หลักสูตรการศึกษาใหม่ตุรกี ลดความรู้เชิงวิทยาศาสตร์ เสริมแนวคิดจิฮัด

  • 18 กันยายน 2017
หลักสูตรการเรียนที่เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์นี้ถูกปรับเพื่อใช้กับเด็กนักเรียนอายุ 6 ขวบ ถึง 14 ปี Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ หลักสูตรการเรียนที่เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์นี้ถูกปรับเพื่อใช้กับเด็กนักเรียนอายุ 6 ขวบ ถึง 14 ปี

ตุรกีเริ่มต้นภาคการศึกษาใหม่ปีนี้ด้วยหลักสูตรการเรียนที่เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ปรับลดองค์ความรู้เรื่องวิทยาศาสตร์อย่างทฤษฎีวิวัฒนาการ หันมาเสริมแนวคิดเรื่องจิฮัดแทน

สำหรับรัฐบาลตุรกีซึ่งมีรากเหง้าอิสลามหัวเก่าแล้ว หลักสูตรการศึกษาดังกล่าวถือเป็น "ค่านิยมใหม่ทางการศึกษา" แต่ในมุมมองของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยมองว่าตำราเรียนที่กำหนดหลายเล่มที่กำหนดขึ้นใหม่ แฝงไปด้วยการ "เหยียดเพศ" ทั้งยัง "ต่อต้านความรู้ทางวิทยาศาสตร์" และทำลายระบบการศึกษาแบบทางโลก

รัฐบาลตุรกีมองว่าฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกำลังโฆษณาชวนเชื่อโดยให้ข้อมูลผิด ๆ และพยายามสร้างความแตกแยกก่อนถึงการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปี 2019

ตุรกีได้นำตำราเรียนซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับจิฮัดมาใช้ในการเรียนการสอนของโรงเรียนสอนศาสนาในระดับมัธยมปลาย ซึ่งเป็นที่รู้จักดีในชื่อโรงเรียน อิหม่ามและฮาติป (Iman-Hatip school) และมีแผนจะนำตาราเหล่านี้มาใช้ในการเรียนการสอนเป็นวิชาเลือกของโรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วไปในอีกหนึ่งปีข้างหน้าด้วย

จิฮัดคืออะไรในมุมมองอิสลาม?

ตำราเรียนที่ชื่อชีวิตของศาสดามูฮัมหมัดเป็นเล่มที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในแง่ของการเหยียดเพศและการสอนเรื่องจิฮัด

พจนานุกรมของสถาบันภาษาแห่งตุรกีให้คำจำกัดความของจิฮัดว่าหมายถึง "สงครามศาสนา" แต่เจ้าหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการหลายคนกล่าวว่าแนวคิดเรื่องจิฮัดถูกกลุ่มนักรบอย่างกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) นำไปบิดเบือน

กระทรวงศึกษาธิการกล่าวว่าควรมีการนำเสนอแนวคิดเรื่องจิฮัดในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของศาสนาอิสลาม โดยอยู่ในบริบทของ "การแสดงความรักชาติ"

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยมองว่าตำราเรียนที่กำหนดหลายเล่มที่กำหนดขึ้นใหม่ แฝงไปด้วยการ "เหยียดเพศ" ทั้งยัง "ต่อต้านความรู้ทางวิทยาศาสตร์" และทำลายระบบการศึกษาแบบทางโลก

นายอิสเม็ท ยิลมาซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของตุรกีบอกว่า "จิฮัดเป็นองค์ประกอบหนึ่งของศาสนา หน้าที่ของเราคือการให้ความรู้ที่สมควรในทุกรูปแบบ และแก้ไขการรับรู้ที่ผิด ๆ"

ตำราเรียนเล่มเดียวกันยังนิยามที่ผู้หญิง "เชื่อฟัง" ผู้ชายว่าเป็น "การเคารพบูชา" อย่างหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลตุรกีบอกว่าเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ เพราะตำราเล่มนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับศาสนาอิสลามที่ยกถ้อยคำในคำภีร์กุรอ่านมาอ้างถึง

"อัลเลาะห์เป็นผู้ตรัส ไม่ใช่ผม ผมควรจะไปแย้งพระองค์หรือ?" นายอัลฟัสลัน ดูร์มุส ประธานคณะกรรมการการศึกษาของตุรกีตั้งคำถาม

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการประท้วงใหญ่เกิดขึ้นสองงาน ขณะที่แฮชแทกอย่าง NoToSexistCurriculum #SayNoToNonScientificCurriculum และ #DefendSecularEducation ถูกใช้อย่างแพร่หลายทางโซเชียลมีเดียในตุรกี

Image copyright TURKISH EDUCATION MINISTRY
คำบรรยายภาพ ตำราเรียนเล่มเดียวกันยังนิยามที่ผู้หญิง "เชื่อฟัง" ผู้ชายว่าเป็น "การเคารพบูชา" อย่างหนึ่ง

ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกล่าวหาพรรคเอเคพีของประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ว่านำค่านิยมอนุรักษ์และศาสนาอิสลามมาแทนที่พื้นฐานแนวคิดทางโลก ขณะที่คำกล่าวของนายแอร์โดอันเองที่ต้องการสร้าง "คนรุ่นที่เคร่งศาสนา" ยังสร้างความวิตกให้หลายฝ่าย

แต่กระทรวงศึกษาธิการตุรกีแย้งว่าผู้ที่ออกมาวิพาษณ์วิจารณ์นั้นขาดข้อมูลอย่างสิ้นเชิงที่ออกมาอ้างว่าความรู้เรื่องวิวัฒนาการถูกตัดออกไปหลักสูตรการศึกษา เพราะวิชาอย่างการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ การปรับตัวของสิ่งมีชีวิต ถูกบรรจุอยู่ในตำราเรียนชีววิทยา ส่วนเรื่องทฤษฎีวิวัฒนาการนั้นเป็นเรื่อง "เกินระดับของนักเรียน" และควรสอนแต่ในมหาวิทยาลัยเท่านั้น

อย่างไรก็ดี ดร.อัยเซล มาดรา แห่งกลุ่มริเริ่มปฏิรูปการศึกษา ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรในตุรกีบอกว่า สิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการทำอยู่สร้างความสับสนให้นักเรียนที่คงรู้สึกแปลกที่ถูกมองว่าน่าจะเข้าใจเรื่องจิฮัดได้ดีกว่าเรื่องวิวัฒนาการ

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม