เสี่ยงแค่ไหน ถ้าต้องบินผ่านน่านฟ้าเกาหลีช่วงนี้

  • 18 กันยายน 2017
ขีปนาวุธ Image copyright AFP

ในขณะที่ขีปนาวุธของเกาหลีเหนือทะยานผ่านน่านฟ้าสากลเหนือญี่ปุ่นและตกลงในมหาสมุทรแปซิฟิก เครื่องบินโดยสารที่มีเส้นทางผ่านภูมิภาคนี้เสี่ยงโดนขีปนาวุธเหล่านี้แค่ไหนกัน?

นี่เป็นคำถามที่เกิดขึ้นหลังจากเกาหลีเหนือทำการทดสอบยิงขีปนาวุธครั้งล่าสุดโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า ผู้โดยสารคนหนึ่งบนเครื่องบินที่ลงจอดที่เมืองโอโซกาเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา ทวีตว่า เขาฟังประกาศเตือนเรื่องการยิงขีปนาวุธนี้ขณะยังอยู่บนเครื่องบิน

แม้ความเป็นไปได้ที่ขีปนาวุธจะพุ่งชนเครื่องบินโดยสารจะไม่สูง แต่ผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นตรงกันว่ามีความเสี่ยงนี้อยู่จริง

"ถ้าเครื่องบินโดยสารถูกยิงขึ้นมาจริง ๆ การกดดันให้สหรัฐและชาติพันธมิตรตอบโต้ด้วยวิธีการทางทหารจะสูงขึ้นมาก" รศ. วิพีน นาราง ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงของภูมิภาคเอเชียใต้ จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือเอ็มไอที ระบุ และกล่าวเสริมว่า หากเกิดขึ้นจริง นี่อาจปูทางสู่การเกิดสงคราม

Image copyright AFP

จะเกิดเหตุนี้ได้อย่างไร

การที่เกาหลีเหนือไม่ประกาศเตือนล่วงหน้าหมายความว่าไม่มีใครรู้ว่าขีปนาวุธจะพุ่งไปทางใด ซึ่งต่างจากประเทศอื่น ๆ ที่จะประกาศเตือนก่อนการทดสอบในลักษณะนี้เพื่อให้เรือและสายการบินต่าง ๆ รู้ว่าควรจะหลีกเลี่ยงเส้นทางอย่างไร

อังคีท ปานดา บรรณาธิการร่วมของนิตยสาร เดอะ ดิพโพลแมท ก็เห็นด้วยเช่นกันเรื่องความเสี่ยงนี้

"แต่การประเมินว่ามีความเสี่ยงแค่ไหนเป็นเรื่องยาก" นายปานดา ระบุ "มีโอกาสน้อยมากเพราะคุณกำลังพูดถึงวัตถุค่อนข้างเล็กสองชิ้นที่จะมาชนกันในพื้นที่ 3 มิติ"

เกาหลีเหนือก็เหมือนกับชาติอื่น ๆ ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลการบินพลเรือนของนานาชาติได้เพื่อที่นักวิทยาศาสตร์จะได้ศึกษาว่าจะยิงขีปนาวุธไปบริเวณใดบนน่านฟ้าที่มีการจราจรน้อยที่สุด

"เกาหลีเหนือต้องการจะลดความเสี่ยงนี้อย่างแน่นอน" นายปานดา ระบุ "พวกเขาไม่ต้องการให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แม้ว่าคนทั่วไปอาจจะเชื่ออีกแบบ"

มีปัจจัย 2 ข้อด้วยกันที่อาจทำให้เกิดเหตุนี้ขึ้นจริง หนึ่งคือ ขีปนาวุธอาจเปลี่ยนทิศทางและเข้าสู้พื้นที่ที่เป็นเส้นทางของเครื่องบิน และสองคือ ขีปนาวุธอาจแตกตัวและเกิดเศษซากกระจายตัวเป็นบริเวณ

นายนาราง กล่าวว่า เกาหลีเหนือตั้งค่าให้ขีปนาวุธของพวกเขาให้ลอยผ่านน่านฟ้าส่วนของญี่ปุ่นน้อยที่สุดและคาดว่ามีการจราจรทางอากาศน้อยที่สุด แต่นี่ก็เป็นการตั้งค่าที่ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่าการทดสอบยิงจะประสบความสำเร็จ

"คาดว่าขีปนาวุธลูกล่าสุดเป็นรุ่น ฮวาซอง-12 ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ได้ประสบความสำเร็จเหมือนการทดสอบในครั้งหลัง ๆ นั่นหมายความว่า มีความเป็นไปได้ที่ขีปนาวุธจะพุ่งบิดเบี้ยว และทะยานเข้าสู่บริเวณที่มีการจราจรทางอากาศหนาแน่น"

ปัจจัยที่สองคือ ขีปนาวุธอาจแตกตัวระหว่างพุ่งทะยาน นายปานดา ระบุว่า นี่อาจทำให้เกิดเศษซากเป็นบริเวณและเป็นความเสี่ยงต่อเครื่องบินในระดับความสูง

Image copyright Getty Images

มาตรการป้องกันของสายการบิน

แม้ว่าความเสี่ยงจะน้อย แต่สายการบินบางสายการบินก็เริ่มดำเนินการเรื่องนี้แล้ว

"บางสายการบินบอกว่าพวกเขากำลังเปลี่ยนเส้นทางการบินเพื่อหลีกเลี่ยงการบินเหนือเกาหลีเหนือ และบริเวณระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาะฮอกไกโด" เอลลิส เทย์เลอร์ จากจากเว็บไซต์ข่าวและข้อมูลด้านการบิน ไฟลท์โกลบอล ระบุ

เขากล่าวว่า เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สายการบินแอร์ฟรานซ์ขยายบริเวณที่สายการบินจะไม่บินผ่านเพิ่มขึ้นบริเวณเกาหลีเหนือ

"นี่เป็นการตัดสินใจหลังจากเครื่องบินลำหนึ่งของสายการบินบินเข้าใกล้ระยะ 100 กิโลเมตรกับขีปนาวุธลูกหนึ่งจากการทดสอบในครั้งที่ผ่าน ๆ มาของเกาหลีเหนือ ตอนนี้ เส้นทางการบินไปโตเกียวและโอซากาของสายการบินใช้เวลาเพิ่มขึ้น 10-30 นาที เพราะสายการบินต้องการหลีกเลี่ยงบริเวณนั้น"

จากเหตุการณ์เครื่องบิน MH17 ถูกยิงตกเหนือยูเครน ความเสี่ยงอีกข้อหนึ่งคือการถูกระบุอย่างผิดพลาดว่าเป็นเครื่องบินทางทหาร และสายการบินต่าง ๆ ก็อาจจะเลือกเส้นทางที่หลีกเลี่ยงภูมิภาคนี้เลย ในขณะที่บริเวณคาบสมุทรเกาหลีมีความตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง