ดวงอาทิตย์ปลดปล่อย "โซลาร์แฟลร์" ทรงพลังสูงสุดในรอบเกือบสามปี

ภาพจากดาวเทียมสังเกตการณ์สุริยพลวัต (SDO) เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2020 มีแสงสว่างเป็นวงโค้งเหนือจุดมืดตรงขอบฟ้าด้านซ้ายของดวงอาทิตย์

ที่มาของภาพ, NASA / SDO / JOY NG

คำบรรยายภาพ,

ภาพจากดาวเทียมสังเกตการณ์สุริยพลวัต (SDO) เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2020 มีแสงสว่างเป็นวงโค้งเหนือจุดมืดตรงขอบฟ้าด้านซ้ายของดวงอาทิตย์

ดาวเทียมสังเกตการณ์สุริยพลวัต (SDO) ขององค์การนาซา สามารถจับภาพการปลดปล่อยพลังงานครั้งใหญ่จากดวงอาทิตย์ ในรูปของเปลวสุริยะหรือโซลาร์แฟลร์ (Solar flare) ได้เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ โดยนับเป็นการปลดปล่อยโซลาร์แฟลร์ที่ทรงพลังสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี

นับแต่เดือน ต.ค. ของปี 2017 เป็นต้นมา นี่เป็นครั้งแรกที่ดวงอาทิตย์ปลดปล่อยพลังงานในระดับสูง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าดวงอาทิตย์เริ่ม "ตื่น" และกำลังเข้าสู่วัฏจักรสุริยะรอบใหม่ซึ่งเป็นรอบที่ 25 แล้ว ทั้งจะมีความเคลื่อนไหวของพลังแม่เหล็กไฟฟ้าสูงขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ปรากฏการณ์โซลาร์แฟลร์นั้นคือการปะทุของรังสีที่กำเนิดจากจุดมืด (Sunspot) บนดวงอาทิตย์ โดยจุดมืดนั้นจะเกิดขึ้นชั่วคราวและมีอุณหภูมิต่ำกว่าพื้นผิวโดยรอบ แต่ถือเป็นบริเวณที่มีสนามแม่เหล็กทรงพลังอย่างน่าประหลาดใจ

นักวิทยาศาสตร์จัดระดับความรุนแรงของโซลาร์แฟลร์ออกเป็น 3 ขั้น เรียงจากน้อยไปหามาก ได้แก่ระดับ C M และ X ตามลำดับ โดยระดับที่อยู่เหนือกว่าจะทรงพลังมากกว่าขั้นรองลงไปถึง 10 เท่า

ปรากฏการณ์โซลาร์แฟลร์ครั้งล่าสุดนี้อยู่ในระดับ M ซึ่งนับว่าทรงพลังปานกลาง ทั้งการปะทุพลังงานยังเกิดขึ้นในด้านที่รังสีจะไม่พุ่งตรงมายังโลก ทำให้ไม่เกิดปรากฏการณ์บนโลกที่สัมพันธ์กัน เช่นแสงเหนือหรือออโรรา รวมทั้งไม่ก่อความเสียหายต่อระบบโทรคมนาคมและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ด้วย

อย่างไรก็ตาม นี่อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าดวงอาทิตย์ได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่วัฏจักรสุริยะรอบใหม่ ซึ่งวนมาบรรจบครบรอบทุก 11 ปีแล้ว โดยน่าจะได้เคลื่อนออกจากวัฏจักรรอบที่ 24 และเข้าสู่ภาวะ Solar minimum ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของวัฏจักรรอบที่ 25 เป็นที่เรียบร้อย

ในภาวะนี้ดวงอาทิตย์จะมีจุดมืดน้อยที่สุดหรือไม่มีเลย และมีความเคลื่อนไหวทางแม่เหล็กไฟฟ้าต่ำสุด ก่อนจะค่อย ๆ มีการปะทุพลังงานเพิ่มขึ้นในเวลาต่อมา จนไปถึงจุดสูงสุดหรือ Solar maximum และค่อย ๆ กลับสู่จุดต่ำสุดอีกครั้ง

ที่มาของภาพ, NASA

คำบรรยายภาพ,

จุดมืดบนดวงอาทิตย์เกิดจากสนามแม่เหล็กความเข้มสูงที่กักความร้อนเอาไว้ไม่ให้ออกสู่พื้นผิว

นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบว่า พลวัตด้านพลังงานของดวงอาทิตย์หรือวัฏจักรสุริยะนี้เกิดขึ้นเพราะสาเหตุใด ทราบแต่เพียงว่าความเปลี่ยนแปลงในสนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์จากการสลับขั้วแม่เหล็กเหนือ-ใต้ ที่เกิดขึ้นทุก 11 ปี มีความเกี่ยวข้องกับพลวัตนี้

เมื่อปลายปีที่แล้ว องค์การบริหารกิจการด้านมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือโนอา (NOAA) ได้พยากรณ์ไว้ว่าภาวะ Solar minimum ระหว่างวัฏจักรสุริยะรอบที่ 24 - 25 จะเกิดขึ้นในเดือนเมษายน ปี 2020 หรือก่อนและหลังจากนั้นไม่เกิน 6 เดือน

เจ้าหน้าที่ขององค์การนาซาบอกว่า "เราต้องใช้เวลาเฝ้าสังเกตการณ์อย่างต่ำถึงครึ่งปี จึงจะสามารถบอกได้ว่าปรากฏการณ์โซลาแฟลร์ครั้งนี้เป็นสัญญาณของวัฏจักรสุริยะรอบใหม่แน่หรือไม่ โดยต้องคอยนับจำนวนจุดมืดบนดวงอาทิตย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เห็นความเปลี่ยนแปลงทั้งการลดลงและเพิ่มขึ้นของจุดมืดอย่างชัดเจนเสียก่อน จึงจะสามารถยืนยันได้"