วิกฤตโรฮิงญา: เปิดใจเหยื่อกับระเบิดที่พรมแดนเมียนมา

  • 12 กันยายน 2017
อาซิซู ฮัค วัย 15 ปีได้รับบาดเจ็บสาหัส เสียขาทั้งสองข้าง หลังเหยียบกับระเบิดขณะหลบหนีการปราบปรามเข้าไปในบังกลาเทศ
คำบรรยายภาพ อาซิซู ฮัค วัย 15 ปีได้รับบาดเจ็บสาหัส เสียขาทั้งสองข้าง หลังเหยียบกับระเบิดขณะหลบหนีการปราบปรามเข้าไปในบังกลาเทศ

รีตา ชัคราบาร์ตี ผู้สื่อข่าวบีบีซี เดินทางไปที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในบังกลาเทศเพื่อพูดคุยกับชาวโรฮิงญาที่ดูเหมือนจะได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิดขณะหลบหนีความรุนแรงในเมียนมา ซึ่งเชื่อกันว่าทหารเมียนมาเป็นผู้ฝังไว้ตามแนวพรมแดนติดกับบังกลาเทศเพื่อกันไม่ให้ชาวโรฮิงญากลับเข้าประเทศอีก ส่งผลให้บังกลาเทศต้องเรียกตัวเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำกรุงธากาไปประท้วงเรื่องนี้

ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ผู้สื่อข่าวบีบีซีได้พบนายอาซิซู ฮัค วัย 15 ปีที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เสียขาทั้งสองข้าง หลังเหยียบกับระเบิดขณะหลบหนีการปราบปรามเข้าไปในบังกลาเทศ

แม่ของอาซิซู เล่าให้บีบีซีฟังว่า ลูกชายอีกคนของเธอก็มีชะตากรรมเช่นเดียวกัน ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่อีกโรงพยาบาล "อาการบาดเจ็บของพวกเขารุนแรงไม่ต่างจากตายไปแล้ว...มันคงจะดีกว่าหากอัลเลาะห์มารับพวกเขาไป พวกเขาทรมานมาก"

คำบรรยายภาพ ซาเบกูร์ นาฮาร์ สูญเสียขาทั้งสองข้างหลังเหยียบกับระเบิด ขณะพาลูกชาย 3 คน หลบหนีความรุนแรงไปบังกลาเทศ

ขณะที่แพทย์เจ้าของไข้พูดอย่างสะเทือนอารมณ์ถึงความพยายามช่วยชีวิตอาซิซู แต่ก็คาดว่าจะไม่เป็นผล เพราะหนุ่มน้อยคนนี้มีกรุ๊ปเลือดที่หายาก และโรงพยาบาลแห่งนี้ก็ไม่มีโลหิตสำรอง เพราะไม่มีผู้บริจาค คณะแพทย์ที่นี่เล่าว่าช่วงนี้มีผู้เข้ารับการรักษาอาการบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิดเป็นจำนวนมาก

ถัดไปอีกห้อง ผู้สื่อข่าวได้คุยกับ นางซาเบกูร์ นาฮาร์ วัย 50 ปี ที่นอนพักรักษาตัวอยู่ในหอผู้ป่วยหญิง เธอพาลูกชาย 3 คน หลบหนีความรุนแรงในเมียนมา ด้วยการข้ามพรมแดนไปบังกลาเทศ ซึ่งตอนนั้นเองเธอได้เหยียบกับระเบิดจนได้รับบาดเจ็บ "พวกเราถูกไล่ยิง และพวกเขาก็ฝังกับระเบิดเอาไว้" ซาเบกูร์ เล่าให้บีบีซีฟัง

คำบรรยายภาพ ซาเบกูร์ เล่าให้ผู้สื่อข่าวบีบีซีฟังว่า "พวกเราถูกไล่ยิง และพวกเขาก็ฝังกับระเบิดเอาไว้"

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของบังกลาเทศ เชื่อว่า ทหารเมียนมาฝังทุ่นระเบิดไว้ตามแนวพรมแดนที่ติดกับบังกลาเทศเมื่อเร็ว ๆ นี้เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวโรฮิงญาที่หนีเหตุร้ายไปบังกลาเทศกลับเข้าไปในเมียนมาอีก

ทว่าแหล่งข่าวในกองทัพเมียนมายืนยันว่ากับระเบิดบริเวณดังกล่าวถูกฝังเอาไว้ตั้งแต่ยุคที่เมียนมาอยู่ภายใต้การปกครองของทหารในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1990 และไม่มีการนำระเบิดไปฝังเพิ่มเติมแต่อย่างใด

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ผู้อพยพชาวโรฮิงญาพยายามปลอบหญิงชรา หลังจากเรือที่พวกเขานั่งมาจากเมียนมาพุ่งชนชายฝั่งทำให้ทุกคนตกจากเรือ เมื่อวันที่ 12 ก.ย.

ปัญหาคลื่นผู้อพยพชาวโรฮิงญาที่ทะลักเข้าไปในบังกลาเทศแล้วกว่า 370,000 คน นับแต่วันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้สร้างความตึงเครียดให้กับความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมากับบังกลาเทศ

เมื่อวานนี้ (12 ก.ย.) นายกรัฐมนตรีเชค ฮาสินา ของบังกลาเทศ ได้เดินทางไปยังค่ายกูตูปาลอง ซึ่งเป็นหนึ่งในค่ายผู้อพยพชาวโรฮิงญาที่ทางการบังกลาเทศตั้งขึ้น พร้อมประณามกลุ่มติดอาวุธที่จุดชนวนความรุนแรงครั้งนี้ แต่ขณะเดียวกันชี้ว่า รัฐบาลเมียนมาควรต้องจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยความอดทนมากกว่านี้ พร้อมเรียกร้องให้เมียนมารับคนกลุ่มนี้กลับประเทศไป

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม