นักวิทยาศาสตร์ยืนยัน คางยื่นแบบราชวงศ์ฮับสเบิร์กเกิดจากสมรสในหมู่เครือญาติ

  • 3 ธันวาคม 2019
พระเจ้าชาร์ลส์ที่สองแห่งสเปน กษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ฮับสเบิร์ก Image copyright WIKIMEDIA COMMONS
คำบรรยายภาพ พระเจ้าชาร์ลส์ที่สองแห่งสเปน กษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ฮับสเบิร์ก

บรรดานักประวัติศาสตร์ทั่วโลกเคยสงสัยกันว่า รูปหน้าที่มีคางยื่นยาวซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสมาชิกราชวงศ์ฮับสเบิร์ก (Habsburg) ราชสกุลที่เคยครองอำนาจในยุโรปยาวนานถึงหลายร้อยปีนั้น น่าจะเป็นความผิดปกติซึ่งเกิดจากเชื้อพระวงศ์นิยมสมรสกันเองในหมู่ญาติพี่น้อง แต่ก็ไม่มีผู้ใดสามารถแสดงหลักฐานที่พิสูจน์ยืนยันข้อสันนิษฐานดังกล่าวได้

ล่าสุดทีมนักพันธุศาสตร์จากมหาวิทยาลัยซานเตียโกเดคอมโพสเตลา (University of Santiago de Compostela) ของสเปน ได้ตีพิมพ์ผลการศึกษาลงในวารสาร Annals of Human Biology โดยแสดงหลักฐานยืนยันว่า คางที่ยื่นยาวหรือ "ขากรรไกรฮับสเบิร์ก" (Habsburg jaw) เป็นผลมาจากความอ่อนแอทางพันธุกรรมเนื่องจากสายเลือดชิดจริง

รูปหน้าที่บิดเบี้ยวดังกล่าวจัดว่าเป็นลักษณะหนึ่งของภาวะการสบฟันผิดปกติ (mandibular prognathism) เนื่องจากขากรรไกรล่างยื่นยาวออกมามากเกินไป พบได้ในหมู่ผู้มีเชื้อสายราชวงศ์ฮับสเบิร์ก ซึ่งเป็นกษัตริย์ผู้ปกครองจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (The Holy Roman Empire) ซึ่งมีอำนาจเหนือหลายแคว้นในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก รวมทั้งสเปนและออสเตรียด้วย

การสมรสในหมู่เครือญาติใกล้ชิด ถือเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันแพร่หลายในหมู่เชื้อพระวงศ์ฮับสเบิร์ก เพื่อรักษาและขยายอำนาจการปกครองในภูมิภาค ทำให้ยีนด้อยที่สืบทอดภายในสายเลือดเดียวกันมีโอกาสแสดงตัวออกมาชัดเจน จนเชื้อพระวงศ์ฮับสเบิร์กแต่ละคนมีใบหน้าที่แสดงอาการขากรรไกรยื่นมากน้อยต่างกันออกไป

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ กรุงเวียนนาของออสเตรียเคยเป็นศูนย์กลางอำนาจการปกครองของราชวงศ์ฮับสเบิร์กหลายร้อยปี

ความผิดปกตินี้ปรากฏชัดเจนอย่างมากกับพระเจ้าชาร์ลส์ที่สองแห่งสเปน กษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ฮับสเบิร์ก ซึ่งพระราชบิดามีศักดิ์เป็นพระมาตุลา (ลุง) ในพระราชมารดา โดยนอกจากจะมีพระพักตร์ผิดรูปรุนแรงจนเสวยพระกระยาหารได้ลำบากแล้ว ยังทำให้พระวรกายแคระแกร็น พระพลานามัยไม่สมบูรณ์ รวมทั้งไม่สามารถมีรัชทายาทได้ เป็นเหตุให้ราชวงศ์ฮับสเบิร์กที่เคยเกรียงไกรต้องล่มสลายไปในที่สุด

ทีมผู้วิจัยได้มอบหมายให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมใบหน้า 10 ราย วิเคราะห์ภาพเหมือนของบรรดาเชื้อพระวงศ์ฮับสเบิร์ก 15 พระองค์ จำนวน 66 ภาพ เพื่อวินิจฉัยว่ามีอาการของภาวะสบฟันผิดปกติ ซึ่งทำให้คางยื่น ปากล่างและปลายจมูกห้อยย้อยหรือไม่

บรรดาศัลยแพทย์ได้ให้คะแนนความรุนแรงของอาการขากรรไกรล่างยื่น และขากรรไกรบนเล็กผิดปกติกับเชื้อพระวงศ์แต่ละพระองค์ ซึ่งปรากฏว่าดัชเชสแมรีแห่งเบอร์กันดี มีร่องรอยของอาการดังกล่าวน้อยที่สุด ในขณะที่พระเจ้าฟิลิปที่สี่แห่งสเปน มี "ขากรรไกรฮับสเบิร์ก" ปรากฏชัดเจนที่สุด ส่วนอาการขากรรไกรบนเล็กและสั้นแสดงออกอย่างรุนแรงในเจ้าของภาพเหมือน 5 ราย รวมทั้งพระเจ้าชาร์ลส์ที่สองแห่งสเปนด้วย

ผลวิเคราะห์ยังชี้ว่า ความผิดปกติทั้งสองประเภทข้างต้นมีความสัมพันธ์ทางสถิติมากพอที่จะชี้ว่า เกิดจากสาเหตุทางพันธุกรรม โดยทีมผู้วิจัยสามารถคำนวณหาความเกี่ยวข้องระหว่างการมีคางยื่นกับระดับความใกล้ชิดทางสายเลือดได้ จากแผนผังสายตระกูลของราชวงศ์ฮับสเบิร์ก ซึ่งประกอบไปด้วยสมาชิก 6,000 คน ใน 20 รุ่น

ศาสตราจารย์โรมัน ไวลาส ผู้นำทีมวิจัยบอกว่า "ข้อมูลมหาศาลเกี่ยวกับราชวงศ์ฮับสเบิร์ก เปรียบเสมือนห้องทดลองที่ให้โอกาสเราได้เรียนรู้พันธุศาสตร์กับมนุษย์จริง ๆ แม้พวกเขาจะเป็นเพียงบุคคลในประวัติศาสตร์ไปแล้วก็ตาม"

"ทุกวันนี้ในบางส่วนของโลก รวมทั้งในบางชนเผ่าและกลุ่มความเชื่อทางศาสนาบางกลุ่ม ก็ยังนิยมการแต่งงานภายในเครือญาติอยู่ ดังนั้นงานวิจัยของเราจึงมีความสำคัญ ในแง่ที่จะสังเกตการณ์ผลที่อาจเกิดขึ้นตามมาจากพฤติกรรมนี้"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม