สหรัฐฯ และพันธมิตรซ้อมปฏิบัติการทางอากาศเหนือคาบสมุทรเกาหลี

  • 1 กันยายน 2017
เครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ 2 ลำ Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ เครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B Lancer ของสหรัฐฯ 2 ลำซึ่งบินจากฐานทัพในเกาะกวม ได้รับการคุ้มกันจากเครื่องบินขับไล่ F-15 ของกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่น และเครื่องบินขับไล่ F-35B ของนาวิกโยธินสหรัฐฯ

เครื่องบินทิ้งระเบิดบี-วันบี แลนเซอร์ของสหรัฐฯ 2 ลำ ร่วมซ้อมดำเนินปฏิบัติการทางอากาศกับเครื่องบินรบของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ บริเวณน่านฟ้าใกล้เกาะคิวชูของญี่ปุ่นและเหนือคาบสมุทรเกาหลี อันเป็นวันสุดท้ายของปฏิบัติการซ้อมรบร่วมประจำปีระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้

การซ้อมรบทางอากาศนี้เกิดขึ้น หลังเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธข้ามเกาะฮอกไกโดของญี่ปุ่นเมื่อ 3 วันก่อน

เครื่องบินทิ้งระเบิดความเร็วเหนือเสียงทั้ง 2 ลำ มาจากฐานทัพอากาศแอนเดอร์เซนที่เกาะกวม พล.อ.เทอร์เรนซ์ โอชอห์เนสซี ผู้บัญชาการกองกำลังทางอากาศภาคพื้นแปซิฟิกของสหรัฐฯ กล่าวว่า การกระทำของเกาหลีเหนือยังคงเป็นภัยต่อสหรัฐฯ และพันธมิตร ความเคลื่อนไหวที่สั่นคลอนเสถียรภาพของภูมิภาคนี้จะได้รับการตอบโต้อย่างสาสม

"ปฏิบัติการที่ซับซ้อนในครั้งนี้ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันระหว่างสหรัฐฯ และพันธมิตร และยังเน้นให้เห็นถึงความร่วมมือที่ขยายวงกว้างขึ้นเพื่อป้องกันภัยที่มีร่วมกันในภูมิภาคอีกด้วย" พล.อ.โอชอห์เนสซีกล่าว

เมื่อวานนี้ (31 ส.ค.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ชี้ว่าการเจรจาไม่ใช่คำตอบสำหรับปัญหาเกาหลีเหนือ แต่นายเจมส์ แมตทิส รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ แย้งว่าเรื่องนี้ยังคงมีทางออกด้วยวิถีทางการทูตอยู่

อย่างไรก็ตาม ในการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวในเวลาต่อมา นายแมตทิสกลับกล่าวว่าเห็นด้วยกับนายทรัมป์ในประเด็นที่ว่าสหรัฐฯ ไม่ควรเจรจากับเกาหลีเหนือในตอนนี้ เนื่องจากเกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธข้ามดินแดนของชาติพันธมิตรคือญี่ปุ่น

โฆษกประจำทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงว่า ขณะนี้ทางเลือกทุกทางในการแก้ปัญหาเกาหลีเหนือ รวมทั้งวิธีทางการทูต การเศรษฐกิจ และการทหาร ยังคงมีความเป็นไปได้ทั้งหมด แต่ทางกระทรวงกลาโหมของจีนยืนกรานคัดค้านการทำสงครามในคาบสมุทรเกาหลีอย่างหนักแน่น โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดทนอดกลั้นและอยู่ในความสงบ ไม่กระทำสิ่งใดที่จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ก่อนหน้านี้ เกาหลีเหนือเคยขู่ว่ามีแผนโจมตีพื้นที่โดยรอบเกาะกวม

ด้านนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น ได้หารือกับนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ซึ่งเดินทางเยือนญี่ปุ่นถึงความเป็นไปได้ในการร้องขอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติออกมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือครั้งใหม่ให้มีความเข้มงวดยิ่งขึ้นไปอีก โดยอาจพิจารณาระงับการนำเข้าน้ำมัน รวมทั้งห้ามการส่งออกสิ่งทอและแรงงานของเกาหลีเหนือไปยังต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม การออกมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือเพิ่มเติมมีความเป็นไปได้น้อย เนื่องจากคณะมนตรีความมั่นคงฯ เพิ่งมีมติให้เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือครั้งล่าสุดไปเมื่อต้นเดือนนี้ ในขณะที่จีนและรัสเซียซึ่งสามารถใช้สิทธิยับยั้ง (วีโต้) มติของคณะมนตรีความมั่นคงฯ ได้ก็มีท่าทีคัดค้านการเพิ่มมาตรการต่อเกาหลีเหนือ