ศาลกัมพูชาตั้งข้อหากบฎ ‘เกิม โซะคา’ ผู้นำฝ่ายค้าน สมรู้ร่วมคิดสหรัฐฯ

AFP/GETTY IMAGES Image copyright AFP/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ นายเกิมถูกจับกุมที่บ้านพักของเขาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (3 ก.ย.)

นายเกิม โซะคา ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน ถูกศาลกัมพูชาตั้งข้อหากบฏ สมรู้ร่วมคิดกับสหรัฐฯ กระทำการอันเป็นปรปักษ์ต่อรัฐบาล ซึ่งหากพบว่ามีความผิดจริง เขาอาจถูกจำคุกสูงสุดถึง 30 ปี

การจับกุมนายเกิมที่บ้านพักของเขาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (3 ก.ย.) เป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดซึ่งถูกมองว่าเป็นการใช้อำนาจจัดการสื่อและผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของสมเด็จฮุนเซน ในขณะที่กัมพูชากำลังจะจัด

การเลือกตั้งทั่วไปในกลางปีหน้า และพรรคกู้ชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) ที่นำโดยนายเกิมถูกมองว่าเป็นคู่แข่งของพรรคประชาชนกัมพูชาของสมเด็จฮุนเซน ผู้ครองอำนาจมานานกว่า 30 ปี

นสพ.พนมเปญโพสต์ รายงานว่า แถลงการณ์ของศาลในวันนี้ (5 ก.ย.) ระบุว่า นายเกิมมีส่วนเกี่ยวข้องใน "แผนการลับ" และ "การสมรู้ร่วมคิด" กับชาวต่างชาติ "ซึ่งก่อให้เกิดความวุ่นวายและส่งผลต่อประเทศกัมพูชา"

มีการรายงานว่า นายเกิม ซึ่งมีเอกสิทธิ์คุ้มครองในฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติ ปรากฏอยู่ในวิดีโอ เมื่อปี 2013 ขณะที่กำลังกล่าวกับผู้สนับสนุนว่าเขาได้รับความช่วยเหลือและคำแนะนำด้านยุทธศาสตร์การเมืองจากสหรัฐฯ

ด้านนายแพ็ง ฮัง ทนายของนายเกิม บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า "คำพูดของเขาเป็นการให้ความรู้ในการประชุมเชิงปฏิบัติการ...สิ่งที่เขาพูดถึงคือการเลือกตั้งระบบที่มีพรรคการเมืองหลายพรรคตามวิถีประชาธิปไตย" ซึ่งไม่ถือว่าเป็นความผิด

อีกด้านหนึ่งนายซาอิด ราอัด อัล ฮุสเซน ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า เขามีความ "กังวลอย่างมาก" เกี่ยวกับการจับกุมนายเกิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงมาตรการต่าง ๆ ที่กัมพูชาดำเนินการเมื่อเร็ว ๆ นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงหลังมานี้ ทางการกัมพูชาได้เข้าไปตรวจสอบภาษีและการทำตามกฎระเบียบของทั้งกลุ่มพิทักษ์สิทธิมนุษยชนและองค์กรสื่อต่าง ๆ ซึ่งผู้วิพากษ์วิจารณ์มองว่า เป็นการตั้งเป้าเล่นงานขั้วตรงข้าม

Image copyright SIV CHANNA
คำบรรยายภาพ นสพ. เดอะ แคมโบเดีย เดลี ถูกบีบจนต้องปิดตัวไปเมื่อวานนี้ (4 ก.ย.)

องค์กรไม่แสวงหากำไรต่างประเทศองค์กรหนึ่งซึ่งตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลในการเลือกตั้งถูกทางการกัมพูชาสั่งให้ออกจากประเทศไปเมื่อเดือนที่แล้ว และล่าสุด นสพ.อิสระอย่าง เดอะ แคมโบเดีย เดลี ถูกบีบจนต้องปิดตัวไปเมื่อวานนี้ (4 ก.ย.)

เควิน พอนเนียห์ ผู้สื่อข่าวบีบีซีระบุว่า นอกจาก เดอะ แคมโบเดีย เดลี แล้ว สื่ออิสระอีกหลายแห่ง รวมถึงเรดิโอ ฟรี เอเชีย (Radio Free Asia) และวอยซ์ ออฟ อเมริกา (Voice of America) ก็มีรายงานว่าถูกกล่าวหาว่าไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดทางภาษีเช่นกัน สื่อเหล่านี้ รวมทั้งพนมเปญโพสต์ หนังสือพิมพ์อีกฉบับซึ่งยังไม่ถูกกล่าวหาในลักษณะเดียวกัน มักรายงานเรื่องราวที่สร้างความน่าอับอายให้แก่รัฐบาลอยู่บ่อยครั้ง นับตั้งแต่การตัดไม้ทำลายป่าอย่างผิดกฎหมายไปจนถึงการทุจริต และการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ผู้สื่อข่าวบีบีซีบอกด้วยว่ารัฐบาลกัมพูชาไม่ยอมรับว่าสิ่งกระทำไปเป็นเรื่องการเมือง และชี้ว่าสื่อในกัมพูชามีเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งรัฐบาลเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นประชาธิปไตย

Image copyright REUTERS
คำบรรยายภาพ สมเด็จฮุนเซนครองอำนาจมานานกว่า 30 ปี

นายเจมส์ โกเมซ ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า การจับกุมของนายเกิมเป็นการใช้ระบบยุติธรรมเป็นเครื่องมือในการปราบปรามและกำจัดคู่แข่งในการเลือกตั้งในปีหน้า และเรียกร้องให้เขาได้รับการปล่อยตัวโดยทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข

ด้าน บีเอ็มไอ รีเสิร์ช บริษัทวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจและธุรกิจนานาชาติ ระบุว่า จากการปิดตัวของ เดอะ แคมโบเดีย เดลี และล่าสุด การจับกุมตัวนายเกิม สะท้อนท่าทีของสมเด็จฮุนเซนที่เดินหน้ารวบอำนาจเด็ดขาดมากขึ้น ก่อนการเลือกตั้งในปีหน้า

บีเอ็มไอ ยืนตามคิดเห็นที่มีมานานว่า สมเด็จฮุนเซนไม่พร้อมที่จะยอมปล่อยอำนาจ ไม่ว่าผลการเลือกตั้งในปีหน้าจะออกมาอย่างไรก็ตาม ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงต่อบรรยากาศในการทำธุรกิจเนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่จะมีการคว่ำบาตรจากนานาชาติและการประท้วงของแรงงานภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอ ดังนั้น บริษัทจึงปรับระดับลดระดับดัชนีเสถียรภาพทางการเมืองระยะสั้นลงจาก 62.1 ลงเป็น 61.5 จากคะแนนเต็ม 100 และจาก 59.3 ลงเป็น 58.3 สำหรับเสถียรภาพในระยะยาว