ประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์: จีนเลือกผู้นำอย่างไร?

  • 7 ตุลาคม 2017
สมาชิกของคณะกรรมการประจำกรมการเมือง ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจการตัดสินใจสูงสุดของจีน จะได้รับการเปิดตัวในช่วงสิ้นสุดการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ในแต่ละครั้ง Image copyright AFP/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ สมาชิกของคณะกรรมการประจำกรมการเมือง ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจการตัดสินใจสูงสุดของจีน จะได้รับการเปิดตัวในช่วงสิ้นสุดการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ในแต่ละครั้ง

ทุก ๆ 5 ปี ทุกสายตาจากทั่วโลกต่างจับจ้องมาที่จีน ในช่วงที่พรรคคอมมิวนิสต์ที่ปกครองประเทศกำลังจัดประชุมใหญ่พรรค

การประชุมนี้จะเป็นการกำหนดว่าผู้ใดจะมีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในอนาคต คนเหล่านั้นจะต้องนำพาประชาชนจีน 1,300 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้มีสิทธิ์มีเสียง นอกจากนี้พวกเขายังต้องขึ้นมาควบคุมเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลกด้วย

การประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 19 จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 18 ตุลาคมนี้ แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงผู้นำคนสำคัญต่าง ๆ แต่คาดว่านายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนและผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์คนปัจจุบันจะยังคงทำหน้าที่ผู้นำสูงสุดต่อไป

จะเกิดอะไรขึ้นในการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน?

ช่วงกลางเดือนตุลาคม ผู้แทนพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน หรือ CPC จากทั่วประเทศจะเดินทางมาประชุมกันที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง

พรรคคอมมิวนิสต์จีนมีผู้แทนทั้งสิ้น 2,300 คน แต่จะมีคนได้รับเลือกให้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้เพียง 2,287 คน โดยมีรายงานหลายแหล่งระบุว่า ผู้แทนที่ไม่ได้รับเลือก 13 คนนั้นขาดคุณสมบัติเพราะ "ความประพฤติไม่เหมาะสม"

Image copyright AFP/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ การประกาศชื่อผู้นำรุ่นใหม่ของจีนจะเกิดขึ้นที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง

ในการประชุมลับนี้ ผู้แทนพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะเลือกคณะกรรมการกลาง (Central Committee) ที่ทรงอำนาจ ซึ่งมีสมาชิกราว 200 คน

คณะกรรมการชุดนี้จะเลือก คณะกรรมการกรมการเมือง (Politburo) และจากนั้นจะมีการเลือกคณะกรรมการประจำกรมการเมือง (Politburo Standing Committee)

คณะกรรมการเหล่านี้คือผู้ที่ทำหน้าที่ตัดสินใจที่แท้จริงของจีน ปัจจุบันคณะกรรมการกรมการเมืองมีสมาชิก 24 คน ส่วนคณะกรรมการประจำกรมการเมืองมีสมาชิก 7 คน แต่จำนวนสมาชิกสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละช่วงเวลา

แม้จะมีการลงคะแนน แต่ในความเป็นจริง ผู้คนเหล่านี้ได้ถูกเลือกแล้วโดยผู้นำคนปัจจุบัน และคณะกรรมการกลางมีหน้าที่เพียงแค่รับรองคำสั่งเท่านั้น

คณะกรรมการกลางยังมีหน้าที่เลือกผู้นำสูงสุดของพรรคด้วย นั่นก็คือ เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งจะกลายเป็นประธานาธิบดีจีนในอนาคต โดยในการประชุมครั้งนี้ นายสี จิ้นผิง น่าจะถูกเลือกให้เป็นเลขาธิการพรรคต่อไป

ความคาดหวังในการประชุมครั้งนี้?

ในการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ครั้งที่ 19 ต้องจับตามองเรื่องสำคัญ 2 เรื่องอย่างใกล้ชิด

เรื่องแรกคือ นายสี จะแสดงรายงานขนาดยาวที่บรรดานักวิเคราะห์จะพากันตรวจสอบเพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเมืองของจีนในช่วง 5 ปีข้างหน้า

เรื่องที่สองคือ คาดว่าจะมีการเลือกสมาชิกคณะกรรมการประจำกรมการเมืองใหม่เกือบทั้งหมด

Image copyright AFP/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ นายหวัง ฉีซาน เป็นหัวหน้าสำนักงานปราบปรามการทุจริตของจีน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทางพรรคได้กำหนดวาระที่ไม่เป็นทางการและจำกัดอายุของตำแหน่งต่าง ๆ ในปัจจุบัน สมาชิกของคณะกรรมการกรมการเมืองส่วนใหญ่จะต้องก้าวลงจากตำแหน่งเมื่อถึงอายุ 68 ปี ซึ่งเป็นการกำหนดการเกษียณอายุอย่างไม่เป็นทางการ

นั่นรวมถึงนายหวัง ฉีซาน หัวหน้าสำนักงานปราบปรามการทุจริตของจีนด้วย แต่ว่าในฐานะพันธมิตรคนสำคัญของนายสี คาดว่าเขาจะได้รับการโน้มน้าวในอยู่ในตำแหน่งต่อ

ส่วนนายสี และนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง มีอายุ 60 ปีต้น ๆ

ปกติแล้ว เราคาดหมายว่าจะมีการเปิดตัวผู้นำในอนาคตชุดใหม่ต่อประชาชนในการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ รวมถึงผู้ที่อาจจะขึ้นมาดำรงตำแหน่งต่อจากนายสี ซึ่งจะเกิดขึ้นในอีก 5 ปีข้างหน้า

แต่ก็มีการคาดการกันว่า นายสี อาจจะทำลายธรรมเนียมปฏิบัติในการประชุมครั้งนี้ และเลื่อนการประกาศนี้ออกไป

การทำเช่นนี้มีความหมายอย่างไรต่อสี จิ้นผิง?

การทำเช่นนี้น่าจะทำให้นายสี กุมอำนาจได้อย่างเด็ดขาดมากขึ้นต่อไป โดยเขาได้ขึ้นดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนับตั้งแต่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในปี 2012 รวมถึงตำแหน่ง ผู้นำ "สูงสุด" ของจีน ซึ่งเทียบเท่ากับผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของจีน 2 คนคือ เหมา เจ๋อตุง และเติ้ง เสี่ยวผิง

คาดว่าจะมีพันธมิตรของนายสีหลายคนได้รับการแต่งตั้งในตำแหน่งผู้นำในการประชุมครั้งนี้ และเราอาจจะเห็นนโยบายสำคัญของนายสี ที่รู้จักกันในชื่อ "แนวคิดสี จิ้นผิง" ปรากฏอยู่ในธรรมนูญของพรรคด้วย

Image copyright AFP/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ นายสี เป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนคนปัจจุบัน และคาดว่าจะดำรงตำแหน่งนี้ต่อไป

การทำเช่นนี้จะเป็นการทำให้นายสี ก้าวขึ้นไปสู่ระดับเดียวกับเหมา เจ๋อตุง ในประวัติศาสตร์การเมืองจีนด้วย

บางคนเชื่อว่า เขาอาจจะประกาศท่าทีเกี่ยวกับการขยายเวลาการปกครองประเทศออกไปมากกว่าตามธรรมเนียมเดิม ซึ่งกำหนดไว้ที่สูงสุด 2 วาระ

ตั้งแต่ก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีในปี 2012 นายสีเป็นหัวหอกสำคัญในการดำเนินการปราบปรามการทุจริต ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ทางการมากกว่า 1 ล้านคนถูกลงโทษ แต่ก็มีคนบางส่วนที่เห็นว่านี่เป็นการกวาดล้างศัตรูภายในขนานใหญ่

นอกจากนี้ยังเกิดกลุ่มเคลื่อนไหวที่คนบางส่วนขนานนามว่า "ลัทธิสี" ซึ่งมีทั้งเพลงโฆษณาชวนเชื่อที่แต่งขึ้นมาเพื่อนายสีโดยเฉพาะ และมีการเผยแพร่ข่าวด้านบวกในสื่อของทางการจำนวนมาก โดยสื่อทางการจีนได้ประดิษฐ์คำที่ใช้เรียกนายสีเพื่อให้เขาเป็นที่รักของประชาชนว่า "สี ต้าต้า" หรือ "ลุงสี"

การประชุมนี้มีความหมายอย่างไรต่อโลก?

นักวิเคราะห์เชื่อว่า แม้การปรับเปลี่ยนสมาชิกในคณะกรรมการประจำกรมการเมืองจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายบางอย่างขึ้น แต่จีนก็จะยังคงอยู่ในแนวทางเดิมต่อไป โดยนายสีจะยังคงบริหารประเทศเพื่อสร้างเสถียรภาพ

ขณะที่แผนปฏิรูปเศรษฐกิจ 5 ปี ของจีนจะยังคงมีอิทธิพล เช่นเดียวกับปฏิบัติการปราบปรามการทุจริตของนายสี และการปกครองที่มีการกุมอำนาจมากขึ้น

นอกจากนี้ยังคาดว่า การผลักดันจีนให้มีบทบาทที่โดดเด่นบนเวทีโลกมากขึ้นภายใต้การนำของนายสีจะดำเนินต่อไป ตั้งแต่การขยายโครงการของจีนในทะเลจีนใต้ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง หรือเส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นโครงการด้านการค้าขนาดใหญ่ ไปจนถึงการวางตำแหน่งของจีนให้เป็นชาติอภิมหาอำนาจ เทียบกับสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
เส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 คืออะไร?

แต่คำถามที่ยังยากที่จะตอบคือ เกาหลีเหนือและวิกฤตนิวเคลียร์ที่กำลังเกิดขึ้น

นักวิเคราะห์บางส่วนเชื่อว่า จีนจะยังคงไม่มีการดำเนินการอย่างเด็ดขาดใด ๆ แม้หลังการประชุมพรรคผ่านพ้นไป เพราะว่าบรรดาผู้นำใหม่ของพรรคก็ยังคง "ติดหล่มกับการถกเถียงกันภายใน" ว่าจะจัดการกับเพื่อนบ้านอารมณ์ร้อนนี้อย่างไรดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม