เขตการค้าเสรี ตลาดร่วม สหภาพศุลกากร : มีอะไรที่แตกต่างกัน

  • 17 มกราคม 2017
ตู้คอนเทนเนอร์ Image copyright EPA

นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เตรียมแถลงรายละเอียดแผนออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) หรือเบร็กสิท ในวันนี้ (17 ม.ค.) ท่ามกลางการจับตาว่านางเมย์จะกำหนดจุดยืนของสหราชอาณาจักรเอาไว้อย่างไร ขณะที่สำนักนายกรัฐมนตรีอังกฤษเองออกมาระบุว่ารายงานข่าวที่ว่านางเมย์จะส่งสัญญาณว่าจะออกจากการเป็นสมาชิกตลาดร่วมและสหภาพศุลกากร นั้นเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น

ในระหว่างนี้มาดูรายละเอียดกันสักนิดว่า ศัพท์เศรษฐกิจอย่าง 'เขตการค้าเสรี' 'ตลาดร่วม' และ 'สหภาพศุลกากร' นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร

ตลาดร่วม

ปกติแล้วหมายถึง ตลาดร่วมสหภาพยุโรป และน่าจะเป็นความร่วมมือทางการค้าที่ถือได้ว่าทะเยอทะยานมากที่สุด เพราะนอกจากจะไม่มีภาษีศุลกาการ โควต้า หรือภาษีการค้าแล้ว ก็ยังรวมถึงการเปิดเสรีให้นำเข้า-และส่งออกสินค้า บริการ เงินทุน และการเคลื่อนย้ายของประชากรได้อย่างเสรี

Image copyright AFP

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าเหตุใดชาวฝรั่งเศสถึงได้เดินทางเข้า-ออกสหราชอาณาจักร หรือชาวอังกฤษที่ย้ายไปอยู่สเปนได้โดยไร้ข้อจำกัด แต่ชาวเติร์ก และยูเครน ยังไม่ได้รับสิทธินี้

นอกจากนี้ ตลาดร่วมยังพยายามยกเลิกมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี เช่น การให้ใช้กฎข้อบังคับเรื่องบรรจุภัณฑ์และมาตรฐานความปลอดภัยเดียวกันทั้งอียู โดยครอบคลุมแทบทุกอุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่มาตรฐานอาหาร การใช้สารเคมี ไปจนถึงชั่วโมงการทำงาน และมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขภาพ เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เท่าเทียมกันภายในตลาดร่วม ซึ่งแตกต่างจากเขตการค้าเสรี

อียูบรรลุเป้าหมายตลาดร่วมสำหรับสินค้ามาตั้งแต่ปี 1992 (พ.ศ.2535) แต่ตลาดร่วมด้านบริการยังอยู่ระหว่างดำเนินการจนถึงขณะนี้ ทั้งที่อียูรับปากว่าจะเริ่มต้นเปิดตลาดร่วมด้านบริการมาหลายครั้งแล้ว แต่บางประเทศสมาชิกกลับยังไม่ค่อยกระตือรือร้นนัก ซึ่งแม้จะเป็นเช่นนี้ สหราชอาณาจักรก็ยังคงเป็นศูนย์กลางบริการด้านการเงินของอียู และด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทำให้อียูจึงไม่ใช่เขตการค้าเสรี แต่เป็นตลาดร่วม

ตการค้าเสรี

เขตการค้าเสรี คือเขตการค้าที่ไม่คิดอัตราศุลกากร หรือภาษี หรือกำหนดโควต้าสินค้าและ หรือบริการ ที่นำเข้าจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง การเจรจาจัดตั้งเขตการค้าเสรีนี้ อาจจะใช้เวลาหลายปีและโดยปกติจะมีข้อยกเว้น เช่นไม่รวมสินค้าเกษตรและประมง และสินค้าบางชนิด

Image copyright CHRISTOPHER FURLONG

นอกจากนี้ สินค้านำเข้าก็ยังต้องเป็นไปตามกฎหมายของประเทศที่จะส่งไปขายด้วย เช่น ประเทศที่มีข้อตกลงการค้าเสรีกับสหรัฐฯ อาจจะยังถูกสั่งห้ามส่งอาหารที่ผ่านการตัดต่อทางพันธุกรรม หรือสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยต่างกันเข้าไปขาย

ที่จริงแล้วในยุโรปก็มีเขตการค้าเสรี ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือเพื่อจัดตั้งขึ้น เช่น สมาคมการค้าเสรียุโรปหรือเอฟตา ที่รวมนอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ ยิ่งไปกว่านั้น อียูยังมีข้อตกลงการค้าเสรีกับอีกหลายประเทศในยุโรปและทวีปอื่น รวมถึงตุรกี และยูเครน และประเทศที่กำลังสมัครเข้าเป็นสมาชิกอียูด้วย

สหภาพศุลกากร

ข้อแตกต่างระหว่างสหภาพศุลกากรกับเขตการค้าเสรี คือการที่ประเทศสมาชิกรวมตัว เพื่อเรียกเก็บอัตราศุลกากรเดียวกันสำหรับสินค้านำเข้าจากประเทศอื่นที่ไม่ใช่สมาชิก และเมื่อสินค้าผ่านการตรวจศุลกากรแล้ว ก็สามารถส่งเข้าไปขายยังประเทศสมาชิกอื่นๆ ได้ โดยไม่ต้องเสียภาษีอีก จึงเรียกได้ว่าอียูก็เป็นสหภาพศุลกากรด้วย และประชาคมยุโรป ซึ่งมีมาตั้งแต่ก่อนก่อตั้งอียูก็เป็นสหภาพศุลกากรเช่นกัน

Image copyright MATT CARDY
คำบรรยายภาพ ในสมาคมการค้าเสรียุโรป มีสามประเทศที่เป็นส่วนหนึ่งของตลาดร่วมด้วย นั่นคือ ลิกเตนสไตน์ ไอซ์แลนด์ และนอร์เวย์ โดยเป็นการต่อรองการเข้าถึงตลาดร่วมแต่ไม่รวมสินค้าเกษตรและปลา

สำหรับนอร์เวย์นั้น นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของตลาดร่วมอียู แต่ไม่ได้อยู่ในสหภาพศุลกากร ดังนั้นจึงสามารถกำหนดอัตราศุลกากรกับสินค้านำเข้าจากประเทศนอกตลาดร่วมได้เอง แต่สินค้าจากนอร์เวย์ ยกเว้นสินค้าภาคเกษตรและปลา สามารถส่งไปขายในกลุ่มอียูได้โดยไม่ต้องเสียภาษีศุลกากร ด้วยเหตุนี้ ทำให้ผู้ส่งออกนอร์เวย์ต้องคำนึงถึงกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า เพื่อพิสูจน์ว่าสินค้ามีต้นกำเนิดจากนอร์เวย์ จะได้ไม่ต้องจ่ายภาษีศุลกาการเมื่อส่งไปขายยังประเทศในกลุ่มอียู

ทางเลือกอื่น

ในสมาคมการค้าเสรียุโรป มีสามประเทศที่เป็นส่วนหนึ่งของตลาดร่วมด้วย นั่นคือ ลิกเตนสไตน์ ไอซ์แลนด์ และนอร์เวย์ โดยเป็นการต่อรองการเข้าถึงตลาดร่วมแต่ไม่รวมสินค้าเกษตรและปลา จึงมีผลให้สินค้าจากทั้งสามประเทศนี้ ต้องทำตามกฎข้อบังคับแบบเดียวกับในตลาดร่วมของอียูด้วย แต่กลับมีสิทธิ์แสดงความเห็นน้อยมากสำหรับเงินที่ต้องจ่ายให้กับอียู

ส่วนสวิตเซอร์แลนด์ เท่าที่ผ่านมาได้ต่อรองข้อตกลงทวิภาคีหลายฉบับ ซึ่งทำให้เข้าถึงตลาดร่วมได้ในอุตสาหกรรมหลักๆ แม้ว่าจะต้องทำตามกฎของอียูและจ่ายเงินสนับสนุนด้วย แต่ข้อตกลงนี้ก็กำลังเสี่ยงที่จะถูกรื้อขึ้นมาเจรจาใหม่ หลังจากการผ่านประชามติด้วยคะแนนเฉียดฉิวเมื่อปี 2014 เพื่อบังคับใช้ข้อจำกัดเรื่องคนเข้าเมือง

Image copyright AFP

การที่อียูยืนยันว่าประเทศในสมาคมการค้าเสรียุโรปต้องเปิดประชาชนเคลื่อนไหวได้อย่างเสรีในอียู ยังจะทำให้ข้อตกลงการค้าที่สหราชอาณาจักรต่อรอง เป็นสิ่งสำคัญมากต่อธุรกิจ เช่น ในกรณีที่ธุรกิจนั้นตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักรและเข้าถึงตลาดร่วมซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทลูกกับโรงงานประกอบชิ้นส่วนได้ การมีข้อตกลงการค้าเสรีเข้ามาแทนที่ อาจจะทำให้บริษัทดังกล่าวขาดอิสระในการย้ายเงินทุน พนักงาน และสินค้าในอียู

แต่บริษัทอื่นอาจจะอยากให้มีข้อตกลงการค้าเสรีมากกว่า เพื่อที่จะได้ไม่ต้องทำตามข้อบังคับและกฎระเบียบอียู ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายจากการปฏิบัติตามระเบียบทางการ แม้ว่าอาจจะมีปัญหาในการส่งสินค้าที่ไม่ตรงตามเกณฑ์เข้าไปขายในอียูก็ตาม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง