ทีมงานทรัมป์โต้สื่อพยายามทำลายความชอบธรรมผู้นำคนใหม่

  • 23 มกราคม 2017
นายไรน์ซ พรีบัส Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ นายไรน์ซ พรีบัส หัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกว่ามีความพยายามทำลายความชอบธรรมของผู้นำคนใหม่

ทีมงานของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่ เกิดวิวาทะกับสื่อมวลชนอเมริกันหลายสำนักเรื่องการรายงานพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของนายทรัมป์ ซึ่งฝ่ายผู้นำคนใหม่มองว่ามีการบิดเบือนให้จำนวนผู้มาเข้าร่วมงานน้อยกว่าความเป็นจริง

นายไรน์ซ พรีบัส หัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า มีความพยายามทำลายความชอบธรรมของประธานาธิบดีคนใหม่ โดยสื่อมวลชนนั้นหมกมุ่นอยู่แต่การนำเสนอประเด็นเช่นนี้ตั้งแต่วันแรก ซึ่งตนจะไม่ยอมอยู่นิ่งเฉย และจะต่อสู้กับรายงานข่าวแบบนี้อย่างถึงที่สุดทุกวันแน่

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์และทีมงานตำหนิสื่อที่นำเสนอภาพผู้มาเข้าร่วมงานฉลองพิธีสาบานตนในบริเวณแนชันแนล มอลล์ ในกรุงวอชิงตันให้ดูบางตากว่าความเป็นจริง ทั้งยังนำไปเปรียบเทียบกับภาพสมัยพิธีสาบานตนของอดีตประธานาธิบดีโอบามาเมื่อปี 2009 ซึ่งดูมีผู้คนหนาแน่นกว่ามากอีกด้วย ซึ่งภาพดังกล่าวทำให้นายทรัมป์ต่อว่าสื่อมวลชนว่า เป็นพวกคนมดเท็จไม่ซื่อสัตย์ที่สุดจำพวกหนึ่งของโลก

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ บรรยากาศพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของนายทรัมป์ (ซ้าย) กับของนายโอบามาเมื่อปี 2009 (ขวา) ถ่ายจากอนุสาวรีย์วอชิงตัน

แม้จะไม่มีตัวเลขอย่างเป็นทางการยืนยันจำนวนผู้มาเข้าร่วมงาน แต่นายทรัมป์ยังคงยืนกรานว่าน่าจะมีผู้มาเข้าร่วมราว 1.5 ล้านคน ในขณะที่สื่อรายงานว่ามีราว 250,000 คน ส่วนนายฌอน สไปเซอร์ หัวหน้างานประชาสัมพันธ์ของทำเนียบประธานาธิบดีระบุว่า มีผู้มาร่วมงานในบริเวณแนชันแนล มอลล์ ราว 720,000 คน โดยเป็นจำนวนมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์

ด้านสื่อมวลชนอเมริกันหลายสำนักได้โต้แย้งตัวเลขที่นายสไปเซอร์กล่าวอ้าง โดยหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ระบุว่านายสไปเซอร์กล่าวเท็จ และว่าคำกล่าวอ้างของเขาแสดงถึงการใช้อำนาจโดยมิชอบตั้งแต่แรกเริ่มสมัยของผู้นำคนใหม่ นอกจากนี้ สถานีโทรทัศน์เอบีซีและซีเอ็นเอ็น ได้โต้แย้งคำกล่าวของนายสไปเซอร์ด้วยเช่นกัน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงข้อความทางทวิตเตอร์ว่า มีผู้ชมการถ่ายทอดสดพิธีสาบานตนของเขาถึง 31 ล้านคน มากกว่าเมื่อ 4 ปีที่แล้วถึง 11 ล้านคน นอกจากนี้เขายังทวีตข้อความถึงการเดินรณรงค์เพื่อสิทธิสตรีที่กลายเป็นการชุมนุมประท้วงตัวเขาไปเมื่อวานนี้ว่า "เราเพิ่งจะมีการเลือกตั้งไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ แต่เพราะเหตุใดคนเหล่านี้ถึงไม่ไปเลือกตั้ง ?" อย่างไรก็ตาม เขาได้ทวีตอีกข้อความตามมาด้วยว่า "การประท้วงอย่างสันติเป็นเครื่องหมายของระบอบประชาธิปไตยของเรา"