อ้วนเกินไปที่จะบิน: "นางฟ้า" ฟ้องสายการบินที่ใช้ขนาดตัวเป็นเกณฑ์เงินเดือน

  • 14 กันยายน 2017
อีฟจีเนีย มากูรีนา พบว่ารายได้ของเธอลดลง เมื่อขนาดชุดทำงานของเธอไม่เป็นไปตามที่ทางสายการบินกำหนด
คำบรรยายภาพ นางอีฟจีเนีย มากูรีนา พบว่ารายได้ของเธอลดลง เมื่อขนาดชุดทำงานของเธอไม่เป็นไปตามที่ทางสายการบินกำหนด

ความพยายามปรับภาพลักษณ์ใหม่ของสายการบินแอโรฟลอต สร้างความไม่พอใจให้กับพนักงานบางส่วน โดยเฉพาะนางอีฟจีเนีย มากูรีนา ที่เล่าว่าเธอโกรธมากที่ทางบริษัทใช้นโยบายกำหนดค่าจ้างพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินตามขนาดชุดทำงาน เมื่อถูกลดเงินเดือนเพราะเหตุนี้เธอจึงต้องฟ้องร้อง

"ตอนแรกฉันตกใจมาก เพราะมันไม่มีเหตุผล เขาจะตัดเงินเพราะขนาดเสื้อผ้าได้อย่างไร... ทางบริษัทกล่าวว่า 'ความสำเร็จ' ของพนักงานบริการบนเครื่องบินที่เป็นผู้หญิง ขึ้นอยู่กับขนาดเสื้อผ้า นั่นทำให้ฉันไม่พอใจมาก" นางมากูรีน่าเล่า

นางมากูรีนาทำงานให้กับสายการบินมา 7 ปี และเมื่อปีที่แล้ว พนักงานบริการบนเครื่องบินทุกคน ถูกเรียกไปวัดสัดส่วนและถ่ายภาพเก็บไว้ และมีคนบอกกับเธอว่า เธอเป็นคน "มีแก้มและหน้าอกใหญ่" และควรสวมชุดชั้นในแบบนักกีฬา

ต่อมาในเดือน ต.ค. เธอพบว่าเงินโบนัสถูกตัดลดลงและเธอถูกเปลี่ยนตารางบินไม่ให้ทำงานเที่ยวบินทางไกลที่ได้ค่าจ้างสูง ซึ่งเธอได้ถามเรื่องนี้กับหัวหน้าและได้รับคำตอบว่าขนาดเสื้อผ้าของเธอไม่ได้มาตรฐานสำหรับพนักงานบริการบนเครื่องบินของแอโรฟลอต ซึ่งกำหนดไว้ว่าต้องเป็นขนาด 48 ของรัสเซีย ซึ่งเท่ากับไซส์ 14 ในสหราชอาณาจักร หรือ 12 ในสหรัฐฯ

นางมากูรีนา เล่าว่า ยังมีพนักงานอีกนับร้อยคนที่ต้องเผชิญกับการปฏิบัติแบบเดียวกัน จึงได้ตั้งชื่อเล่นให้กลุ่มของตนว่า "เอสทีเอส คลับ" ตามคำย่อในภาษารัสเซียที่แปลว่า "แก่ อ้วน และน่าเกลียด" นอกจากนี้ พวกเธอยังมีเรื่องตลกที่พูดกันว่า จากได้บินเที่ยวไปนครนิวยอร์กก็ถูกจัดตารางให้บินไปกลับแค่เมืองนอฟโกรอดที่อยู่ติดกับกรุงมอสโก "จะได้ไม่มีใครเห็นพวกเรา"

เมื่อเธอถูกตัดเงินรายได้ลงถึงร้อยละ 30 นางมากูรีนาจึงตัดสินใจฟ้องร้องดำเนินคดีเพื่อขอความเป็นธรรม

คำบรรยายภาพ หนึ่งในข้อเรียกร้อง ที่ผลักดันให้เกิดการปฏิวัติรัสเซียเมื่อปี 1917 คือการให้สตรีมีสิทธิเลือกตั้ง ในภาพนี้เหล่าสตรีเดินขบวนพร้อมป้ายข้อความ "สิทธิการเลือกตั้งของสตรี"

สิทธิการทำงานของสตรีในรัสเซีย

สตรีรัสเซียได้รับสิทธิการลงคะแนนเลือกตั้งเมื่อปี 1917 และต่อมาไม่กี่ปี ก็มีกฎหมายรับรองสิทธิการทำแท้ง ส่วนความเปลี่ยนแปลงเชิงสัญลักษณ์ครั้งสำคัญคือตอนที่อดีตสหภาพโซเวียต ส่งวาเลนตินา เทเรชโควา นักบินอวกาศหญิงคนแรกขึ้นสู่อวกาศ แต่ทว่าพนักงานบริการบนเครื่องบินที่เป็นผู้หญิงในยุคนี้ กลับกำลังถูกเลือกปฏิบัติ

นอกจากนี้ ในรัสเซียยังมีข้อห้ามจ้างผู้หญิงใน 456 อาชีพโดยอ้างว่าเป็นอันตราย หรือไม่ปลอดภัยกับสุขภาพการเจริญพันธุ์ เช่น พนักงานขับรถไฟ พนักงานดับเพลิง และช่างไม้ เป็นต้น

น.ส.สเวตลานา เมดเวเดวา ซึ่งถูกกีดกันไม่ให้ทำงานเป็นกับตันเรือเมื่อปี 2012 กล่าวว่า "ฉันเข้าใจได้ หากเขาจะเป็นห่วงหญิงมีครรภ์ แต่เขาไม่ได้พิจารณด้วยซ้ำว่าหญิงคนไหนกำลังตั้งท้องหรือมีแผนจะตั้งท้องหรือไม่"

ในกรณีของ น.ส.เมดเวเดวา ทางบริษัทได้ยื่นข้อเสนอจ้างงานในตำแหน่งกัปตันเรือและช่างเทคนิคแล้ว แต่ถูกแผนกบุคคล ถอนข้อเสนอในภายหลังเนื่องจากพบว่าเป็นผู้หญิง ทำให้ น.ส.สเวตลานา โต้แย้งเรื่องนี้มาตลอด

คำบรรยายภาพ น.ส.สเวตลานา เมดเวเดวา คิดว่า การที่รัสเซียมีข้อห้ามจ้างานผู้หญิงใน 456 อาชีพ เป็นตัวอย่างของการยกให้ผู้ชายเป็นใหญ่

น.ส.เมดเวเดวา กล่าวว่า "รัสเซียเป็นประเทศที่ผู้ชายเป็นใหญ่ การเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรีกลายเป็นเรื่องล้าสมัย" และ "รายชื่ออาชีพ ก็ฟ้องอยู่แล้ว"

รายชื่ออาชีพดังกล่าว เริ่มประกาศใช้มาตั้งแต่ปี 1974 และได้รับการยืนยันอีกครั้งเมื่อปี 2000 และอนุญาตเป็นบางกรณีพิเศษเท่านั้นหากนายจ้างสามารถพิสูจน์ได้ว่า สภาพการทำงานมีความปลอดภัยเฉพาะสำหรับผู้หญิง ในทางปฏิบัติแล้ว มีธุรกิจเพียงไม่กี่รายที่จะยอมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อพิสูจน์สิ่งเหล่านี้

ด้านน.ส. ไอรีนา โรลด์อูจีนา นักประวัติศาสตร์ จากสถาบันเศรษฐศาสตร์ขั้นสูงของรัสเซีย กล่าวว่า "ไม่เคยเห็นงานวิจัยใดเลย ที่สนับสนุนแนวคิดการปกป้องผู้หญิงด้วยวิธีการจำกัดอาชีพ และไม่คิดว่านี่จะเป็นเหตุผลที่แท้จริง" เนื่องจากรายชื่ออาชีพดังกล่าว ถูกประกาศใช้หลังจากที่สตรีรุ่นหลังยุคอดีตสหภาพโซเวียตเริ่มเป็นอิสระมากขึ้น "ผู้หญิงเริ่มคิดว่าตัวเองเป็นพลเมืองเต็มขั้น ซึ่งถูกมองว่าเป็นปัญหา"

เมื่อปี 2016 หน่วยงานต่อต้านการเลือกปฏิบัติของยูเอ็น ตัดสินว่า น.ส. เมดเวเดวา ถูกปฏิเสธการจ้างงานอย่างไม่เป็นธรรมบนพื้นฐานที่เธอเป็นผู้หญิง และคณะกรรมการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรี (CEDAW) ระบุว่า รัสเซียมีพันธะทางศีลธรรม ที่จะต้องทบทวนรายชื่ออาชีพใหม่ แต่ก็ยอมรับว่าคำตัดสินของคณะกรรมการฯ ไม่มีผลผูกมัดตามกฎหมาย

ความยุติธรรมเป็นผู้ชนะ

คดีของน.ส.เมดเวเดวา ศาลสูงสุดได้สั่งให้เปิดการพิจารณาอีกครั้ง และคาดว่าจะมีคำวินิจฉัยในสัปดาห์นี้ ส่วนคดีของนางมากูรีนา ทางทนายของสายการบินแอโรฟลอตแย้งว่า การตัดเงินโบนัสและค่าจ้าง เป็นเพราะน้ำหนักของเธอทำให้สายการบินต้องจ่ายค่าน้ำมันเพิ่ม และอ้างว่านโยบายกำหนดขนาดเสื้อผ้า มีที่มาจากทางเดินบนเครื่องบินที่แคบ รวมถึงมองว่าเป็นเหตุผลเรื่องสุขภาพของพนักงานบริการเอง ไม่ใช่เพียงเพราะเรื่องรูปร่างอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษาระบุว่านโยบายค่าจ้างของสายการบินผิดกฎหมาย ซึ่งพอนางมากูรีนา ได้ยินก็หันไปกอดกับเพื่อนและทนายความทั้งน้ำตา "ฉันหวังว่า เรื่องนี้จะทำให้ผู้หญิงกล้าต่อสู้เพื่อสิทธิของตนเองมากขึ้น" และเธอกล่าวว่า นึกถึงเพื่อนที่อดอาหารจนป่วยเพื่อรักษาสัดส่วนให้ได้ตามที่สายการบินกำหนด

"เขาคิดว่าทุกคนจะยอมทน แต่มันทำให้เรารู้สึกถูกละเมิด ซึ่งตอนนี้ความยุติธรรมเป็นผู้ชนะแล้ว"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง