ภาพเดียวชี้ “วงใน” ทรัมป์ถูกปลดแทบไม่เหลือ

  • 19 สิงหาคม 2017
ภาพนี้ถ่ายไว้เมื่อเดือนเดือนมกราคมที่ผ่านมา ขณะนายทรัมป์รับโทรศัพท์แสดงความยินดีจากผู้นำรัสเซีย Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ภาพนี้ถ่ายไว้เมื่อเดือนเดือนมกราคมที่ผ่านมา ขณะนายทรัมป์รับโทรศัพท์แสดงความยินดีจากผู้นำรัสเซีย

หลังจากที่นายสตีฟ แบนนอน หัวหน้านักวางแผนยุทธศาสตร์และที่ปรึกษาระดับสูงของทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถูกปลดออกจากตำแหน่งเป็นรายล่าสุด ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์กันว่า การเมืองภายในทำเนียบฯ ระหว่างกลุ่มคนสนิทของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เองนั้น มีความผันผวนเปลี่ยนแปลงรวดเร็วจนยากจะคาดเดา

ภายในระยะเวลาไม่ถึง 7 เดือน มีคนสนิทของผู้นำสหรัฐฯถูกปลดจากตำแหน่งสำคัญไปแล้วหลายคน ดังที่ปรากฏในภาพนี้ซึ่งถ่ายไว้เมื่อวันที่ 28 มกราคม หลังนายทรัมป์สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีได้ไม่นาน

1. ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

ในภาพนี้นายทรัมป์กำลังรับโทรศัพท์แสดงความยินดีจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ซึ่งหลังจากนั้นความสัมพันธ์อันดีระหว่างเขากับทางการรัสเซียกลายมาเป็นข้อกล่าวหาสำคัญที่สภาคองเกรสและเอฟบีไอกำลังสอบสวนว่า เขาได้ชัยชนะในการเลือกตั้งเพราะการแทรกแซงช่วยเหลือของรัสเซียหรือไม่ ล่าสุดเขายังถูกวิจารณ์อย่างหนักจากทั้งพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันว่า แสดงความเห็นไม่เหมาะสมเรื่องการประณามเหตุรุนแรงที่เมืองชาร์ล็อตส์วิลล์

2. นายไรนซ์ พรีบัส อดีตหัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ

นายพรีบัสถูกปลดออกเมื่อปลายเดือน ก.ค. หลังอยู่ในตำแหน่งได้เพียง 6 เดือน โดยก่อนหน้านั้น นายแอนโธนี สคารามุชชี ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของทำเนียบฯซึ่งต่อมาถูกปลดออกเช่นกันบอกว่า นายพรีบัสหวาดระแวงและประสาทเสียเรื่องการแพร่ข่าวความลับภายในทำเนียบฯที่มีหลุดออกไปหลายครั้งในช่วงนั้น แต่แม้จะถูกปลดออก

Image copyright @realDonaldTrump/Twitter
คำบรรยายภาพ นายทรัมป์ยังคงส่งข้อความทางทวิตเตอร์ขอบคุณที่นายพรีบัสอุทิศตนเพื่องานในหน้าที่ซึ่งเป็นการรับใช้ชาติ

3. นายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดี

นายเพนซ์ยังคงยึดเก้าอี้ในตำแหน่งไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แม้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วจะมีกระแสข่าวว่าเขาเตรียมลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯหลังนายทรัมป์หมดวาระในปี 2020 ซึ่งเขาออกมาแย้งว่าไม่เป็นความจริง

4. นายสตีฟ แบนนอน อดีตหัวหน้านักวางแผนยุทธศาสตร์ประจำทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ

กรณีสั่งปลดนายแบนนอนซึ่งมีท่าทีสุดโต่งทั้งในเรื่องการทหารและเศรษฐกิจนั้น เกิดจากการที่เขาขัดแย้งกับบุคคลวงในของรัฐบาลที่เดินสายกลางหลายคน ซึ่งรวมถึงสมาชิกครอบครัวตระกูลทรัมป์ด้วย ทำให้นายจอห์น เคลลี หัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่ต้องพิจารณาทบทวนถึงบทบาทของเขาอีกครั้ง ก่อนจะมีคำสั่งปลด

นายแบนนอนประกาศว่า เขายังคงจงรักภักดีต่อประธานาธิบดีทรัมป์ และจะกลับไปทำหน้าที่ผู้บริหารเว็บไซต์ข่าว Breitbart.com ซึ่งเคยถูกกล่าวหาว่าต่อต้านยิวและเผยแพร่แนวคิดคนขาวเป็นใหญ่ต่อไปเพื่อ "ทำสงครามต่อสู้กับฝ่ายต่อต้านทรัมป์ ทั้งพวกที่อยู่ในแวดวงการเมือง สื่อมวลชน และภาคธุรกิจของสหรัฐฯ"

5. นายฌอน สไปเซอร์ อดีตโฆษกประจำทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ

นายสไปเซอร์นั้นเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องที่เขาชอบปะทะคารมอย่างเผ็ดร้อนกับสื่อมวลชนบ่อยครั้ง เขาลาออกเมื่อปลายเดือน ก.ค. เพื่อประท้วงที่มีการแต่งตั้งนายแอนโธนี สคารามุชชี เป็นผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของทำเนียบฯ โดยนายสไปเซอร์กล่าวว่าเรื่องนี้ "เสี่ยงทำให้มีพ่อครัวอยู่ในครัวหลายคนเกินไป" อย่างไรก็ตาม ต่อมานายสคารามุชชีถูกไล่ออกหลังทำงานไปได้เพียง 10 วัน

6. นายไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ

นายฟลินน์ถูกบีบให้ลาออกจากตำแหน่งหลังทำงานไปได้เพียง 23 วัน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังถูกเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดและลอบติดต่อกับทางการรัสเซีย ตั้งแต่ก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะเข้าดำรงตำแหน่ง นอกจากนี้เขายังกล่าวเท็จกับรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ เรื่องการติดต่อกับนายเซอร์เก คิสเลียก เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงวอชิงตันด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง