ธุรกิจความตายสไตล์ 4.0?

  • 24 สิงหาคม 2017
ความตาย Image copyright Getty Images

บริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีหลายแห่งเชื่อว่า ถึงเวลาที่รูปแบบธุรกิจเกี่ยวกับความตายจะต้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

หลังจากตายไป คุณอยากกลับมามีชีวิตใหม่ผ่านตัวตนบนโลกออนไลน์หรือเปล่า? อาจจะเข้าเฟซบุ๊กไปร่วมสนทนากับเพื่อน ๆ หรือโพสต์รูปในอินสตาแกรมย้อนถึงวันวานที่เคยขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแฟนเก่า

มันอาจจะฟังดูแปลกประหลาด แต่บริษัทด้านเทคโนโลยีหลายแห่งกำลังลงทุนมหาศาล เปิดทางเลือกให้คุณได้มี "ชีวิตดิจิทัล" หลังความตาย

ยกตัวอย่างเช่น บริษัท "อีเทอนิมี" พวกเขาวางแผนจะรวบรวมข้อมูลบนโลกออนไลน์ทั้งหมดของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกนึกคิด หรือรูปถ่ายที่เคยโพสต์ไว้ในโซเชียลมีเดีย แล้วใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์มาช่วยสรรค์สร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ของคุณขึ้นมาใหม่

และตัวตนที่ว่านี้ก็จะสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับคนรัก หรือลูกหลานของคุณ แม้ว่าคุณจะตายไปนานแล้วก็ตาม

"มันขึ้นอยู่กับว่าระบบได้เก็บข้อมูลอะไรบ้าง ตัวตนที่ว่านี้สามารถทำได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะบอกเป็นการข้อมูลประวัติส่วนตัวของคุณ หรือเป็นคู่สนทนาที่ดีกับคนอื่นได้" มาเรียส เออร์ซาเค ผู้ก่อตั้งบริษัท อีเทอนิมี กล่าว

Image copyright MARIUS URSACHE
คำบรรยายภาพ มาเรียส เออร์ซาเค ผู้ก่อตั้งบริษัท อีเทอนิมี

อีเทอนิมี เตรียมเปิดตัวในปีหน้า และทางบริษัทระบุว่า ขณะนี้มี มีลูกค้าสมัครบริการกว่า 37,000 รายแล้ว

แต่ถ้าคุณรู้สึกว่าความคิดนี้มันออกจะน่ากลัวไปสักหน่อย บริการการตั้งเวลาส่งข้อความทางโซเชียลมีเดียล่วงหน้าโดยเว็บไซต์ DeadSocial.org ก็อาจจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ในเชิงปฏิบัติ อาทิ คนที่คุณรักจะได้รู้ว่าคุณอยากจะจัดงานศพตัวเองอย่างไร

อย่างกรณีของ เรอเบคาห์ ดอแรน ซึ่งทำงานเป็นที่ปรึกษาในบริษัทท่องเที่ยวในนครลอสแองเจลิส แม้จะอายุเพียง 28 ปี แต่เธอได้วางแผนงานศพตัวเองไว้หมดแล้วผ่านบริษัทที่ชื่อ "เค้ก"

ในงานศพของเธอ แขกจะได้กินไก่และวาฟเฟิล พร้อมกับไวน์ฝรั่งเศส มีเพลงโฟล์คคลาสสิกเปิดบรรเลง

ดอแรน กล่าวว่า "การวางแผนเรื่องนี้สำคัญสำหรับคนวัยหนุ่มสาวมากกว่าคนแก่เสียอีก เพราะเมื่อสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น พวกเรามักจะเป็นพวกที่ไม่ได้วางแผนเรื่องนี้เอาไว้ก่อน"

Image copyright REBEKAH DORAN
คำบรรยายภาพ เรอเบคาห์ ดอแรน วางแผนไว้แล้วว่า ในงานศพของเธอ แขกจะได้กินไก่และวาฟเฟิล พร้อมกับไวน์ฝรั่งเศส มีเพลงโฟล์คคลาสสิกเปิดบรรเลง

บริษัทเค้ก ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองบอสตัน ให้ลูกค้าวางแผนทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นงานศพ ไปจนถึงว่าจะให้ทำอะไรกับบัญชีเฟซบุ๊กของพวกเขา ข้อมูลทุกอย่างจะถูกเก็บไว้ในระบบคลังข้อมูลออนไลน์ หรือไม่ก็ส่งต่อให้กับเพื่อนหรือคนในครอบครัว

"เมื่อคนในยุคดิจิทัลมีอายุมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็เลี่ยงไม่ได้ที่พวกเขาจะพึ่งระบบดิจิทัลเพื่อช่วยวางแผนสำหรับจุดจบของชีวิตพวกเขา" ซูลิน เช็น ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทเค้ก ระบุ

"การวางแผนเรื่องจุดจบของชีวิตคุณควรจะเป็นข้อมูลที่ถูกเก็บอย่างปลอดภัยในระบบคลังข้อมูลออนไลน์ ซึ่งเป็นที่ ๆ สามารถเข้าถึงได้ และได้รับการอัพเดทได้จากทุกที่ ไม่ใช่เก็บไว้เป็นเศษกระดาษในลิ้นชักที่ไหนสักแห่ง" เช็น กล่าว

โดยทั่วไป ธุรกิจเกี่ยวกับความตายไม่ใช่เรื่องที่จะเกี่ยวข้องกับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีสักเท่าไหร่ แม้จะมีบริการอย่างการนำอัฐิไปลอยในอวกาศ หรือการผลิตหีบศพหรือที่โกศบรรจุอัฐิที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ แต่มีบริษัทสตาร์ทอัพจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่เชื่อว่าธุรกิจนี้ต้องการการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ในสหราชอาณาจักร บริษัทโคออพเปอเรทีฟ ฟิวเนอรอลแคร์ และบริษัทดิกนิที เป็นผู้นำในวงการธุรกิจที่มีมูลค่า 1.7 พันล้านปอนด์ หรือราว 7 หมื่นล้านบาท โดยทั้งสองบริษัครองตลาดเป็นสัดส่วน 25.2% และ 18.4% ตามลำดับ

นี่ไม่ใช่สัดส่วนที่ดีนักสำหรับการแข่งขันทางธรุกิจ บริษัท ฟิวเนอรอลบุคเกอร์ จึงจัดทำระบบให้ผู้คนสามารถเปรียบเทียบราคาการจัดงานศพในสหราชอาณาจักรได้ ทางบริษัทบอกว่า ก่อนที่พวกเขาจะสร้างระบบนี้ขึ้นมา ไม่มีความโปร่งใสเรื่องของการตีราคาค่าจัดงานศพเลย

นอกจาก ฟิวเนอรอลบุคเกอร์ จะให้ลูกค้าเลือกผู้จัดงานศพได้จากบ้านแล้ว พวกเขายังให้พื้นที่กับกลุ่มบริษัทจัดงานศพอิสระเพื่อที่จะแข่งขันกับอิทธิพลของเครือบริษัทใหญ่ ๆ

เอียน สแตรง ประธานบริหารของบริษัท ฟิวเนอรอลบุคเกอร์ บอกว่ามีคนหลายพันคนได้เข้าใช้บริการของบริษัทตั้งแต่เปิดตัวเมื่อพฤศจิกายนที่แล้ว

ในสหรัฐอเมริกา บริษัท พาทติง ให้ลูกค้าได้ค้นหารายชื่อผู้จัดงานศพตามรหัสไปรษณีย์ ในขณะที่ บริษัท เฟนิกซ์ ในกรุงสตอกโฮล์ม ให้ลูกค้าจัดการเรื่องงานศพผ่านโทรศัพท์และระบบออนไลน์

Image copyright JAMIE FERGUSSON
คำบรรยายภาพ อลิซ วอล์ช ใช้บริการกับบริษัท แฟร์วิล ซึ่งให้บริการเรื่องพินัยกรรมและการจัดการงานศพในราคาเพียง 50 ปอนด์ หรือราว 2 พันบาท

การทำพินัยกรรมก็เป็นอีกอย่างที่คนมักไม่อยากทำ มักจะผัดวันประกันพรุ่งออกไปเรื่อย ๆ

แต่สำหรับ อลิซ วอล์ช ในวัย 50 ปี เธอใช้บริการกับบริษัท แฟร์วิล ซึ่งให้บริการเรื่องพินัยกรรมและการจัดการงานศพในราคาเพียง 50 ปอนด์ หรือราว 2 พันบาท

"ฉันและสามีตั้งใจจะทำพินัยกรรมมา 5 ปีแล้ว แล้วก็เลื่อนมาเรื่อย ๆ สำหรับฉัน การทำพินัยกรรมเป็นกระบวนการที่เชื่องช้าและจริงจัง ต้องทำกับทนาย แต่เราพบทางเลือกที่ช่วยให้เราจัดการ และเปลี่ยนแปลงพินัยกรรมได้เรื่อย ๆ"

แดน แกเร็ท ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารบริษัท แฟร์วิล บอกว่าลูกค้าคนหนึ่งของเขาเขียนไว้ในพินัยกรรมว่า ถ้าเขาตาย ภรรยาเขาต้องใส่รองเท้าคร็อคส์สีเขียว ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอเกลียดสุด ๆ มาร่วมงานศพ

แกเร็ทกล่าวว่า "นั่นคือรักแท้สำหรับผม เป็นคำขอที่ทำให้คุณร้องไห้และหัวเราะไปพร้อม ๆ กันเมื่อคุณต้องมาเจอในชีวิตจริง"

ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทอดสดงานศพ ไปจนถึงการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์หลังความตาย ดูเหมือนเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทในทุกมิติของชีวิตของเราแล้ว แม้กระทั่งความตาย