ชี้ดาวปริศนา “โบยาเจียน” อาจมีบริวารคล้ายดาวเสาร์

  • 28 สิงหาคม 2017
Image copyright NASA/JPL/CALTECH
คำบรรยายภาพ ภาพจากจินตนาการของศิลปินแสดงให้เห็นว่าความสว่างของดาว KIC 8462852 ลดลงถึง 22% เป็นช่วงๆ

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอันติโอเกียของโคลอมเบีย เสนอข้อสันนิษฐานใหม่ที่น่าจะอธิบายพฤติกรรมลึกลับของ "ดาวโบยาเจียน" (Boyajian's star) หรือ ดาวฤกษ์ KIC 8462852 ได้ โบยาเจียนเป็นดาวฤกษ์ที่อยู่ในกลุ่มดาวหงส์ ห่างจากโลกไปกว่า 1,200 ปีแสง ได้รับการขนานนามว่าเป็นดาวที่เป็นปริศนามากที่สุดในกาแล็กซีทางช้างเผือก จากการที่ดาวดวงนี้สว่างขึ้นและมืดมัวลงสลับกันเป็นช่วงๆ อย่างไม่มีแบบแผนแน่นอน ซึ่งข้อสันนิษฐานใหม่ชี้ว่าสาเหตุอาจเนื่องมาจากดาวบริวารที่มีวงแหวนคล้ายดาวเสาร์เคลื่อนผ่าน และวงแหวนของดาวบริวารดังกล่าวแกว่งไปมาได้

ก่อนหน้านี้มีผู้เสนอคำอธิบายถึงความเปลี่ยนแปลงในระดับการส่องสว่างของดาวดวงดาวโบยาเจียนไว้มากมายหลายแบบ ตั้งแต่ความเชื่อที่ว่ามีหลุมดำ ฝูงดาวหาง หรือกลุ่มเมฆฝุ่นละอองคอยโคจรบดบังอยู่เป็นระยะ ไปจนถึงสมมติฐานที่ว่ามีสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาสร้างเครื่องจักรขนาดใหญ่โคจรรอบดาวฤกษ์นั้นอยู่ เพื่อเก็บเกี่ยวพลังงานไปใช้ หรือเพื่อสร้างสัญญาณที่คล้ายกับรหัสมอร์สติดต่อสื่อสารกับสิ่งมีชีวิตอื่นในจักรวาล

Image copyright NASA/JPL/CALTECH
คำบรรยายภาพ ภาพจากจินตนาการของศิลปินแสดงให้เห็นดาว KIC 8462852 อยู่ด้านหลังของกลุ่มดาวหางที่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ

ดร.มาริโอ ซูเซอร์เกีย ผู้นำทีมวิจัยที่เสนอข้อสันนิษฐานล่าสุดบอกว่า เหตุที่ดาวโบยาเจียนมีพฤติกรรมแปลกประหลาดดังกล่าว อาจมาจากสาเหตุง่ายๆ เช่น มีดาวเคราะห์บริวารที่มีขนาดใหญ่และมีวงแหวนคล้ายดาวเสาร์โคจรอยู่โดยรอบ เมื่อดาวบริวารเคลื่อนผ่านหน้า (ทรานซิต) ก็จะบดบังแสงดาวโบยาเจียนอย่างน้อย 3 ครั้ง คือเมื่อวงแหวนส่วนหนึ่งเคลื่อนผ่านก่อน ตามมาด้วยตัวดาวบริวาร และวงแหวนส่วนที่ติดตามมา

ดร.ซูเซอร์เกียยังบอกว่า การส่องสว่างของดาวโบยาเจียนยังสามารถผันแปรไปได้มากกว่านั้น เนื่องจากในแต่ละครั้งวงแหวนของดาวบริวารยังทำองศาไม่เท่ากัน และแรงดึงดูดของดาวโบยาเจียนยังทำให้วงแหวนของดาวบริวารแกว่งตัวไหวไปมาอีกด้วย ซึ่งทำให้ผู้สังเกตการณ์จากโลกมองเห็นแสงสว่างของดาวผันแปรไปมายิ่งกว่าเดิม โดยคณะวิจัยของ ดร.ซูเซอร์เกีย ยังได้ทดลองสาธิตวิถีโค้งของแสงที่เกิดขึ้นจากการบดบังของดาวที่มีวงแหวนให้เห็นถึงปรากฏการณ์ดังกล่าวด้วย

นักดาราศาสตร์สาว ทาเบธา โบยาเจียน เป็นผู้รายงานถึงพฤติกรรมที่แปลกประหลาดของดาวดวงนี้ครั้งแรกเมื่อปลายปี 2015 โดยได้รับข้อมูลมาจากกลุ่มพลเมืองนักดาราศาสตร์มือสมัครเล่นที่รายงานว่าพบดาวที่มีความเปลี่ยนแปลงในระดับการส่องสว่างอย่างสูง ซึ่งเธอพบว่าในแต่ละครั้งดาวจะมืดมัวลงถึง 22% นับว่าไม่ธรรมดาเมื่อเทียบกับปรากฏการณ์คล้ายกันในระบบสุริยะ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม