ดาวบีเทลจุสมืดมัวลง ถือเป็นสัญญาณใกล้ระเบิดซูเปอร์โนวาได้หรือไม่ ?

  • 28 ธันวาคม 2019
ภาพจากจินตนาการของศิลปิน จำลองการเกิดซูเปอร์โนวาของดาวบีเทลจุส Image copyright ESO
คำบรรยายภาพ ภาพจากจินตนาการของศิลปิน จำลองการเกิดซูเปอร์โนวาของดาวบีเทลจุส

หากใครได้สังเกตกลุ่มดาวนายพรานหรือโอไรออนบนท้องฟ้ายามค่ำคืนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ จะเห็นได้ว่าดูมืดมัวลงกว่าปกติ เนื่องจากดาวฤกษ์ที่เคยสว่างจ้าเป็นอันดับสองของกลุ่มคือ "บีเทลจุส" (Betelgeuse) บริเวณบ่าของนายพราน กำลังมีแสงสว่างลดลงอย่างเห็นได้ชัด ถึงระดับที่เรียกได้ว่ามืดมัวที่สุดนับแต่เริ่มศตวรรษที่ 21 เป็นต้นมาเลยทีเดียว

ทีมนักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวิลลาโนวาของสหรัฐฯ และสมาคมผู้สังเกตการณ์ดาวแปรแสงอเมริกัน (AAVSO) รายงานเรื่องดังกล่าวในวารสาร The Astronomer's Telegram โดยชี้ว่าบีเทลจุสอ่อนแสงลงราว 1.5 แมกนิจูดจากระดับความสว่างปกติ ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับดาวแปรแสง (Variable star) แต่การที่บีเทลจุสมืดมัวลงอย่างมากนั้น ทำให้นักดาราศาสตร์ต้องหันมาจับตามองเป็นพิเศษ

บีเทลจุสเป็นดาวยักษ์ใหญ่แดง (Red Supergiant) ซึ่งมีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ 12 เท่า มีขนาดของรัศมีกว้างใหญ่ไพศาลยิ่งกว่าระยะทางจากดวงอาทิตย์ถึงวงโคจรของดาวพฤหัสบดี ทั้งยังเป็นดาวฤกษ์ดวงหนึ่งที่รู้จักกันดีว่า กำลังจะเกิดการระเบิดซูเปอร์โนวาในตำแหน่งที่ใกล้กับโลกอย่างมาก โดยการระเบิดสามารถจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ ภายในระยะเวลา 1 แสนปีนับจากนี้ บางคนสันนิษฐานว่าบีเทลจุสอาจจะเกิดการระเบิดไปแล้วในอดีต แต่แสงของเหตุการณ์ยังเดินทางมาไม่ถึงโลกให้เราสังเกตได้

"การที่บีเทลจุสมืดมัวลง อาจเป็นสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าใกล้จะเกิดซูเปอร์โนวาเต็มที เพราะดาวฤกษ์ขนาดยักษ์ที่ใกล้สิ้นอายุขัยจะสูญเสียมวลออกไปอย่างมาก โดยจะปลดปล่อยฝุ่นละอองปริมาณมหาศาล ซึ่งจะออกมาห่อหุ้มดาวฤกษ์นั้นไว้ และบดบังแสงสว่างของมันเอง" ซาราฟินา แนนซ์ นักวิจัยระดับปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเบิร์กลีย์กล่าว "แต่เราไม่มีหลักฐานอื่น ๆ มาช่วยยืนยันได้ว่า บีเทลจุสกำลังอยู่ในขั้นตอนที่ใกล้จะเข้าสู่การระเบิดจริง ๆ"

Image copyright NASA / ROGELIO BERNAL ANDREO
คำบรรยายภาพ ดาวบีเทลจุส หรือ "อัลฟา โอไรออนิส" ในกลุ่มดาวนายพราน มองเห็นเป็นจุดสว่างสีส้มที่มุมล่างซ้ายของภาพ

ด้านศาสตราจารย์ เอ็ดเวิร์ด กุยนัน ผู้เขียนรายงานเรื่องความสว่างของบีเทลจุสในครั้งนี้สันนิษฐานว่า บีเทลจุสน่าจะยังไม่เกิดซูเปอร์โนวา แต่อาจมืดมัวลงชั่วคราวเนื่องจากวงจรความสว่างที่เปลี่ยนแปลงขึ้นลง 2 แบบของมัน ซึ่งจะเวียนมาถึงจุดที่มืดสลัวที่สุดในทุก 6 ปี และทุก 425 วัน ได้มาบรรจบพบกันพอดี ทำให้ดาวมืดมัวลงมากผิดปกติ แต่อาจกลับมาส่องแสงสว่างไสวขึ้นภายในช่วงต้นปี 2020 นี้

นักดาราศาสตร์คาดว่า เมื่อบีเทลจุสเกิดการระเบิดซูเปอร์โนวา จะมีความสว่างยิ่งกว่าดาวศุกร์ 100 เท่า และสังเกตเห็นได้บนท้องฟ้าในเวลากลางวัน แต่อย่างไรก็ตาม การที่บีเทลจุสอยู่ห่างจากโลก 700 ปีแสง ทำให้โลกของเราปลอดภัยหากเกิดการระเบิดซูเปอร์โนวาขึ้น เพราะจะอยู่พ้นรัศมีการทำลายล้าง 50 ปีแสง ซึ่งเป็นระยะทางที่รังสีอันตรายแผ่ออกมา

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม