ทรัมป์ ลงนามคำสั่งจำกัดคนเข้าเมือง

โดนัลด์ ทรัมป์ Image copyright Getty Images

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดี ให้ใช้มาตรเข้มงวดเพื่อคัดกรองคนเข้าเมือง และ "กีดกันผู้ก่อการร้ายมุสลิม" โดยเขาให้สัมภาษณ์โทรทัศน์เมื่อวันศุกร์ทีผ่านมาว่า ชาวซีเรียที่นับถือศาสนาคริสต์จะได้รับการพิจารณาคำขอสถานะผู้ลี้ภัยก่อน นอกจากนี้ ก็สัญญาว่าจะลดปริมาณคนเข้าเมืองจากอีก 6 ประเทศมุสลิมด้วย

หลังจากพิธีสาบานตน รับตำแหน่งรัฐมตรีกลาโหมสหรัฐฯ ของ พลเอกเจมส์ แมททิส ในวันศุกร์ที่ 27 มกราคม ตามเวลาในสหรัฐอเมริกา ทรัมป์กล่าวว่า "ผมจะประกาศใช้มาตรการคัดกรองใหม่ เพื่อกีดกันผู้ก่อการร้ายมุสลิมเข้าสหรัฐฯ เราต้องการรับแต่คนที่จะสนับสนุน และรักประเทศ และประชาชนของเราเท่านั้น"

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ พลเอกเจมส์ แมททิส รัฐมตรีกลาโหมสหรัฐฯ

จากนั้นไม่กี่ชั่วโมง ก็มีการเปิดเผยรายละเอียดในคำสั่งประธานาธิบดี ซึ่งมาตรการใหม่ต่าง ๆ รวมถึง

  • การระงับโครงการรับผู้ลี้ภัยเข้าสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 120 วัน
  • การห้ามรับผู้ลี้ภัยจากซีเรีย จนกว่าจะมี 'การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ' ซึ่ง 'สอดคล้องกับผลประโยชน์ของชาติ'
  • ให้ระงับการรับผู้ที่มาจากอิรัก ซีเรีย และประเทศที่ถูกกำหนดให้เป็น 'บริเวณที่น่าเป็นห่วง' เป็นเวลา 90 วัน
  • ให้จัดลำดับความสำคัญของคำขอสถานะผู้ลี้ภัยในอนาคต 'บนพื้นฐานของการถูกข่มเหงซึ่งมีสาเหตุมาจากศาสนา' ในกรณีที่บุคคลนั้น เป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศบ้านเกิด
  • การระงับโครงการยกเว้นขั้นตอนสัมภาษณ์เพื่อขอวีซ่า ซึ่งเปิดโอกาสให้คนเข้าเมืองต่อวีซ่าได้โดยไม่ต้องผ่านการสัมภาษณ์

อย่างไรก็ตาม ข้อที่บอกให้กำหนดเซฟโซนภายในซีเรีย ซึ่งอยู่ในร่างคำสั่งก่อนหน้านี้ ได้ถูกลบออกไปในเอกสารคำสั่งที่ประธานาธิบดีลงนาม

Image copyright AFP

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดี ที่มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างกองทัพ ซึ่งรวมถึง 'การพัฒนาแผนสำหรับเครื่องบินใหม่ เรือรบใหม่ ทรัพยากรใหม่ และเครื่องมือใหม่ๆ สำหรับทหาร'

เมื่อปีที่ผ่านมา รัฐบาลอดีตประธานาธิบดีโอบามา เปิดรับผู้ลี้ภัยชาวซีเรียเข้าสหรัฐฯ 10,000 คน ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างแคนาดา ซึ่งมีประชากรเพียง 1 ใน 9 ของสหรัฐฯ เปิดรับผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย 35,000 คน ส่วนโดนัลด์ ทรัมป์ ในตอนหาเสียงเคยเสนอว่าจะปิดรับชาวมุสลิมอย่างสิ้นเชิง จนกว่าทางการจะเข้าใจสถานการณ์ แต่หลังจากชนะเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน ก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้อีกเลย จนกระทั่งล่าสุดที่มีคำสั่งลงนาม ซึ่งก็ถูกวิจารณ์จากสมาชิกพรรคเดโมแครต และคนสำคัญอื่นๆ

คามาลา แฮร์ริส สมาชิกวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต เขียนโจมตีว่า คำสั่งประธานาธิบดีดังกล่าว ถูกลงนามในวันรำลึกการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ หรือ Holocaust Memorial Day พอดี 'ไม่ต้องคิดเป็นอย่างอื่นเลย - นี่คือคำสั่งห้ามชาวมุสลิม'

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่อายุน้อยที่สุดในโลก กล่าวว่าคำสั่งประธานาธิบดีทำให้เธอ 'หัวใจสลาย'

ด้านมาลาลา ยูซัฟไซ ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่อายุน้อยที่สุด ซึ่งเคยถูกกลุ่มตอลิบันยิงได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากเธอออกมากล่าวสนับสนุนให้ผู้หญิงในปากีสถานได้รับการศึกษา กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เธอรู้สึก 'หัวใจสลาย' เพราะ 'วันนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ กำลังปิดประตูใส่เด็ก แม่ และพ่อ ที่หนีความรุนแรงและสงคราม' เธอกล่าวด้วยว่า 'อเมริกากำลังหันหลังให้ประวัติศาสตร์ที่น่าภาคภูมิใจ ในการต้อนรับผู้ลี้ภัยและคนเข้าเมือง คนเหล่านี้ช่วยสร้างประเทศของคุณ และพร้อมจะทำงานหนัก เพื่อให้มีโอกาสเริ่มชีวิตใหม่อย่างเป็นธรรม'

นอกจากนี้ มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก ก็โพสต์ข้อความยาวบนเพจของตัวเองว่า เรารู้สึก 'เป็นกังวล' กับคำสั่งประธานาธิบดี และยังบอกด้วยว่าเขาก็เหมือนชาวอเมริกันอีกจำนวนมากที่เป็นลูกหลานของคนเข้าเมือง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง