เหยียดผิวในอังกฤษ: ทนายหญิงผิวดำกับการต่อสู้กับอคติทางเชื้อชาติในกระบวนการยุติธรรม

  • เอวา ออนติเวรอส
  • บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
Close up of Alexandra Wilson wearing her wig and gown

ที่มาของภาพ, Laurie Lewis

คำบรรยายภาพ,

อเล็กซานดรา วิลสัน กับอาชีพทนายความในวัย 25 ปี

"ไม่มีความจำเป็นอะไรเลยที่ฉันต้องอธิบายตลอดว่ามาทำอะไรในที่ทำงาน" อเล็กซานดรา วิลสัน เล่าให้บีบีซีฟัง

แต่ในฐานะนักกฎหมายหญิงผิวดำวัย 25 ปี ผู้ทำงานอยู่ในกระบวนการยุติธรรมของอังกฤษ นี่คือสิ่งที่เธอต้องทำอยู่เสมอ บางครั้งมากถึง 4 ครั้งภายในวันเดียว

เวลาที่อเล็กซานดราไปศาล ถ้าเธอไม่ได้สวมวิกผมและชุดทนายความตามธรรมเนียมที่ทำกันในศาลอังกฤษ เธอมักถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นผู้ต้องหาที่เธอรับว่าความให้ ทั้งหมดนี้มีสาเหตุมาจากเชื้อชาติของเธอ

ระบบกฎหมายคอมมอน ลอว์ (Common Law) หรือ ระบบกฎหมายจารีตประเพณี ที่กำเนิดขึ้นมาในอังกฤษนั้นอาจเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก อีกทั้งยังมีอิทธิพลต่อระบบกฎหมายในหลายประเทศ แต่ประสบการณ์ที่อเล็กซานดราได้พบเจอก็เปิดเผยให้เห็นถึงปัญหาการเหยียดเชื้อชาติและสีผิวที่ยังคงมีอยู่ในระบบกฎหมายนี้

"ฉันเคยถูกตะโกนไล่ให้ออกไปจากศาล" อเล็กซานดราเล่า "มันเกิดขึ้นหลายครั้ง และมันบ่งชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่ใหญ่กว่าในสังคม"

แต่เธอก็ได้รับการสนับสนุนจาก Bar Council ซึ่งเป็นสมาคมวิชาชีพทนายความในอังกฤษและเวลส์ รวมทั้งจาก "บรรดาเพื่อนร่วมงานหญิงผิวขาว และอายุน้อยที่ไม่เคยพบเจอประสบการณ์แบบนี้"

ในที่สุด แม้แต่สำนักงานศาลและบริการกระบวนการยุติธรรมในสมเด็จพระราชินีฯ (Her Majesty's Courts and Tribunals Service หรือ HMCTS) ซึ่งเป็นหน่วยงานฝ่ายบริหารของกระทรวงยุติธรรมสหราชอาณาจักร ก็ได้แสดงความขอโทษต่อ "พฤติกรรมที่ไม่อาจยอมรับได้อย่างยิ่ง" ที่เกิดขึ้นกับอเล็กซานดรา

ถูกเหมาว่าเป็นผู้ต้องหา 4 ครั้งในวันเดียว

ที่มาของภาพ, 5SAH Chambers

คำบรรยายภาพ,

ในการขึ้นว่าความที่ศาล ทนายความไม่จำเป็นต้องสวมวิกผมและชุดทนายความตามธรรมเนียมที่ทำกันในศาลอังกฤษเสมอไป

ตอนที่อเล็กซานดราไปศาลครั้งล่าสุดเพื่อว่าความให้ลูกความ เธอไม่คาดคิดว่าตัวเองจะตกเป็นประเด็นร้อนในโซเชียลมีเดีย

วันนั้นเริ่มต้นได้ไม่ดีนัก ตอนที่ไปถึงศาลเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยถามชื่ออเล็กซานดรา "เพื่อที่เขาจะกาชื่อฉันจากรายชื่อจำเลย (ที่มีกำหนดขึ้นศาล)"

พอเธออธิบายว่าเธอเป็นทนายความ เจ้าหน้าที่คนนั้นก็กล่าวขอโทษ จากนั้นอเล็กซานดราก็เดินต่อไป แต่ก็ถูกพลเมืองรายหนึ่ง "บอกว่าฉันไม่สามารถเข้าไปในห้องพิจารณาคดีได้ เพราะมันเป็นพื้นที่สำหรับทนายความเท่านั้น"

เธอเดินเข้าไปข้างในอย่างไม่สนใจ จนทนายความคนหนึ่งบอกว่า "ออกไปข้างนอกและรอจนกว่าพนักงานจะเรียกตัว" นับเป็นอีกครั้งที่คนทึกทักว่าเธอเป็นผู้ต้องหา

อเล็กซานดราต้องชี้แจงอีกครั้งว่าเธอเป็นทนายความฝ่ายจำเลย แล้วเดินไปที่ด้านหน้าบัลลังก์พิจารณาคดี

"ตอนนั้นเองเสมียนศาลเริ่มตะโกนไล่ฉันออกจากห้องพิจารณาคดี และให้ไปลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ขานชื่อของศาล พร้อมถามว่าใครเป็นทนายให้ฉัน"

ถึงตอนนี้ อเล็กซานดราต้องเผชิญการตั้งคำถามถึงบทบาทในศาลของเธอถึง 4 ครั้ง

"มันส่งผลกระทบต่อฉัน"

ตอนที่อเล็กซานดราได้พูดกับอัยการในที่สุด เธอบอกว่า "ฉันแทบหมดแรงก่อนที่จะเริ่มการว่าความในคดีเสียอีก"

แม้จะรู้สึกเช่นนั้น แต่เธอก็รู้สึกมุ่งมั่นและทำหน้าที่ว่าความไปจนจบ

"ฉันขึ้นว่าความไปจนจบและได้ผลลัพธ์ที่ดีให้ลูกความ แต่มันก็ทำให้ฉันทำงานได้ยากขึ้น"

แม้สิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่ได้ส่งผลลบต่อลูกความของเธอ แต่อเล็กซานดราบอกว่า "มันส่งผลกระทบต่อฉัน"

"ฉันต้องเก็บกดความรู้สึกแย่ ๆ ไว้ข้างในเพื่อให้สามารถทำงานออกมาได้ดี มันไม่ดีเลยที่ต้องรู้สึกว่าจะต้องอธิบายตลอดว่ามาทำอะไรในที่ทำงาน"

การทำงานในศาลอังกฤษในฐานะคนผิวดำ

ที่มาของภาพ, Laurie Lewis

นอกจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแล้ว ตอนนั้นไม่มีใครเอ่ยขอโทษฉันแม้แต่คนเดียว ซึ่งมันเป็นเรื่องที่น่าโมโหทีเดียว"

หลังจากนั้น อเล็กซานดราก็ได้รับคำขอโทษจากหัวหน้า HMCTS

"มันเป็นก้าวแรกที่สำคัญ แต่เราจะต้องเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง" อเล็กซานดรากล่าว "น่าเศร้า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการสะท้อนถึงระบบยุติธรรมของเรา"

"มีความไม่สมดุลกันระหว่างการที่มีผู้ต้องหาผิวดำเป็นจำนวนมาก และการที่มีนักกฎหมายผิวดำไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงเกิดการคาดเดาขึ้น เวลาที่เจ้าหน้าที่ศาลเห็นคนผิวดำอายุน้อยในศาล จึงไม่คิดว่าบุคคลนั้นจะเป็นนักกฎหมาย"

"อ็อกซ์ฟอร์ดไม่ใช่ที่ของเธอ"

ที่มาของภาพ, Family Photo

คำบรรยายภาพ,

ภาพอเล็กซานดราดีใจตอนที่ได้รับผลสอบ

อเล็กซานดรา เติบโตมาในมณฑลเอสเซกซ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ในอังกฤษที่ผู้คนมักถูกล้อว่าเป็นชาวบ้านธรรมดาและเป็นชนชั้นแรงงาน

ทว่าตั้งแต่เล็ก อเล็กซานดรารู้ว่าตัวเองต้องการ "ทำอะไรที่ท้าทายทางด้านวิชาการ"

"ฉันตั้งเป้าหมายว่าจะเข้าเรียนที่อ็อกซ์ฟอร์ด"

แต่ก็มีบุคลากรในโรงเรียนบางคนพยายามโน้มน้าวไม่ให้เธอสมัครเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งนี้ "มีครูหลายคนบอกฉันว่าฉันทะเยอทะยานเกินไป"

อเล็กซานดราคิดว่าคนพวกนี้รู้สึกเป็นห่วงเพราะ "อ็อกซ์ฟอร์ดไม่ใช่ที่สำหรับคนอย่างฉัน ฉันไม่ใช่คนหรู ฉันไม่ได้มาจากครอบครัวชนชั้นสูง ฉันไม่ได้เข้าโรงเรียนเอกชน ฉันพูดด้วยสำเนียงคนเอสเซกซ์…ฉันไม่ใช่คนผิวขาว"

"ที่ผ่านมา อ็อกซ์ฟอร์ดถูกวิจารณ์ว่าล้มเหลวในการดึงดูดนักศึกษาที่ไม่ใช่คนผิวขาวและไม่ได้รับการศึกษาจากสถาบันเอกชน ดังนั้นตอนเป็นวัยรุ่น ฉันจึงรู้สึกสงสัยในตัวเองอยู่เสมอ และสงสัยว่าคนเหล่านี้อาจพูดถูก" อเล็กซานดรากล่าว

แล้วเกิดอะไรขึ้น

"ฉันโชคดีมากที่พ่อแม่คอยสนับสนุนอย่างที่สุด" อเล็กซานดราเล่า "พวกท่านส่งเสริมให้มุ่งมั่นใฝ่ฟ้าคว้าดาว"

แล้วเธอก็ทำสำเร็จ

คำปรึกษาที่ดีคือสิ่งสำคัญ

ที่มาของภาพ, Family Photo

คำบรรยายภาพ,

อเล็กซานดราในวัยเด็กกับพี่น้อง

อเล็กซานดรารู้ว่าเธอโชคดีที่เป็นคนที่มีจิตใจแน่วแน่ และมีครอบครัวที่รักและใส่ใจ แต่จะเกิดอะไรขึ้นหากมันไม่ได้เป็นเช่นนี้

"นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมทัศนคติบางอย่างจึงอันตรายมาก โดยเฉพาะสำหรับเด็กและเยาวชนที่อาจรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง อย่างที่เรามักเป็นกัน" เธอกล่าว

"ถ้าคุณมาจากสิ่งแวดล้อมที่คุณไม่มีคนรู้จักที่ได้เรียนมหาวิทยาลัย หรือประกอบอาชีพ หรือมีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดี มันก็อาจเป็นเรื่องที่ยากมาก"

อเล็กซานดรามีความเชื่อว่า ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใดในโลก โรงเรียนและครูมีบทบาทที่สำคัญมาก "ถ้าคุณไม่มีใครคอยบอกว่า 'เธอทำมันได้' ฉันก็เข้าใจได้ว่าทำไมคนหนุ่มสาวถึงอาจถอดใจหรือยอมแพ้ได้"

แต่สิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่ากันก็คือการที่สถาบันต่าง ๆ ยอมที่จะเปลี่ยนแปลง และพยายามหยิบยื่นโอกาสให้คนที่มีพื้นเพต่าง ๆ เพื่อให้พวกเขารู้ว่าพวกเขามีโอกาสดี หากพวกเขาลองสมัครเข้าเรียน

มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงโลก

ที่มาของภาพ, 5SAH Chambers

คำบรรยายภาพ,

"เป็นเรื่องสำคัญที่จะเข้าร่วมกลุ่ม หากเราต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงในสถาบันเหล่านี้ เราต้องเข้าไปอยู่ที่นั่น เราต้องสร้างความหลากหลายของผู้คน"

"การได้รับเลือกให้เข้าเรียนที่อ็อกซ์ฟอร์ดสำคัญต่อฉันมาก แม้ว่าฉันจะไม่รู้สึกว่าตัวเองเข้ากับสังคมที่นั่นก็ตาม" อเล็กซานดราเล่า

เธอบอกว่าการเรียนที่อ็อกซ์ฟอร์ดนั้นค่อนข้างยากอยู่แล้ว แต่เธอก็สนุกกับความท้าทางทางวิชาการ แต่ "สิ่งที่ฉันพบว่าเป็นเรื่องยากที่สุดคือการเข้าสังคม"

มีหลายครั้งที่อเล็กซานดรารู้สึกโดดเดี่ยว เช่นเวลาที่มีเกมดื่มเหล้า แล้วใครบางคนจะถามว่า "มีใครได้เข้าเรียนที่อ็อกซ์ฟอร์ดเพียงเพราะเป็นคนผิวดำบ้าง"

ตอนนั้นมีนักศึกษาผิวดำเพียง 2 คนทั้งหอ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ อเล็กซานดรา

แต่เธอชี้ว่า "เป็นเรื่องสำคัญที่จะเข้าร่วมกลุ่ม หากเราต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงในสถาบันเหล่านี้ เราต้องเข้าไปอยู่ที่นั่น เราต้องสร้างความหลากหลายของผู้คน"

อย่างไรก็ตาม อเล็กซานดรายอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อต้องเข้าไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่คุณไม่เห็นคนแบบเดียวกันมากนัก

"เรายังไม่เข้าใจว่าการเหยียดเชื้อชาติคืออะไร"

ที่มาของภาพ, Family Photo

คำบรรยายภาพ,

สังคมจะรับประกันได้ไหมว่าเด็กทุกคนจะได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกันด้านการศึกษา

บางคนแสดงความเห็นในโซเชียลมีเดียโดยตั้งคำถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับทนายความหญิงผู้นี้ และว่าพวกเขาไม่เคยเห็นการกระทำที่ไม่เป็นมืออาชีพในศาลเลย

แต่อเล็กซานดราชี้ว่าประเด็นนี้ไม่เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอเพียงเท่านั้น แต่ "นี่เป็นการบ่งชี้ถึงทัศนคติในสังคมโดยรวม"

ขณะที่บางคนบอกว่ากรณีนี้น่าจะมาจากความเขลา มากกว่าจะเป็นการเหยียดเชื้อชาติ ซึ่งนี่อาจเป็นประเด็นสำคัญสำหรับอเล็กซานดรามากที่สุด "ปัญหาใหญ่ที่สุดของเราคือเราไม่เข้าใจว่าการเหยียดเชื้อชาติคืออะไร"

เธอชี้ว่า ที่ผ่านมาผู้คนมักคิดว่าคุณเป็นพวกเหยียดเชื้อชาติหากคุณร้องตะโกนคำด่าเรื่องสีผิว หรือพูดว่าคนผิวดำไม่สามารถทำอย่างนั้นทำอย่างนี้ได้

"ผู้คนควรได้รับการศึกษาเรื่องนี้และได้เข้าใจเกี่ยวกับการเหยียดเชื้อชาติอย่างเป็นระบบ (systemic racism)" เพราะอเล็กซานดราเชื่อว่านี่จะช่วยให้ผู้คนเปลี่ยนแปลงความคิดแบบการคาดเดาเกี่ยวกับผู้อื่นโดยพิจารณาจากรูปลักษณ์ภายนอกของพวกเขา ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการแก้ปัญหาการเหยียดเชื้อชาติในสังคมได้