อังกฤษลดระดับเตือนภัยก่อการร้าย

  • 18 กันยายน 2017
เจ้าหน้าที่กำลังค้นหาที่พักอาศัยในเมืองสแตนเวลล์
คำบรรยายภาพ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นที่พักอาศัยในเมืองสแตนเวลล์ ใกล้สนามบินฮีทโธรว์ ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

สหราชอาณาจักรลดระดับเตือนภัยก่อการร้ายลงมาอยู่ที่ขั้นรุนแรง (severe) จากขั้นวิกฤตซึ่งเป็นระดับสูงสุด หลังเกิดเหตุโจมตีบนรถไฟใต้ดินเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (15 ก.ย.)

ระดับเตือนภัยก่อการร้ายขั้น "รุนแรง" หมายความว่าการก่อการร้ายไม่ได้เป็นอันตรายที่ใกล้ตัวมากอีกต่อไป แต่ยังคงมีโอกาสสูงที่จะเกิดขึ้น

ตำรวจจับตัวผู้ต้องสงสัยชายรายที่ 2 ซึ่งมีอายุ 21 ปี ได้ที่เมืองฮันส์โลว์ ทางตะวันตกของกรุงลอนดอนเมื่อคืนวันเสาร์ ต่อจากการจับกุมชายวัย 18 ปี ที่ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อเหตุระเบิดบนรถไฟใต้ดินที่สถานีพาร์สันส์ กรีน

หลังจากจับกุมชายวัย 21 ปี ตำรวจได้เข้าตรวจค้นที่พักแห่งหนึ่งในสแตนเวลล์ มณฑลเซอร์รีย์

นางแอมเบอร์ รัดด์ รัฐมนตรีมหาดไทย ระบุว่า ภายในไม่กี่วันข้างหน้านี้ ทหารจะกลับเข้ากองพัน และงานสืบสวนของตำรวจก้าวหน้าไปมาก แต่ยังขอให้ประชาชนทุกคนช่วยกันสอดส่องระวังภัย แต่อย่าตื่นตระหนก

รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลลอนดอน มาร์ก โรว์ลีย์ กล่าวว่า ตำรวจมีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับระเบิดที่ถูกเตรียมมา แต่ยังคงมีงานสืบสวนต้องทำอีกมาก

Image copyright EPA

เหตุโจมตีเมื่อวันศุกร์ ทำให้มีจำนวนผู้บาดเจ็บ 30 ราย ขณะนี้เหลือผู้ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลเพียงรายเดียว

นางรัดด์ให้สัมภาษณ์ในรายการแอนดรูว์ มาร์ โชว์ ว่าไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่ากลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม หรือไอเอส จะอยู่เบื้องหลังการโจมตี "แต่ในขณะที่ข้อมูลค่อยๆ ปรากฎจากการสืบสวน เราจะต้องสืบให้ได้ว่าเขาเปลี่ยนไปสนับสนุนคตินิยมหัวรุนแรงได้อย่างไร"

ด้านเซอร์ไมเคิล ฟอลลอน รัฐมนตรีกลาโหมสหราชอาณาจักร กล่าวระหว่างเดินทางไปกาตาร์ว่า บริษัทอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ เช่น กูเกิล ไมโครซอฟท์ และเฟซบุ๊ก ยังช่วยต่อสู้กับการก่อการร้ายไม่มากพอ "พวกเขาต้องลบข้อมูลที่เปิดโอกาสให้ผู้ก่อการร้าย ประดิษฐ์อุปกรณ์อย่างที่เราเห็นกันในรถไฟใต้ดินนั้น"

ตำรวจยังคงตรวจค้นบ้านในเมืองซันเบอรี ออน เธมส์ ในมณฑลเซอร์รีย์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่พักของผู้ต้องสงสัยวัย 18 ปีที่ถูกจับได้ในเมืองท่าโดเวอร์เมื่อวันที่ 16 ก.ย.

นายโดมินิค แคนสิอานี ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอยู่ในพื้นที่รายงานว่า มีตำรวจจำนวนมากทำงานอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว และมีการตั้งเต็นท์ของนักนิติวิทยาศาสตร์ขึ้นในสวนหลังบ้าน

บ้านหลังนี้เป็นของนายโรนัลด์ โจนส์ อายุ 88 ปี และนางเพเนโลเป โจนส์ อายุ 71 ปี คู่สามีภรรยาที่รับอุปการะเด็ก รวมถึงผู้ลี้ภัย โดยทั้งคู่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นเม็มเบอร์ ออฟ เดอะบริติชเอมไพร์ หรือเอ็มบีอี เมื่อปี 2010

Image copyright PA
คำบรรยายภาพ นางเพเนโลเป และนายโรนัลด์ โจนส์ เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นเม็มเบอร์ ออฟ เดอะบริติชเอมไพร์ หรือเอ็มบีอี เมื่อปี 2010
Image copyright PA
คำบรรยายภาพ นางเพเนโลเป โจนส์ และสามี รับอุปการะเด็กนับร้อยคนในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา

ในช่วงที่ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้าน ทั้งคู่ได้ย้ายออกไปอาศัยอยู่กับเพื่อน ขณะที่ผู้อาศัยในบ้านโดยรอบถูกสั่งให้อพยพเช่นกัน ส่วนนางเอลิสัน กริฟฟิธส์ ซึ่งเป็นเพื่อนของครอบครัวโจนส์ เล่าว่าเมื่อไม่นานมานี้ทั้งคู่ได้ให้ที่พักพิงกับบุคคลอายุ 18 และ 22 ปี และเธอยกย่องทั้งคู่ว่า "เป็นเสาหลักของชุมชน" และ "พวกเขาทำในสิ่งที่หลายคนไม่ทำ"

ด้านนางไดแอน แอบบอทท์ รัฐมนตรีเงากระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เป็นห่วงที่ตำรวจถูกตัดงบประมาณในขณะที่เกิดการก่อการร้ายบ่อยขึ้น โดยเธอให้สัมภาษณ์รายการ บีบีซี เบรคฟาสต์ ว่าการตัดงบประมาณตำรวจ "มีโอกาสจะบ่อนทำลายความสามารถในการตอบสนองต่อการก่อการร้ายได้"

อย่างไรก็ตาม นางรัดด์กล่าวว่า ทางรัฐบาลมุ่งมั่นที่จะให้หน่วยงานด้านความมั่นคงและตำรวจมีทรัพยากรที่เหมาะสม และได้ประกาศงบประมาณ 24 ล้านปอนด์ (1,073 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายทั่วประเทศ รวมถึงกล่าวว่า คำพูดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ว่าผู้ก่อการร้ายที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีนี้ "อยู่ในสายตาของสก็อตแลนด์ ยาร์ด"เป็น "การคาดเดาล้วนๆ"