สหรัฐฯ เตือนการปราบปรามโรฮิงญาในเมียนมา อาจทำให้เกิดกลุ่มสุดโต่ง ด้านมาเลเซียประณามเมียนมา “ล้างเผ่าพันธุ์” โรฮิงญา

  • 3 ธันวาคม 2016
ชาวมุสลิมโรฮิงญา Image copyright MUNIR UZ ZAMAN/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ ชาวมุสลิมโรฮิงญาจำนวนมากหนีปัญหาความรุนแรงในเมียนมาเข้าไปอยู่ที่ค่ายผู้ลี้ภัยในบังกลาเทศ

รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า การปราบปรามด้านความมั่นคงในเมียนมา ซึ่งทำให้ชาวมุสลิมโรฮิงญาหลายหมื่นคนต้องพลัดถิ่น และมีผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่ง อาจส่งผลให้เกิดกลุ่มสุดโต่งและความขัดแย้งด้านศาสนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และปัญหาความรุนแรงในรัฐยะไข่อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า มีชาวโรฮิงญาจำนวนหนึ่งเริ่มลุกขึ้นมาต่อสู้คัดค้านชาวพุทธซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของเมียนมา ที่มองว่าชาวโรฮิงญาเป็นผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย ทั้งที่ชาวโรฮิงญาจำนวนไม่น้อยอาศัยอยู่ในเมียนมามาหลายรุ่นแล้ว

Image copyright KHINE HTOO MRAT/AFP/Getty Image
คำบรรยายภาพ ชาวโรฮิงญาจำนวนไม่น้อยอาศัยอยู่ในเมียนมามาหลายรุ่น

นายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ด้านกิจการเอเชียตะวันออก วิจารณ์มาตรการแข็งกร้าวของกองทัพเมียนมา และว่า ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นอาจยั่วยุให้ผู้ถูกกดขี่เกิดแนวคิดสุดโต่งได้ เขายังขอให้ประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ เช่น มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ยับยั้งชั่งใจไม่ออกมาเดินขบวนประท้วง เพราะอาจจุดชนวนความขัดแย้งทางศาสนาให้บานปลายได้

นายรัสเซล บอกสำนักข่าวเอพีว่า หากจัดการไม่เหมาะสม ความขัดแย้งในรัฐยะไข่อาจลุกลามบานปลาย จนก่อให้เกิดกลุ่มที่มีแนวคิดหัวรุนแรง ซึ่งขณะนี้กำลังเป็นปัญหาอยู่ในบังกลาเทศและอีกหลายประเทศ

มีรายงานว่า นักศึกษาชาวโซมาเลียที่ก่อเหตุโจมตีในมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตทเมื่อสัปดาห์นี้ ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กประท้วงการเข่นฆ่าชาวมุสลิมในเมียนมา และเมื่อสัปดาห์ก่อน ทางการอินโดนีเซียได้จับกุมคนร้าย 2 คน ซึ่งว่ากันว่าวางแผนโจมตีสถานทูตเมียนมาในกรุงจาการ์ตา

Image copyright ROMEO GACAD/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ พระสงฆ์เมียนมาชุมนุมประท้วงนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัก ของมาเลเซีย ที่ออกแถลงการณ์ประณามเมียนมาว่า ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮิงญา

ความขัดแย้งในประเด็นนี้ได้ขยายวงไปสู่เวทีการเมืองระหว่างประเทศด้วย มีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัก ของมาเลเซีย วางแผนจะเข้าร่วมการชุมนุมในสัปดาห์นี้ เพื่อประท้วงต่อต้านปฏิบัติการทางทหารในเมียนมา

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า กระทรวงต่างประเทศมาเลเซียยังได้ออกแถลงการณ์ประณามเมียนมาว่า ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮิงญา โดยระบุว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีชาวโรฮิงญาหลายหมื่นคนได้หลบหนีออกจากถิ่นฐานเดิมในรัฐยะไข่ แล้วลี้ภัยไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากที่ถูกกองทัพเมียนมาปราบปรามอย่างรุนแรง

แม้รัฐบาลเมียนมาบอกว่า วิกฤตในรัฐยะไข่เป็นเรื่องภายใน แต่กระแสกดดันเมียนมาจากประชาคมโลกกำลังเพิ่มขึ้น โดยมาเลเซียชี้ว่า ปัจจุบันมีชาวโรฮิงญาอยู่ในมาเลเซียราว 56,000 คน จึงทำให้เรื่องในรัฐยะไข่ไม่ใช่กิจการภายในของเมียนมาอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องระหว่างประเทศ

Image copyright KHINE HTOO MRAT/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ นายโคฟี อันนัน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานการณ์ในรัฐยะไข่

อีกด้านหนึ่ง วันนี้ (3 ธ.ค.) นายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ พร้อมคณะได้เดินทางไปถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งในรัฐยะไข่ ที่ถูกไฟไหม้เสียหายหนัก คาดว่านายอันนัน จะแถลงผลการตรวจเยี่ยมสถานการณ์ในรัฐยะไข่ต่อสื่อมวลชนได้ในวันอังคารนี้ ก่อนหน้าเหตุรุนแรงต่อชาวโรฮิงญาในครั้งนี้ นางออง ซาน ซูจี ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อประสานงานกับนายอันนัน เพื่อหาทางคลี่คลายวิกฤตในรัฐยะไข่ แต่การทำงานยากลำบากขึ้นหลังเหตุนองเลือด และนางซูจี ซึ่งเคยได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ก็ถูกวิจารณ์ว่าไม่ช่วยปกป้องชาวโรฮิงญา เพราะหลังจากที่พรรคของเธอชนะการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์เมื่อปีที่แล้ว นางซูจีก็แทบไม่ได้เอ่ยถึงชาวโรฮิงญาเลย