50 ปีมรณกรรม “เช เกวารา” ลูกชายจัดทัวร์บิ๊กไบค์ตามรอยพ่อ

  • 9 ตุลาคม 2017
ชาวคิวบาหลายพันคนเข้าร่วมพิธีรำลึก 50 ปีมรณกรรมของเช เกวารา ที่เมืองซานตาคลารา Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ชาวคิวบาหลายพันคนเข้าร่วมพิธีรำลึก 50 ปีมรณกรรมของเช เกวารา ที่เมืองซานตาคลารา

ชาวคิวบาหลายพันคนพากันมาเข้าร่วมพิธีรำลึก 50 ปีการจากไปของนายเออร์เนสโต "เช" เกวารา นักปฏิวัติและวีรบุรุษแห่งลาตินอเมริกา ผู้เป็นโฉมหน้าของสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่โด่งดังไปทั่วโลก ในวันนี้ (9 ต.ค.) เป็นวันรำลึกเหตุการณ์ที่เขาถูกกองทัพโบลิเวียประหารชีวิตในวัยเพียง 39 ปี เหลือทิ้งไว้ซึ่งมรดกทางอุดมการณ์ที่ชาวคิวบายังคงชื่นชมนับถืออย่างสูง

เออร์เนสโต เกวารา มาร์ช บุตรชายคนเดียวและบุตรคนสุดท้องของเชกับภรรยาชาวคิวบา กำลังพยายามรักษาความทรงจำอันงดงามของผู้คนทั่วโลกที่มีต่อพ่อของเขา ด้วยการให้บริการนำทัวร์ โดยใช้รถจักรยานยนต์ตามรอยเส้นทางการปฏิวัติของเชไปทั่วคิวบา

นอกจากเขาจะมีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับเชอย่างมากแล้ว เออร์เนสโตยังชื่นชอบซิการ์และการขับขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนไปตามเส้นทางต่าง ๆ ทั่วประเทศ เหมือนกับพ่อของเขาไม่มีผิดอีกด้วย "ผมชอบเครื่องยนต์ ชอบเรื่องประลองความเร็ว ชอบซ่อมรถและมอเตอร์ไซค์มาตั้งแต่เด็กแล้ว นิสัยนี้น่าจะได้มาจากพ่อนั่นแหละ" นายเออร์เนสโตวัย 52 ปีกล่าว

คำบรรยายภาพ นายเออร์เนสโต เกวารา มาร์ช บุตรชายคนเดียวของเช เกวารา

แม้จะสำเร็จการศึกษาด้านกฎหมายและทำงานเป็นทนายความมาก่อน แต่ตอนนี้เออร์เนสโตหันมาทำธุรกิจท่องเที่ยว โดยเปิดบริษัทนำทัวร์พาผู้สนใจจากทั่วโลกขี่รถบิ๊กไบค์ตามรอยเส้นทางการปฏิวัติของเช เกวารา ซึ่งเขาตั้งชื่อบริษัทนี้ว่า "ลา โปเดโรซา" หรือ "ผู้ทรงพลัง" ตามชื่อของรถจักรยานยนต์นอร์ตัน 500 ซีซี ที่เลื่องชื่อของเช ซึ่งเขาใช้ขับขี่เดินทางไปเกือบทั่วทวีปอเมริกามาก่อน

บริษัทนำเที่ยวแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นด้วยเงินทุนจากต่างประเทศ และทำงานร่วมกับรัฐวิสาหกิจหลายแห่งของคิวบา เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายส่งเสริมการก่อตั้งกิจการเอกชน ซึ่งเพิ่งได้รับอนุญาตจากรัฐบาลของประธานาธิบดีราอูล คาสโตร เมื่อปี 2010 ที่ผ่านมา มีผู้มาใช้บริการนำเที่ยวของลา โปเดโรซาจำนวนมาก ทั้งชาวคิวบาและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเช่นชาวอเมริกัน จีน อังกฤษ และอาร์เจนตินา

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ เช เกวารา และภรรยาคนที่สองชาวคิวบาในวันแต่งงานเมื่อปี 1959

ผู้ร่วมคณะทัวร์บิ๊กไบค์ชาวอเมริกันผู้หนึ่งบอกว่า คนรุ่นที่มีอายุเท่าเขา เพิ่งจะได้มีโอกาสเดินทางมาคิวบากันเป็นครั้งแรก หลังสองประเทศปรับระดับความสัมพันธ์ทางการทูตให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง เขาจึงตัดสินใจมาเที่ยวคิวบาโดยมีความสนใจในเรื่องราวของเช เกวารา ด้วยเป็นพิเศษ ส่วนนักท่องเที่ยวที่มาจากอาร์เจนตินาประเทศบ้านเกิดของเชบอกว่า เขาต้องการมาตามรอยวีรบุรุษนักปฏิวัติ ซึ่งเคยไปอาศัยที่เมืองคอร์โดบาบ้านเกิดของเขาเป็นเวลานานหลายปี

มีเสียงวิจารณ์ว่านายเออร์เนสโตซึ่งเป็นทายาทของนักปฏิวัติผู้ยึดถืออุดมการณ์มาร์กซิสต์ กลับมาทำธุรกิจตามแนวทางของทุนนิยมเสียเอง แต่เขาโต้กลับเสียงวิจารณ์เหล่านี้ว่า "มันไม่เกี่ยวว่าจะเป็นสังคมนิยมหรือทุนนิยม สำหรับผมแล้วนี่คือการช่วยเหลือประเทศชาติ และมันกำลังไปได้ดี"

คำบรรยายภาพ นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาใช้บริการนำเที่ยว "ลา โปเดโรซา" เพราะความประทับใจในเรื่องราวของเช เกวารา

หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวตามรอยเช เกวารา ที่ลูกชายของเขาพาไปนั้น รวมถึงสถานที่ซึ่งเป็นด้านมืดของการขับเคลื่อนการปฏิวัติคิวบาของเชด้วย เช่น ที่ป้อมคาบานญา (Cabaña Fortress ) ที่เชรวบรัดตัดตอนพิพากษาประหารชีวิตผู้นำในรัฐบาลทหารที่ถูกโค่นล้มไปหลายสิบคน ซึ่งในเวลาต่อมามีผู้วิจารณ์ว่าเหตุการณ์นี้เป็นความอำมหิตโหดเหี้ยมจนเกินเหตุของขบวนการปฏิวัติ แต่ชาวคิวบาหลายคนกลับมองว่าเป็นการลงโทษ "กลุ่มฆาตกรที่ไม่อาจให้อภัยได้"

เมื่อถูกถามว่าเขารู้สึกกดดันบ้างหรือไม่ ที่ใครๆ ก็พากันมองเขาในฐานะทายาทของนักปฏิวัติผู้ยิ่งใหญ่ นายเออร์เนสโตตอบว่า "ผมพยายามใช้ชีวิตโดยไม่ต้องไปเชื่อมโยงกับชื่อของพ่อ ผมประสบความสำเร็จในหลายเรื่องมาด้วยตนเอง หลายครั้งมีคนเรียกชื่อผมว่า เออร์เนสโต เกวารา ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับพ่อ แต่ที่จริงผมคือ เออร์เนสโต เกวารา มาร์ช ซึ่งเป็นชื่อที่แสดงว่าผมเป็นทั้งลูกพ่อและลูกแม่เท่า ๆ กัน"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม