ทรัมป์หยามสื่อในการปราศรัยที่ฟลอริดา

  • 19 กุมภาพันธ์ 2017
โดนัลด์ ทรัมป์, ประธานาธิบดี, โจมตีสื่อ, ปราศรัย, ฟลอริดา Image copyright APTN
คำบรรยายภาพ โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าเขาอยากสื่อสารกับประชาชนอเมริกันแบบ "ไม่ให้สื่อใส่สีตีไข่"

โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความไม่พอใจต่อสื่อมวลชนอีกครั้งในการปราศรัยต่อกลุ่มผู้สนับสนุนของเขาที่เมืองเมลเบิร์น รัฐฟลอริดา โดยเขาโจมตีว่าสื่อไม่ยอมรายงาน "ตามความเป็นจริง" และนำเสนอแต่แง่มุมของตัวเอง จนทำให้ทรัมป์เห็นว่าความมองโลกในแง่ดีในตัวชาวอเมริกันมอดไหม้ลงไปแล้ว หลังโดนโจมตีอย่างหนักตั้งแต่เริ่มปฏิบัติหน้าที่ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากการลงจากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของนายไมเคิล ฟลินน์ ทำให้ทรัมป์ต้องเร่งหาที่ปรึกษาคนใหม่แล้ว ทรัมป์ยังโจมตีสื่อในงานแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา (16 ก.พ.) หลังจากถูกกดดันด้วยหลากข้อคำถามในหลายปัญหาที่เกิดขึ้นหลังเขาเข้าปฏิบัติหน้าที่

ล่าสุด โดนัลด์ ทรัมป์แสดงความไม่พอใจสื่ออีกครั้งในการปราศรัยที่รัฐฟลอริดา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (18 ก.พ.)

Image copyright GREGG NEWTON/AFP/Getty Images)

หน้ามือเป็นหลังมือ เพียงหนึ่งแฮนด์เชค: ผู้สื่อข่าวบีบีซี ทาร่า แม็คเคลวี่

"วันนี้เราจะได้พบปะฝูงชนแสนวิเศษเป็นแน่" คือสิ่งที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวในขณะที่เข้ามาพบปะและจับมือทักทายกลุ่มนักข่าว ก่อนที่เครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันจะลงจอด

เขาดูอบอุ่นและเป็นกันเองกับสื่อมวลชนอย่างพวกเราเมื่ออยู่บนเครื่องบินประจำตำแหน่งลำนี้ แต่เมื่อถึงงานชุมนุมแล้ว ทุกอย่างเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

ขณะปราศรัยอยู่บนเวที เขากล่าวโดยตรงถึงพวกเราว่า "นักข่าวคือส่วนหนึ่งของความเสื่อมทราม" เมื่อประโยคนี้ลง ฝูงชนก็กู่ร้องสนับสนุนคำพูดของเขาอย่างเต็มที่ ขณะที่ดิฉันกำลังสะเทือนใจกับคำพูดแห่งความเกลียดชังที่ต่อว่าสื่อมวลชนนี้ ชายผู้หนึ่งก็เอามือมาบังเลนส์กล้องช่างภาพของเราที่กำลังทำงาน นี่ยังไม่รวมตอนที่เราเดินออกจากโรงเก็บเครื่องบิน มีชายคนหนึ่งกล่าวว่า "ลาก่อน พวกสื่อจอมลวง"

Image copyright GREGG NEWTON/AFP/Getty Images

ประธานาธิบดีทรัมป์และนางเมลาเนีย สตรีหมายเลข 1 ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากชาวอเมริกันในรัฐที่เขาชนะการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ส่วนกลุ่มผู้ต่อต้านทรัมป์รวมตัวกันประท้วงอยู่ด้านนอกสถานที่จัดงาน และทรัมป์เอ่ยว่าเขาอยาก สื่อสารกับประชาชนอเมริกันแบบ "ไม่ให้สื่อใส่สีตีไข่" และเรียกขานสื่อมวลชนว่าเป็น "พวกไม่ซื่อสัตย์" ทั้งยังพูดจาวนไปวนมาว่าบางสำนักข่าว "ไม่ยอมนำเสนอความจริง" และคอยแต่งเรื่องเกี่ยวกับเขาอยู่เสมอ

"แต่เราจะเปิดโปงสื่อ...และเราจะชนะ ชนะ ชนะ" เขากล่าว

Image copyright Joe Raedle/Getty Images

การปราศรัยในลักษณะคล้ายกับการหาเสียงของประธานาธิบดีที่กำลังดำรงตำแหน่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนักในสหรัฐฯ แต่ในระหว่างที่ทรัมป์ปราศรัยที่ฟลอริดา เขาได้กล่าวถึงแผนต่างๆ ต่อไปนี้:

  • ย้ำนโยบายที่จะทำให้สหรัฐฯ "ปลอดภัย" โดยยืนยันว่าจะทำให้ประเทศนี้ "มีชายแดนที่แน่นหนาขึ้นอีกครั้ง"
  • บอกว่าสหรัฐฯ จะมี "แผนสุขภาพที่ดีเยี่ยม" และสิ่งที่โอบามาทำไว้จะโดนยกเลิก
  • ย้ำว่าทำเนียบขาวยังทำงานกันอย่าง "ราบรื่นดี" โดยไม่สนถึงคำครหาว่าคณะบริหารของเขาตอนนี้กำลังอลหม่าน
  • สัญญาว่าจะ "ลดขนาดรัฐบาลลง" และ "ลดปัญหาที่เกิดขึ้นในทำเนียบขาว"
  • วางแผนที่จะกำจัดกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลามหรือไอเอส "ให้สิ้นซาก"
  • สัญญาว่าจะเพิ่มอัตราการจ้างงานในสหรัฐฯ และจะปูทางการทหารของประเทศเสียใหม่
Image copyright GREGG NEWTON/AFP/Getty Images

ส่วนงานแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา (16 ก.พ.) สิริเวลารวม 76 นาที ทรัมป์พาดพิงถึงความไม่เป็นธรรมของสื่อที่อยู่ในระดับเกินที่จะควบคุม โดยอ้างถึงการรายงานข่าวเรื่องการสร้างสัมพันธ์ที่เคลือบแคลงระหว่างเขากับรัสเซีย

ทั้งนี้ นายไมเคิล ฟลินน์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของรัฐบาลทรัมป์ได้ลาออกจากตำแหน่งในวันจันทร์ที่ผ่านมา (13 ก.พ.) หลังจากพบว่านายฟลินน์ได้ให้ข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์แก่นายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในกรณีที่เขาลอบติดต่อทูตรัสเซียเพื่อหารือเรื่องยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย ทั้งที่เขายังไม่ได้เข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ อย่างเป็นทางการ

นิวยอร์ค ไทมส์ก็ได้เปิดโปงว่าสมาชิกในทีมหาเสียงและผู้เกี่ยวข้องกับทรัมป์หลายรายได้รติดต่อกับเจ้าหน้าที่ราชการลับระดับสูงของรัสเซียเมื่อปีที่แล้วก่อนการเลือกตั้งเสียอีก

การมาเยือนฟลอริดาครั้งนี้ของทรัมป์หลังการเข้ารับตำแหน่งได้ 3 สัปดาห์ เขาได้ทวีตถึง มาร์-อะ-ลาโก้ รีสอร์ทที่เขาเข้าพักว่าเป็น "ทำเนียบขาวทางตอนใต้" แม้ว่าที่แห่งนี้จะเป็นหนึ่งในทรัพย์สินส่วนตัวของทรัมป์ ไม่ได้เป็นของรัฐบาลแต่อย่างใด ซึ่งเขาจะใช้รีสอร์ทแห่งนี้เป็นสถานที่สัมภาษณ์ผู้ที่ถูกทาบทามมารับตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติแทนนายฟลินน์ ได้แก่: คีธ เคลล็อกก์ รักษาการที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ จอห์น โบลทัน อดีตทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ พลโท เอ็ช. อาร์ แม็คมาสเตอร์ และพลโท โรเบิร์ต คาสเล็น