ยานนิวฮอไรซันส์ให้ข้อมูลใหม่ ปฏิวัติแนวคิดเรื่องการก่อตัวของดาวเคราะห์

ทีมนักวิทยาศาสตร์ขององค์การนาซา เผยผลการศึกษาวัตถุอวกาศที่อยู่ไกลถึงสุดขอบระบบสุริยะ ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลล่าสุดที่ส่งมาจากยานสำรวจนิวฮอไรซันส์ (New Horizons) โดยพบหลักฐานที่ชี้ว่า แนวคิดดั้งเดิมเรื่องดาวเคราะห์ก่อตัวจากการชนกันของวัตถุอวกาศอย่างรุนแรง อาจไม่ใช่แนวคิดที่ถูกต้องอีกต่อไป

รายงานการวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร Science โดยดร. อลัน สเทิร์น ผู้นำทีมวิจัยของนาซาระบุว่า ร่องรอยที่ปรากฏในวัตถุอวกาศ "อาร์โรคอต" (Arrokoth) ซึ่งเป็นก้อนหินที่ล่องลอยอยู่ในแถบไคเปอร์อันห่างไกลของระบบสุริยะ ชี้ว่าดาวเคราะห์ถือกำเนิดขึ้นด้วยกระบวนการรวมตัวของสสารต่าง ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยวัตถุอวกาศขนาดเล็กจะเกาะตัวกันเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ขึ้น แต่ไม่มีการชนอย่างรุนแรงดังเช่นที่เคยเข้าใจกัน

"แนวคิดเดิมที่ว่าดาวเคราะห์ในระบบสุริยะเกิดจากการชนประสานงาของวัตถุอวกาศ มีมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1960 แต่ในเวลาต่อมากลับมีผู้เสนอแนวคิดใหม่ ซึ่งเชื่อว่าดาวเคราะห์เกิดจากการเกาะตัวสะสมของวัตถุอวกาศอย่างช้า ๆ" ดร. สเทิร์นกล่าว

"ข้อมูลที่ยานนิวฮอไรซันส์ได้จากการศึกษาวัตถุอวกาศชิ้นนี้ ช่วยให้เราตัดสินใจได้ว่า แนวคิดใดถูกต้องตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด"

หินอวกาศ "อาร์โรคอต" เป็นเศษซากที่หลงเหลืออยู่จากการก่อตัวของระบบสุริยะเมื่อ 4.6 พันล้านปีก่อน โดยเป็นหินสองก้อนที่รวมตัวเข้าด้วยกัน แต่ตรงบริเวณที่เชื่อมต่อกลับไม่พบรอยร้าวหรือร่องรอยยุบแบนจากการชนปะทะอย่างรุนแรงแต่อย่างใด ซึ่งเท่ากับว่าเป็นหลักฐานยืนยันความถูกต้องของแนวคิดแบบใหม่

ดร. สเทิร์นมีความมั่นใจว่าหินอวกาศ "อาร์โรคอต" เป็นหลักฐานชั้นดีที่มีความน่าเชื่อถือสูง เนื่องจากวัตถุที่ล่องลอยอยู่ในแถบไคเปอร์นั้น แทบจะมีสภาพไม่เปลี่ยนแปลงไปจากยุคก่อกำเนิดระบบสุริยะเลยแม้แต่น้อย เปรียบเสมือนฟอสซิลอวกาศที่เก็บรักษาข้อมูลจากยุคอดีตเอาไว้

ดร. อันเดอร์ส โยฮันเซน นักวิทยาศาสตร์ประจำหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์ลุนด์ ประเทศสวีเดน ผู้เสนอแนวคิดการก่อตัวของดาวเคราะห์แบบใหม่ตั้งแต่เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ระบุว่ามีความยินดีที่แนวคิดของเขาได้รับการพิสูจน์ว่าถูกต้องในที่สุด โดยก่อนหน้านี้เขาใช้การคำนวณด้วยแบบจำลองคอมพิวเตอร์ ในการทำนายถึงลักษณะการก่อตัวของดาวเคราะห์ที่ถูกต้อง

ชื่อของหินอวกาศอาร์โรคอตหมายถึง "ท้องฟ้า"ในภาษาของชนพื้นเมืองอเมริกัน โดยในตอนแรกนักดาราศาสตร์เรียกมันว่า MU69 ก่อนจะตั้งชื่อให้ว่า "อัลติมา ทูลี" (Altima Thule) ซึ่งแสดงถึงความเป็นวัตถุที่ถูกสำรวจโดยอยู่ห่างไกลจากโลกมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม มีการเปลี่ยนชื่อหินอวกาศชิ้นนี้อีกครั้งเป็น "อาร์โรคอต" ในปี 2019 เพื่อหลีกเลี่ยงนัยแฝงในชื่อเดิมที่มีความเกี่ยวข้องกับนาซี