หาดทรายครึ่งหนึ่งของโลกจะจมทะเลหายไป ภายในปี 2100

The famous pink sands of Elbow Beach

ที่มาของภาพ, Getty Creative Stock

การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและระดับน้ำทะเล อาจทำให้ทั่วโลกต้องสูญเสียพื้นที่หาดทรายไปถึงครึ่งหนึ่ง ภายในระยะเวลา 80 ปีข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และยิ่งทำให้ความเสียหายจากพายุและอุทกภัยทวีความรุนแรงขึ้น

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากศูนย์วิจัยร่วมของคณะกรรมาธิการยุโรป (EC-JRC) รายงานถึงแนวโน้มดังกล่าวในวารสาร Nature Climate Change โดยเตือนว่าในอนาคตหลายประเทศจะไม่สามารถรับมือกับปัญหานี้ ทั้งจะต้องได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนและสภาพอากาศแปรปรวนมากขึ้น เนื่องจากสูญเสียหาดทรายที่เป็นแนวป้องกันคลื่นลมชั้นแรกไปนับหมื่นกิโลเมตร

ทีมนักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ข้อมูลสภาพหาดทรายทั่วโลกที่บันทึกย้อนหลังไปถึงเมื่อ 30 ปีก่อน แล้วนำมาคำนวณหาแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นภายในช่วงสิ้นศตวรรษนี้ โดยมีการนำเงื่อนไขประเด็นที่ว่า มนุษย์จะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้เพิ่มสูงขึ้นตามเป้าหมายได้หรือไม่ มาพิจารณาร่วมด้วย

ผลการทำนายแบ่งเป็นสภาพการณ์ 2 แบบ โดยในกรณีเลวร้ายที่สุดซึ่งการปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศไม่ลดลง จนธรรมชาติเกิดกลไกที่ทำให้โลกร้อนได้เองโดยอัตโนมัติ หาดทรายทั่วโลกจะจมทะเลหายไป 49.5% ภายในปี 2100 คิดเป็นระยะทางถึง 132,000 กิโลเมตร

ที่มาของภาพ, AFP / GETTY IMAGES

คำบรรยายภาพ,

การสร้างเขื่อนทำให้ตะกอนทรายถูกพัดพามายังพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำลดลง

ส่วนสภาพการณ์อีกแบบซึ่งมีความรุนแรงน้อยกว่า คาดว่ามนุษย์จะสามารถควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มสูงขึ้นเกิน 3 องศาเซลเซียสได้ แม้จะเป็นความสำเร็จที่ต่ำกว่าเป้าหมายในความตกลงปารีสก็ตาม แต่ถึงกระนั้น ระดับน้ำทะเลก็จะยังคงเพิ่มสูงขึ้น จนโลกต้องสูญเสียหาดทรายไป 95,000 กิโลเมตร ภายในปี 2100

รายงานคาดการณ์ว่าประเทศออสเตรเลียจะได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยอาจมีหาดทรายจมทะเลหายไปทั้งหมดเกือบ 15,000 กิโลเมตร ส่วนประเทศที่ต้องสูญเสียพื้นที่หาดทรายในอันดับรองลงมา ได้แก่แคนาดา, ชิลี, สหรัฐฯ, เม็กซิโก,จีน, รัสเซีย, อาร์เจนตินา, อินเดีย และบราซิล

นอกจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นเพราะภาวะโลกร้อนแล้ว การก่อสร้างอาคารใหม่ ๆ บริเวณชายหาด การเกิดคลื่นพายุซัดฝั่ง (Storm surge) และการที่ตะกอนทรายถูกพัดพามายังพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำลดลงเพราะการสร้างเขื่อน ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้หาดทรายต้องพังทลายหายไปอีกด้วย