำแบบนั้น เราต่างทำมันไปด้วยความเผลอไผล

ฉันคิดว่าฉันเคยถามเขาว่าเคยรับการตรวจหรือไม่ แต่ตอนนั้นฉันกำลังมีความสุขไปกับการที่มีผู้ชายคนใหม่ที่น่าตื่นเต้นมาให้ความสนใจ และฉันก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องอย่างอื่น ฉันไม่รู้ว่าจะทำตัวต่างไปจากนี้หรือเปล่า แต่ตอนนั้นฉันเป็นคนที่ไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง และฉันคิดว่ามันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ฉันไม่กล้าเซ้าซี้เรื่องสุขภาพทางเพศของเขา

Image copyright BBC THREE
คำบรรยายภาพ ในช่วงที่ติดเชื้อแรก ๆ เชื้อไวรัสเอชไอวีทำให้เกิดปัญหาที่ระบบลำไส้จนทำให้เบ็กกีน้ำหนักลดไปกว่า 40 กิโลกรัมภายในเวลาเพียง 4 เดือน

ฉันเป็นคนแรกที่ได้รู้ว่าตัวเองติดเชื้อ ตอนนั้นเราไปตรวจสุขภาพทางเพศด้วยกัน แต่ฉันได้คิวเข้าตรวจก่อน ช่วงนั้นฉันมีอาการเหนื่อยล้าแต่คิดว่าอาจเป็นความอ่อนเพลียในช่วงที่ลูกเริ่มปิดเทอม

เขาไปที่คลินิกกับฉัน แต่ฉันได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพก่อน ฉันจึงเป็นคนแจ้งข่าวร้ายกับเขาด้วยตัวเอง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจแบบเร่งด่วนให้เขา และผลเลือดออกมาเป็นบวก เขาเริ่มร้องไห้และได้แต่พูดว่าเสียใจ

การผ่านประสบการณ์ที่เจ็บปวดมาด้วยกันทำให้เราใกล้ชิดกันมากขึ้น ฉันไม่ได้รู้สึกโกรธในตอนนั้น เพราะมัวยุ่งอยู่กับความพยายามรับมือกับความจริงที่กำลังเกิดขึ้นกับฉัน เขาไม่รู้ว่าเขามีเชื้อ แล้วฉันจะโกรธเขาได้อย่างไรกัน แม้มันจะจริงที่เขาไม่ยอมสวมถุงยาง แต่ฉันเองก็ไม่เคยร้องขอให้เขาใส่เช่นกัน

ในช่วงที่ติดเชื้อแรก ๆ เชื้อไวรัสเอชไอวีส่งผลต่อร่างกายของฉันอย่างมาก และทำให้เกิดปัญหาที่ระบบลำไส้จนทำให้ฉันน้ำหนักลดไปกว่า 40 กิโลกรัมภายในเวลาเพียง 4 เดือน ฉันซูบผอมและร่างกายอ่อนแออย่างมาก

แม้ผู้หญิงจะมีสัดส่วนราว 1 ใน 3 ของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในสหราชอาณาจักร และในปี 2016 มีสัดส่วน 1 ใน 4 ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ แต่เราแทบไม่ได้ยินเสียงหรือเรื่องราวของพวกเธอตามสื่อต่าง ๆ เลย

งานวิจัยจาก Terrence Higgins Trust และ Sophia Forum ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลในสหราชอาณาจักรที่ช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอชไอวี ระบุว่า 42% ของผู้หญิงที่ติดเชื้อเอชไอวีรู้สึกว่าตนได้รับการวินิจฉัยล่าช้า ซึ่งอาจส่งผลเสียที่อันตรายถึงชีวิต

การที่ไม่ค่อยมีเรื่องของผู้หญิงติดเชื้อเอชไอวีถูกนำเสนอผ่านสื่อจึงทำให้ฉันรู้สึกโดดเดี่ยว ฉันถึงขนาดเคยสร้างโปรไฟล์ของตัวเองในแอปพลิเคชันหาคู่ของชาวเกย์ เพราะมันเป็นเพียงไม่กี่ที่ที่ผู้คนเปิดเผยข้อมูลการติดเชื้อเอชไอวีของตน

ฉันแค่อยากคุยกับคนที่เข้าใจถึงสิ่งที่ฉันได้ประสบ และมันคือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ฉันตั้งใจที่จะแบ่งปันเรื่องราวของตัวเอง เพื่อบอกผู้หญิงคนอื่น ๆ ว่าพวกเธอมีโอกาสติดเชื้อเอชไอวีได้ ซึ่งมันอาจเป็นเรื่องยากในบางครั้ง แต่คุณจะไม่เป็นไร

Image copyright BBC THREE
คำบรรยายภาพ การใช้ชีวิตร่วมกับเชื้อเอชไอวีทำให้เบ็กกีกลายเป็นคนเข้มแข็งขึ้นในหลาย ๆ เรื่อง

ฉันได้รับยาทันทีที่ได้รับการวินิจฉัย ทำให้ปริมาณเชื้อไวรัสลดลงจนตรวจไม่เจอ (undetectable) ซึ่งหมายความว่า การรักษาช่วยให้ระดับไวรัสในร่างกายของฉันลดลงไปอยู่ในระดับที่ต่ำมาก มันไม่ใช่การรักษาให้หายขาด และหากฉันหยุดกินยา เชื้อไวรัสก็จะกลับมาเพิ่มขึ้นอีก

หากคุณได้รับยาต้านไวรัสเอชไอวีที่มีประสิทธิภาพ และมีปริมาณเชื้อไวรัสต่ำจนตรวจไม่เจอเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน คุณจะไม่สามารถแพร่เชื้อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ให้แก่คู่นอนได้ อย่างไรก็ตาม คุณยังจำเป็นที่ต้องสวมถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันการติดโรคทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ

ขณะเดียวกันฉันก็เข้ารับการตรวจสุขภาพทางเพศเป็นประจำเพื่อให้แน่ใจว่าฉันยังมีสุขภาพที่ดี

ฉันต้องผ่านขั้นตอนมากมาย กว่าจะสามารถทำใจยอมรับการใช้ชีวิตร่วมกับเชื้อเอชไอวีได้ ในตอนแรกฉันรู้สึกว่าการติดเชื้อเป็นเรื่องที่ฉันทำตัวเอง และฉันไม่ควรได้รับความเห็นอกเห็นใจจากผู้ใด

นอกจากนี้ เวลาที่ฉันจะบอกผู้คนเกี่ยวกับการมีเชื้อเอชไอวี ฉันก็มักรู้สึกว่าจะต้องชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติทางเพศของตัวเองให้พวกเขาฟัง แต่ตอนนี้ฉันไม่รู้สึกว่าจะต้องพยายามหาความชอบธรรมให้ตัวเองแบบนั้นอีกแล้ว

อันที่จริง มันอาจฟังดูแปลก แต่การรับมือกับเอชไอวี ทำให้ฉันกลายเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น และมีความเข้มแข็งขึ้นในหลาย ๆ เรื่อง

ตอนอายุน้อยกว่านี้ ฉันเคยเกลียดรูปร่างตัวเอง ฉันเคยใส่เสื้อผ้าพลัสไซส์ขนาด 48-50 และรู้สึกอับอายกับหน้าท้องของตัวเอง ซึ่งฉันมักซ่อนมันจากสายตาของสามีเก่า

การติดเชื้อเอชไอวีทำให้ฉันมีทัศนคติต่อรูปร่างของตัวเองเปลี่ยนไป เอชไอวีทำให้ร่างกายฉันอ่อนแอมากในช่วง 2-3 เดือนแรกของการติดเชื้อ และเมื่อร่างกายได้ฟื้นตัวกลับมา ฉันก็ได้ตระหนักว่ามันมีคุณค่ามากเพียงใด

ตอนนี้น้ำหนักตัวฉันเพิ่มขึ้นมาบ้าง แต่ฉันไม่รู้สึกอับอายหรือต้องคอยซ่อนเรือนร่างของตัวเองอีกต่อไป บรรดาคู่นอนของฉันบอกว่าฉันมีความมั่นใจในตัวเองมากกว่าผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่พวกเขาเคยนอนด้วย

ความสัมพันธ์ของฉันกับแฟนที่เป็นผู้แพร่เชื้อเอชไอวีมาให้ ช่วยให้ฉันสามารถจัดการกับบาดแผลทางจิตใจที่เกิดขึ้นจากเรื่องนี้ ฉันยังคงชอบเขา แต่เมื่อได้มีเวลาไตร่ตรองอะไรหลาย ๆ อย่าง ในที่สุดฉันก็ตระหนักได้ว่าเราไปด้วยกันไม่ได้ แล้วเราก็เลิกรากันไปด้วยสาเหตุที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเอชไอวีเลย

หลังจากนั้น การออกเดทของฉันก็ต่างไปจากเดิม ยกตัวอย่างเช่น เมื่อไม่นานมานี้ฉันพบผู้ชายคนหนึ่งทางออนไลน์ เขาอายุน้อยกว่า แต่เรามีเคมีตรงกันอย่างน่าทึ่ง เราสามารถพูดคุยเรื่องสัพเพเหระกันได้ตลอดทั้งคืน

พอฉันรู้สึกว่าเราน่าจะเริ่มคบหากันอย่างจริงจัง ฉันจึงบอกเรื่องการมีเชื้อเอชไอวีให้เขาทราบ แต่มันกลับไปได้ไม่สวยนัก เขาช็อกไปเลย และแม้ว่าฉันจะพยายามอธิบายโอกาสเสี่ยงติดเชื้อจากปริมาณเชื้อไวรัสที่อยู่ระดับต่ำจนตรวจไม่พบของฉัน ที่เรียกว่า "ไม่เจอเท่ากับไม่แพร่" หรือ Undetectable=Untransmittable (U=U) แต่เขาดูตกใจมาก และทำท่าอยากวิ่งออกไปจากบ้านฉันในทันที

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ฉันรู้สึกผิดที่ไม่ได้แจ้งเรื่องนี้ให้เร็วขึ้น แต่ฉันยังรู้สึกดีที่ได้บอกความจริงให้เขาทราบ แม้มันจะออกมาไม่สวยก็ตาม แต่ฉันก็ได้เรียนรู้ว่าใครก็ตามที่ฉันจะคบหาต่อไปนี้จะต้องเป็นคนที่ใจกว้างและมีความเข้าอกเข้าใจ เพราะมีบางเวลาที่ฉันต้องการกำลังใจและความช่วยเหลือจากเขา มันเป็นบทเรียนล้ำค่าที่สอนให้รู้ว่าฉันต้องการอะไรจากคู่รัก

ชายอีกคนที่ฉันได้พบเป็นคนใจกว้าง อันที่จริงฉันพบเขาในแอปฯ หาคู่ของชาวเกย์ แม้เขาจะไม่มีเชื้อเอชไอวี แต่เขาเป็นไบเซ็กชวล หลังจากพูดคุยกัน เราตัดสินใจนัดพบและมีเพศสัมพันธ์กัน ตอนที่ฉันบอกเขาเรื่องมีเชื้อเอชไอวี เขาบอกว่ารับได้ เพราะเขาก็มีคู่นอนคนอื่นที่มีเชื้อเช่นกัน เขาจึงรู้ว่าเชื้อนี้ไม่ได้ติดกันง่าย ๆ

ตอนนี้ฉันได้เรียนรู้ว่าบางคนมีความเข้าอกเข้าใจผู้ติดเชื้อเอชไอวี แต่บางคนก็ไม่เข้าใจ และตราบใดที่ฉันมีความสุขและยอมรับตัวเองได้ ฉันจะสามารถรับมือกับปฏิกิริยาต่าง ๆ ของผู้คนได้

อย่างไรก็ตาม ยังมีเรื่องที่ต้องทำอีกมากในการต่อสู้กับทัศนคติเชิงลบต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวี เมื่อไม่นานมานี้ ฉันเพิ่งจะถกเถียงอย่างเผ็ดร้อนกับคนในโลกออนไลน์ที่เปรียบการหลับนอนกับผู้มีเชื้อเอชไอวีว่าเหมือนกับการเดินเข้าไปในทุ่งที่เต็มไปด้วยกับระเบิด ซึ่งมันทำให้ฉันโกรธมาก ผู้คนช่างใจแคบและชอบตัดสินคนอื่น

ครั้งหนึ่งเคยมีคนบอกฉันว่า สิ่งยากที่สุดในการใช้ชีวิตร่วมกับเชื้อเอชไอวีในปัจจุบันก็คือการรู้ว่าคุณติดเชื้อ ซึ่งมันเป็นเรื่องจริงอย่างมากสำหรับฉัน

ในแง่ของความสัมพันธ์ ฉันอยากได้พบใครสักคน และสร้างครอบครัวกับเขาหากฉันตัดสินใจจะมีลูกอีกครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ ตอนนี้ฉันยอมรับกับสถานะของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ และฉันรู้ว่าไม่มีอะไรจะมาหยุดยั้งฉันจากอนาคตที่ฉันต้องการได้

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม