เมื่อคนฝึกคอมพิวเตอร์ให้รู้จักเถียง

ชายถือแทบเล็ต Image copyright Getty Images

คอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์สามารถเอาชนะมนุษย์ในเรื่องการใช้สมองไปได้แล้วในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการจดจำ การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ หรือการแก้ปัญหายาก ๆ เช่นการเดินเกมหมากรุก แต่ในเรื่องของการเจรจาโต้เถียงหรือการอธิบายให้เหตุผลโน้มน้าวใจ มนุษย์ยังคงครองความเป็นเจ้าคารมและความมีวาทศิลป์เหนือคอมพิวเตอร์อยู่มาก

อย่างไรก็ตาม ศ. คริส รีด ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยดันดีของสกอตแลนด์มองว่า แม้คอมพิวเตอร์จะยังเป็นรองมนุษย์อยู่หลายขุมในเรื่องนี้ แต่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ที่ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว กำลังพัฒนาให้คอมพิวเตอร์สามารถตีตื้นขึ้นมาจนมีความสามารถในการอภิปรายตอบโต้ได้ใกล้เคียงหรือดีกว่าคนเราเข้าไปทุกขณะ

คอมพิวเตอร์โต้เถียงเป็นด้วยหรือ ?

ศ. รีดบอกว่า ก่อนหน้านี้การพัฒนาความสามารถให้คอมพิวเตอร์รู้จักเจรจาเอาชนะฝ่ายตรงข้าม หรือแม้แต่รู้จักโต้วาทีนั้นถูกมองว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา กลับมีทีมนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากจากทุกมุมโลกให้ความสนใจพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถในเรื่องดังกล่าว โดยหวังกันว่าจะใช้เอไอมองหาข้อสนับสนุนหรือข้อโต้แย้งที่เป็นไปได้ในการอภิปรายต่าง ๆ ให้ได้รอบด้านที่สุด เพื่อช่วยให้มองเห็นทางเลือกในสถานการณ์ที่ดูเหมือนว่ากำลังจะจนมุมต่อฝ่ายตรงข้าม รวมทั้งยังช่วยให้ข้อสรุปเพื่อการตัดสินใจของมนุษย์ที่ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลงทุนทางธุรกิจ การปราบปรามอาชญากรรม หรือการพัฒนาบริการสาธารณสุขก็ตาม

แต่การสอนให้คอมพิวเตอร์รู้จักการเจรจาสื่อสารแบบมนุษย์ รวมทั้งการฝึกให้รู้จักว่าการโต้เถียงนั้นคืออะไรและมีรูปร่างหน้าตาแบบไหนนั้นเป็นเรื่องยากและซับซ้อนอย่างยิ่ง ตัวอย่างเช่นการพิจารณาคดีในศาล นอกจากหลักฐานที่ฝ่ายโจทก์และจำเลยนำมาหักล้างกันแล้ว คณะลูกขุนและผู้พิพากษายังถูกโน้มน้าวด้วยสิ่งอื่น ๆ ที่จับต้องได้ยาก เช่นกฎเกณฑ์ทางสังคม ข้อกฎหมาย และความอ่อนไหวทางอารมณ์ต่อสิ่งรอบข้าง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งท้าทายต่อการฝึกสอนให้คอมพิวเตอร์รู้จักนำข้อมูลที่ละเอียดอ่อนเหล่านี้มาร่วมในการคิดคำนวณด้วย

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นักหมากรุกแชมป์โลก แกรี คาสปารอฟ พ่ายแพ้ให้คอมพิวเตอร์ดีปบลูเมื่อปี 1997

บรรดานักวิทยาศาสตร์ได้พยายามศึกษาและแปลงโครงสร้างการเจรจาโต้เถียงเหล่านี้ให้กลายเป็นอัลกอริทึมของเอไอ โดยปัจจุบันมีชื่อเรียกวิทยาการในแขนงนี้ว่า "เทคโนโลยีการโต้แย้ง" (Argument Technology) ซึ่งใช้ประโยชน์จากข้อมูลต่าง ๆ ที่สามารถนำมาป้อนให้เอไอเรียนรู้ศิลปะของการอภิปรายถกเถียงได้มากขึ้น ข้อมูลเหล่านี้รวมถึงที่ได้จากหน่วยงานวิเคราะห์ข่าวกรอง สื่อมวลชน และแหล่งข้อมูลออนไลน์เฉพาะด้าน ทั้งยังประยุกต์ใช้ความรู้จากศาสตร์ต่าง ๆ เช่นปรัชญา ภาษาศาสตร์ นิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ มาเสริมให้ฝีปากของเอไอมีความเฉียบคมยิ่งขึ้น โดยที่ศูนย์วิจัยของมหาวิทยาลัยดันดีในสกอตแลนด์นั้น มีการนำทฤษฎีวาทวิทยาของนักปราชญ์ชาวกรีกที่เก่าแก่กว่า 2,000 ปีมาปรับสอนให้กับเอไอที่กำลังพัฒนาอยู่ด้วย

ทำไมท้องฟ้าถึงเป็นสีฟ้า ?

แม้จะสามารถฝึกเอไอให้รู้จักเจรจาโต้แย้งด้วยข้อมูลล้ำสมัยจำนวนมาก แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ สิ่งที่เอไอพอจะทำได้จริงตามเป้าหมายระยะสั้นที่นักวิทยาศาสตร์ตั้งไว้ ยังคงไม่ใช่การใช้เอไอทำหน้าที่แทนทนายความหรือนักการเมือง แต่เป็นการใช้เอไอช่วยให้มนุษย์สร้างข้อถกเถียงในการอภิปรายต่าง ๆ ได้ดีขึ้น หรือช่วยอธิบายให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจในประเด็นที่ยุ่งยากซับซ้อนเสียมากกว่า ซึ่งบริษัทคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่อย่างไอบีเอ็มก็กำลังพัฒนาเทคโนโลยีด้านนี้อยู่

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เกมสนทนากับเอไอจะตั้งคำถามค้นหาเหตุผลลึกลงไปเรื่อย ๆ ซึ่งเหมือนกับการตั้งคำถามของเด็กเล็ก

เป้าหมายระยะสั้นอีกประการหนึ่งของ "เทคโนโลยีการโต้แย้ง" ก็คือการสร้างเกมสนทนาที่จำลองรูปแบบการเจรจาโต้เถียงต่างๆ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ในห้องพิจารณาคดีของศาลไปจนถึงการประมูลสิ่งของล้ำค่า เพื่อให้ผู้เล่นเกมนี้กับเอไอสามารถวางแนวทางเจรจาที่จะประสบความสำเร็จของตนเองได้

วิธีเล่นเกมนี้จะใช้การตั้งคำถามค้นหาเหตุผลในประเด็นหนึ่งลึกลงไปเรื่อย ๆ ซึ่งก็เหมือนกับวิธีการของนักปรัชญาโบราณ และการตั้งคำถามที่ซื่อใสและเรียบง่ายของเด็กเล็กๆ เช่น "ทำไมท้องฟ้าถึงเป็นสีฟ้า ?"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ การวิเคราะห์ข้อถกเถียงด้วยเอไออาจนำไปใช้วางกลยุทธ์ต่อต้านการก่อการร้ายได้

เมื่อผู้ใหญ่ให้คำตอบแล้ว เด็กก็จะตั้งคำถามกับคำตอบนั้นต่อไปอีกว่า "แล้วทำไม ? ทำไมๆๆๆๆ"ต่อไปเรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งจะช่วยให้ผู้เล่นเกมคิดวิเคราะห์มากขึ้น ทั้งสามารถรวบรวมข้อมูลสนับสนุนจุดยืนของตนเองและหักล้างเหตุผลของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างลึกซึ้งและกว้างขวาง

หากคอมพิวเตอร์สามารถเรียนรู้เทคนิคแยกแยะประเภทของข้อถกเถียง ซึ่งใช้ในการอภิปรายและตัดสินใจเป็นกลุ่มของมนุษย์ได้ คอมพิวเตอร์ที่มีความฉลาดในระดับนั้น ก็จะสามารถประเมินน้ำหนักของข้อสนับสนุนและข้อคัดค้านต่าง ๆ จนสามารถให้คำแนะนำที่เป็นทางออก รวมทั้งคำตอบที่เป็นไปได้แก่ผู้ใช้งาน ซึ่งในอนาคตเราอาจพบว่า มีผู้ใช้เอไอเพื่อการโต้แย้งแสดงเหตุผลกันอย่างแพร่หลาย แม้แต่ใช้เพื่อตอบคำถามจุกจิกกวนใจจากเด็กน้อยที่เฝ้าถามว่า "ทำไมท้องฟ้าถึงเป็นสีฟ้า ?" ก็เป็นได้