แคว้นคาตาลูญญาเตรียมแยกดินแดน กษัตริย์สเปนมีบทบาทอย่างไร ?

กษัตริย์สเปน Image copyright Reuters

ราชอาณาจักรสเปนกำลังเดินเข้าสู่วิกฤตการณ์ทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดในยุคปัจจุบัน เมื่อแคว้นคาตาลูญญาประกาศจะแยกตัวเป็นรัฐเอกราชภายในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ หลังผลประชามติที่ทางการสเปนไม่รับรองชี้ว่า ชาวคาตาลัน 90% เห็นชอบให้ก่อตั้งสาธารณรัฐของตนเอง ปลดแอกจากการปกครองของสเปนที่มองกันว่ามีการปฏิบัติไม่เป็นธรรมต่อแคว้นคาตาลูญญาทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมมายาวนาน

สถานการณ์เดินมาถึงจุดตึงเครียดสูงสุด เมื่อชาวคาตาลันหลายแสนคนออกมาแสดงพลังต่อต้านการใช้ความรุนแรงของตำรวจสเปนที่ขัดขวางการลงประชามติเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (1 ต.ค.)

ในขณะเดียวกันก็มีเสียงเรียกร้องจากชาวสเปนบางส่วน ให้สถาบันกษัตริย์ซึ่งเป็นเสมือนศูนย์รวมจิตใจและสัญลักษณ์แห่งความเป็นเอกภาพของชาติ ออกมาร่วมแก้ไขภาวะวิกฤตที่ดูเหมือนว่ารัฐบาลสเปนและรัฐบาลปกครองตนเองของแคว้นคาตาลูญญาต่างก็ไม่เจรจากัน และไม่มีทีท่าว่าจะยอมประนีประนอมกันแม้แต่น้อย

ในที่สุดสมเด็จพระราชาธิบดีเฟลีเปที่ 6 แห่งสเปน ได้มีพระราชดำรัสทางโทรทัศน์ในวันที่ 4 ต.ค. ว่าการที่บรรดาผู้นำชาวคาตาลันจัดการลงประชามติเพื่อแยกตัวเป็นเอกราชนั้น ถือเป็นการไม่เคารพอำนาจรัฐ และการลงประชามติครั้งนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย พระราชดำรัสดังกล่าวส่งผลสะเทือนต่อสถานการณ์ที่พระองค์ตรัสว่า "ตึงเครียดคับขันอย่างถึงที่สุด" ขณะนี้หรือไม่ ?

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ชาวคาตาลันจำนวนมาก ไม่พอใจกับการกระทำรุนแรงของตำรวจสเปน

กษัตริย์สเปนในภาวะวิกฤตการเมือง

พระราชดำรัสของกษัตริย์สเปนนั้นสอดคล้องกับท่าทีของรัฐบาลกลางในกรุงมาดริด ซึ่งไม่รับรองการลงประชามติเพื่อแยกตัวเป็นเอกราช รัฐบาลสเปนยังขู่ว่าจะเข้ายึดอำนาจการปกครองตนเองคืนจากรัฐบาลแคว้นคาตาลูญญา หากยังเดินหน้าประกาศอิสรภาพต่อไปด้วย

พระราชดำรัสของสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งสเปน ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของความปรองดองเป็นหนึ่งเดียวของคนในชาติ โดยทรงชี้ให้เห็นว่าความพยายามแยกตัวเป็นรัฐอิสระทำให้สังคมชาวคาตาลันแตกแยกเป็นฝักฝ่าย ทั้งยังทำให้ระบบเศรษฐกิจโดยรวมของแคว้นคาตาลูญญาและของสเปนทั้งประเทศต้องเผชิญกับความเสี่ยงโดยใช่เหตุ

นี่เป็นการแสดงบทบาททางการเมืองที่สำคัญครั้งหนึ่งของสมเด็จพระราชาธิบดีฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกมองว่าทรงวางพระองค์ห่างไกลจากเวทีการเมือง และไม่มีผู้ใดคาดว่าจะทรงก้าวเข้ามาร่วมในเวทีความขัดแย้งครั้งนี้

สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลีเปที่ 6 ทรงแตกต่างจากพระราชบิดา สมเด็จพระราชาธิบดีฮวน คาร์ลอส ผู้เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่า ทรงเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงสเปนจากระบอบเผด็จการไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่มั่นคง โดยทรงยืนหยัดต่อต้านความพยายามก่อรัฐประหารเมื่อปี 1981 และทรงผ่านยุคที่กลุ่มกบฎแบ่งแยกดินแดนแคว้นบาสก์ยอมวางอาวุธ เพื่อแลกกับการที่แคว้นของตนและแคว้นที่ต้องการเป็นอิสระอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงคาตาลูญญาจะได้สิทธิการทำประชามติเพื่อแยกตัวเป็นรัฐเอกราชด้วย

นักวิจารณ์มองว่าพระราชดำรัสของสมเด็จพระราชาธิบดีเฟลีเปฯ ในครั้งนี้ นอกจากจะแสดงการสนับสนุนรัฐบาลสเปนและกลุ่มผู้ต่อต้านการแบ่งแยกดินแดนอย่างสุดตัวแล้ว ยังพลาดโอกาสที่จะทำให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ระหว่างชาวสเปนและชาวคาตาลันไปอย่างน่าเสียดาย เนื่องจากไม่ได้ตรัสถึงเหตุการณ์ปะทะรุนแรงที่กระทบกระเทือนจิตใจชาวคาตาลันอย่างมาก ทั้งไม่ทรงเรียกร้องให้รัฐบาลสเปนและรัฐบาลคาตาลันเข้าสู่การเจรจาแม้แต่คำเดียว พระองค์ตรัสรับรองเพียงว่า ทุกฝ่ายจะสามารถอยู่ร่วมกันภายใต้ระบอบประชาธิปไตยของสเปนเท่านั้น

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ประชาชนหลายแสนคนออกมาแสดงพลัง เพื่อประท้วงการใช้ความรุนแรงขัดขวางการลงประชามติ

ชาวคาตาลันบางส่วนมองว่า พระราชดำรัสครั้งนี้ไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นเท่าใดนัก และการที่ไม่ทรงเอ่ยถึงความทุกข์ร้อนของชาวคาตาลัน ยิ่งตอกย้ำความไม่เป็นธรรมที่ชาวคาตาลันรู้สึกว่าตนถูกรัฐบาลสเปนกดขี่มากยิ่งขึ้นไปอีก

สังคมร้าวลึกแบ่งข้างชาวสเปน-ชาวคาตาลัน

กระแสการเรียกร้องเอกราชที่ถูกเร่งเร้าให้ทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัวในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้ผู้คนในสเปนเกิดความรู้สึกแบ่งแยกเป็นฝักฝ่ายอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้สึกเป็นศัตรูระหว่างคนเชื้อสายสเปนและเชื้อสายคาตาลันที่แสดงออกมาอย่างไม่ปิดบัง

หนุ่มสาวชาวคาตาลันหลายร้อยคนพากันไปยืนปิดถนนหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติสเปนในนครบาร์เซโลนา พร้อมทั้งตะโกนข้อความเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีมาริอาโน ราฮอยของสเปน ถอนกำลังตำรวจ 10,000 นายที่ถูกส่งมาปราบปรามการลงประชามติของชาวคาตาลัน ออกไปจากแคว้นของพวกเขาเสีย

ชาวคาตาลันที่มาร่วมชุมนุมบางคนบอกกับผู้สื่อข่าวบีบีซีว่า เขาเคยไม่เห็นด้วยกับการแยกตัวเป็นอิสระจากสเปนมาก่อน แต่ตอนนี้เขากลับอยากเป็นพลเมืองของสาธารณรัฐคาตาลูญญาที่เป็นเอกราชอย่างมาก เพราะทุกวันนี้ชาวคาตาลันถูกลิดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานไปแทบทุกอย่างโดยรัฐบาลสเปนที่เต็มไปด้วยการคอร์รัปชัน

อนา ฮอร์เกส์ สาวสเปนวัย 20 ปีที่มีแฟนหนุ่มเป็นชาวคาตาลันบอกว่า เธอรู้สึกไม่สบายใจเมื่อมาคิดว่าชาวคาตาลันจะต้องเห็นว่าเธอเป็นคนเลว เพียงเพราะเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในวันลงประชามติ อย่างไรก็ตาม เธอไม่สามารถทนฟังชาวคาตาลันก่นด่าประเทศบ้านเกิดเมืองนอนของตนได้

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เหตุปะทะระหว่างตำรวจและผู้ต้องการลงคะแนนประชามติ ทำให้มีผู้บาดเจ็บเกือบ 900 คน

คาตาลูญญามีโอกาสจะเป็นประเทศเอกราชได้แค่ไหน ?

เมื่อมองเผิน ๆ คาตาลูญญาในวันนี้มีเกือบทุกอย่างที่ประเทศเอกราชควรมีกัน เช่นมีธงประจำแคว้น มีประธานาธิบดีคือนายคาร์เลส ปุกเดมองต์ มีกำลังตำรวจของตนเอง มีระบบบริหารการศึกษาและสาธารณสุข มีแม้กระทั่ง "สถานทูต" ขนาดเล็กในประเทศต่าง ๆ ที่ส่งเสริมการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม หากคาตาลูญญาคิดจะแยกตัวเป็นเอกราช จะต้องมีการจัดตั้งสถาบันต่าง ๆ ที่ปัจจุบันต้องพึ่งพาสเปนในการบริหารจัดการอยู่ขึ้นมาเอง เช่นระบบตรวจคนเข้าเมือง การควบคุมการจราจรทางอากาศ ศุลกากร ธนาคารกลาง และกองทัพ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องคิดเป็นค่าใช้จ่ายสูงไม่ใช่น้อย

แม้ชาวคาตาลูญญาจะมีความมั่นใจว่า แคว้นที่มั่งคั่งของตนจะสามารถเก็บรักษารายได้มหาศาลจากการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมอื่น ๆ เอาไว้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย หากแยกตัวเป็นอิสระและไม่ต้องเสียภาษีที่แสนจะขูดรีดให้กับสเปน แต่เมื่อเวลานั้นมาถึงเข้าจริง เงินรายได้ที่ว่าอาจไม่เพียงพอต่อการค้ำจุนกลไกของประเทศเกิดใหม่ให้เดินไปโดยสะดวกได้

ที่สำคัญ แคว้นคาตาลูญญายังเป็นหนี้รัฐบาลสเปนอยู่อีกอย่างน้อย 5.2 หมื่นล้านยูโร ซึ่งเกิดจากการจัดสรรเงินช่วยเหลือที่สเปนเป็นตัวแทนกู้ยืมสถาบันการเงินในต่างประเทศให้คาตาลูญญา เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตการเงินในปี 2012 หากคาตาลูญญาต้องการแยกตัวเป็นสาธารณรัฐ ก็จะต้องมีการเจรจาเรื่องชดใช้หนี้ก้อนนี้เสียก่อน

และที่สำคัญอย่างยิ่ง ประเทศคาตาลูญญาที่เกิดใหม่ จะจัดการอย่างไรกับความสัมพันธ์เชิงเศรษฐกิจกับสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งทุกวันนี้เป็นตลาดส่งออกสินค้าถึง 2 ใน 3 ของคาตาลูญญา หากการแยกตัวจากสเปนจะทำให้คาตาลูญญาต้องพยายามสมัครเข้าเป็นสมาชิกอียูใหม่ นั่นไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะการให้สมาชิกภาพจะต้องผ่านความเห็นชอบจากสมาชิกอียูทุกประเทศ ซึ่งรวมถึงสเปนด้วย

แม้บางคนจะมองว่า คาตาลูญญาอาจหาทางออกได้ในเรื่องนี้ โดยเลียนแบบนอร์เวย์ซึ่งเข้าเป็นสมาชิกตลาดร่วมยุโรปแต่ไม่เข้าเป็นสมาชิกอียู ทว่าการทำเช่นนั้นจำต้องผ่านการเจรจาอย่างจริงจังกับรัฐบาลสเปนอยู่ดี แต่เท่าที่มีรายงานความคืบหน้าในขณะนี้ ทั้งสองฝ่ายยังไม่มีทีท่าว่าจะเริ่มเจรจาเงื่อนไขเพื่อการแยกตัวเป็นเอกราช หรือเจรจาเพื่อพยายามอยู่ร่วมกันต่อไปแต่อย่างใดทั้งสิ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม