ผู้คนนับหมื่นร่วมต้านการชุมนุมฝ่ายขวาที่บอสตัน

  • 20 สิงหาคม 2017
ตำรวจปะทะกับผู้ประท้วงต่อต้านฝ่ายขวาบางส่วน Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ตำรวจปะทะกับผู้ประท้วงต่อต้านฝ่ายขวาบางส่วน

ชาวอเมริกันจำนวนมากถึงราว 30,000 คน พากันมาร่วมแสดงพลังต่อต้านการชุมนุม "เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น" ซึ่งจัดโดยกลุ่มอนุรักษ์นิยมฝ่ายขวาที่เมืองบอสตันของสหรัฐฯ เนื่องจากในงานชุมนุมดังกล่าวจะมีผู้ฝักใฝ่แนวคิดคนขาวเป็นใหญ่ สมาชิกขบวนการคู คลักซ์ แคลน (เคเคเค) และผู้แทนฝ่ายขวาจัดอีกหลายคนขึ้นกล่าวปราศรัย

กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านฝ่ายขวาหลายหมื่นคนรวมตัวกันที่ศูนย์กีฬาเมืองบอสตัน จากนั้นพากันเดินขบวนไปตามท้องถนน มุ่งหน้าไปยังย่านบอสตัน คอมมอน ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งเวทีปราศรัยของกลุ่มอนุรักษ์นิยมฝ่ายขวา อย่างไรก็ตาม ตำรวจปราบจลาจลได้กั้นให้ฝูงชนล้อมเวทีดังกล่าวอยู่แต่รอบนอก โดยไม่สามารถเข้าถึงที่ชุมนุมของฝ่ายขวาซึ่งมีผู้มาร่วมงานปราศรัยแต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เกิดการปะทะกันระหว่างตำรวจกับผู้ประท้วงต่อต้านฝ่ายขวาบางส่วน และมีผู้ถูกจับกุม 33 ราย หลังมีการขว้างปาก้อนหินและขวดบรรจุปัสสาวะใส่เจ้าหน้าที่ แต่ในที่สุดตำรวจสามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ และต่อมามีคำสั่งให้ฝ่ายขวายกเลิกงานชุมนุม ก่อนที่ตำรวจจะนำตัวผู้เข้าร่วมงานฝ่าวงล้อมของกลุ่มผู้ประท้วงออกไปได้โดยปลอดภัย

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ผู้ประท้วงต่อต้านฝ่ายขวาหลายหมื่นคน พากันเดินขบวนไปยังย่านบอสตัน คอมมอน

นายมาร์ตี วอลช์ นายกเทศมนตรีเมืองบอสตัน กล่าวขอบคุณบรรดาผู้ประท้วงต่อต้านฝ่ายขวาที่พากันออกมาแสดงพลังโดยร่วมกันส่งสารแห่งความรัก ไม่ใช่ความเกลียดชัง "เพื่อโต้กลับพวกขบวนการคนขาวเป็นใหญ่และพวกนาซีที่พากันมาจนถึงเมืองของเรา ผมอยากขอบคุณทุกคนที่มาในวันนี้"

ด้านผู้จัดงานชุมนุม "เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น" ของฝ่ายขวาชี้แจงว่า การนำเสนอข่าวที่ผิดพลาดของสื่อมวลชน ทำให้กลุ่มของตนถูกมองว่ามีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มที่จัดการชุมนุมของขบวนการชาตินิยมผิวขาวที่เมืองชาร์ล็อตส์วิลล์ ซึ่งเป็นสาเหตุให้มีผู้ออกมาต่อต้านจำนวนมาก

ผู้จัดงานชุมนุมฝ่ายขวาออกแถลงการณ์ทางหน้าเฟซบุ๊กว่า "เรายังคงยืนยันว่า บุคคลทุกคนมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี และเราจะปกป้องสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน เราจะไม่ยอมให้พื้นที่เวทีของเราแก่พวกเหยียดเชื้อชาติหรือพวกไม่อดทนอดกลั้นต่อความเห็นต่างโดยเด็ดขาด เราขอประณามการเมืองที่ใช้การกดขี่และความรุนแรง"

นับแต่เกิดเหตุปะทะที่เมืองชาร์ล็อตส์วิลล์เป็นต้นมา ความขัดแย้งตึงเครียดระหว่างฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาในสหรัฐฯยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น โดยเมืองหลายแห่งมีแผนการรื้อถอนอนุสาวรีย์ของสมาพันธรัฐในยุคสงครามกลางเมือง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการกดขี่ทาสและเหยียดเชื้อชาติ แต่ฝ่ายต่อต้านแผนการดังกล่าวก็พากันออกมาแสดงพลังมากขึ้น