วิกฤตโรฮิงญา: ฟังความเห็นพระสงฆ์สายสุดโต่งในเมียนมา

  • 14 กันยายน 2017
พระสงฆ์กลุ่มมะบะธาในเมียนมา

เป็นเรื่องปกติที่กลุ่มชาตินิยมสุดโต่งจะไม่เป็นมิตรกับนักข่าว แต่สำหรับพระสงฆ์กลุ่มมะบะธา นั้นมองสื่อต่างชาติด้วยความเคลือบแคลง ในทัศนะของกลุ่มมะบะธา ความจริงเพียงอย่างเดียวก็คือชาวพุทธเป็นเหยื่อของอิสลาม

เป็นเวลาหกเดือนมาแล้วที่รัฐบาลของนางออง ซาน ซู จี สั่งยุติการดำเนินกิจกรรมของพระสงฆ์กลุ่มนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วกลุ่มมะบะธายังคงเคลื่อนไหวส่งเสริมแนวคิดคลั่งชาติอยู่ต่อไป

ตอนที่ทีมงานผู้สื่อข่าวบีบีซีเดินทางไปสัมภาษณ์พระ 8 รูปที่เป็นแกนนำกลุ่มมะบะธาที่วัดคิมวินมินจี ในเมืองมัณฑะเลย์ พระอาชิน วีระธุ หัวหน้ากลุ่มมะบะธา กุมศีรษะและยกร่มสกัดไม่ให้ถ่ายภาพ

พระเอนดาร์ ซักกา บิวินธา กล่าวว่า กลุ่มมะบะธาไม่มีปัญหาใด ๆ กับพลเมืองชาวมุสลิมที่เคารพกฎหมาย แต่ต้องไม่ลืมมองย้อนกลับไปถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอินเดีย ที่กลุ่มอิสลามผู้รุกรานบังคับให้คนเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม

ด้วยมุมมองเช่นนี้ ทำให้พระสงฆ์กลุ่มนี้เห็นว่า การปราบปรามชาวโรฮิงญาอย่างเหี้ยมโหดในตอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้อันยาวนานเพื่อขับไล่ชาวมุสลิมที่มารุกรานดินแดนชาวพุทธ

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
มุสลิมโรฮิงญาคือใคร?

กลุ่มมะบะธาควรจะถูกยุบไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาตามแนวทางของรัฐบาลเมียนมาที่ต้องการหยุดยั้งไม่ให้มีการใช้ถ้อยคำที่สร้างความเกลียดชัง แต่กลุ่มก็ยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้

ในระหว่างการพูดคุยถึงความเห็นที่มีต่อจุดยืนของนางออง ซาน ซู จี เกี่ยวกับวิกฤตในรัฐยะไข่ พระสงฆ์เอ็นดา ซักกา บิวินธา ใช้คำว่า "เบงกาลี" ที่ชาวโรฮิงญาเห็นว่าเป็นถ้อยคำที่ดูถูกพวกเขา

"ดอว์ออง ซาน ซู จี เลือกถูกข้างแล้วในประเด็นชาวเบงกาลี และสิ่งที่เธอพูดก็ถูก" เขากล่าว

"อาตมาพอใจ และเพราะจุดยืนนี้ ทำให้คนบางส่วนใช้ถ้อยคำโป้ปด วิพากษ์วิจารณ์ และตัดแต่งรูปภาพของเธอทางเฟซบุ๊ก การดูหมิ่นผู้นำประเทศแบบนี้ มันเป็นเรื่องน่ารังเกียจ"

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ นางซู จี กำลังเผชิญกับการประณามจากนานาชาติเกี่ยวกับการรับมือวิกฤตในรัฐยะไข่

นั่นคงไม่ใช่คำชมเชยที่นางซู จี ยินดีนัก แต่สิ่งที่กลุ่มมะบะธาพูดถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะกลุ่มมีความสามารถในการระดมมวลชนให้เห็นด้วยกับแนวทางของตน และมองว่าการสั่งห้ามของรัฐบาลเป็นการดูถูก

นอกจากพระสงฆ์กลุ่มนี้แล้ว คนส่วนใหญ่ในเมียนมาเองก็ไม่มีความเห็นอกเห็นใจต่อชาวโรฮิงญา

คนที่มีความเห็นเช่นนี้ชัดเจนที่สุดคนหนึ่งก็คือนายมินต์ อ่อง โม โฆษกด้านความมั่นคงของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ เอ็นแอลดี ของนางซู จี เขาเชื่อว่าชาวพุทธในรัฐยะไข่คือเหยื่อที่แท้จริง

"สิ่งที่ผมอยากจะพูดคือ รัฐยะไข่ของเมียนมาถูกกลุ่มก่อการร้ายที่ในรัฐยะไข่โจมตี ผมขอย้ำถึงกลุ่มชาติพันธุ์ของเรา ผมไม่รู้เรื่องพวกมุสลิม ผมเป็นห่วงแค่กลุ่มชาติพันธุ์พุทธ นี่คือสิ่งที่ผมอยากพูด"

นั่นคือคำพูดที่ออกจากปากตัวแทนพรรคการเมืองซึ่งควรจะยึดมั่นในหลักการสิทธิมนุษยชนอันเป็นสากล

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
วิกฤตโรฮิงญา: พวกเขาเอาอะไรติดตัวมาบ้าง?

หากนางออง ซาน ซู จี ประณามการปราบปราม หรือเรียกร้องให้กองทัพยุติการปราบปรามที่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่ ก็คงแทบไม่มีใครสนับสนุนเธอ กองทัพรู้เรื่องนี้อยู่แก่ใจ ในเวลาเดียวกัน บรรดาทหารอาวุโสหลายนายก็พอใจกับการที่เธอไม่แยแสต่อแรงกดดันจากนานาประเทศ

สิ่งที่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่ในขณะนี้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเป็นโศกนาฏกรรม การกวาดล้างปราบปรามหากไม่ยุติลงในเร็ววันก็อาจยืดเยื้อยาวนานนับสัปดาห์

อำนาจของกองทัพและการเคลื่อนไหวของลัทธิชาตินิยมชาวพุทธในยะไข่ ก่อให้เกิดคำถามต่ออนาคตของเมียนมามากที่สุด

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม