ผู้นำฟิลิปปินส์ประกาศปลดปล่อยเมืองมาราวีจากกลุ่มติดอาวุธ

  • 17 ตุลาคม 2017
Philippine soldiers aboard their armoured personnel carrier celebrate after President Rodrigo Duterte declared Marawi City "liberated", inside the battle area of Bangolo in Marawi on October 17, 2017. Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ยังคงมีผู้ได้ยินเสียงปืนดังอยู่ ก่อนประธานาธิบดีดูแตร์เตจะประกาศปลดปล่อยเมืองมาราวีไม่กี่นาที

ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ของฟิลิปปินส์ ประกาศว่าได้ปลดปล่อยเมืองมาราวีบนเกาะมินดาเนาจากการยึดครองของกลุ่มติดอาวุธอิสลามโดยสมบูรณ์แล้ว หลังจากที่วานนี้กองกำลังรัฐบาลได้สังหารผู้นำคนสำคัญของกลุ่มติดอาวุธที่ร่วมกันโจมตียึดเมืองมาราวีไป 2 ราย

เมืองมาราวีบางส่วนอยู่ภายใต้การยึดครองของกลุ่มอาบูไซยาฟและกลุ่มกบฏเมาเตมาตั้งแต่ 5 เดือนก่อน โดยกองกำลังรัฐบาลฟิลิปปินส์พยายามเข้าปราบปรามและโจมตีขับไล่กลุ่มติดอาวุธทั้งสองมาโดยตลอด จนทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งทหารและพลเรือนรวมกันกว่า 1,000 ราย โดยในจำนวนนี้เป็นสมาชิกกลุ่มติดอาวุธราว 800 ราย

เมื่อวานนี้กองกำลังรัฐบาลได้สังหารนายอิสนิลอน ฮาปิลอน ผู้นำกลุ่มอาบูไซยาฟ และนายโอมาร์ เมาเต ผู้นำกลุ่มกบฏเมาเต ซึ่งทั้งสองต่างสวามิภักดิ์ต่อกลุ่มที่เรียกตนเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส)

ประธานาธิบดีดูแตร์เตประกาศปลดปล่อยเมืองมาราวี ระหว่างกล่าวปราศรัยต่อกำลังพลที่ประจำการในเมืองดังกล่าววันนี้ (17 ต.ค.) โดยระบุว่า "สุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทั้งหลาย ผมขอประกาศไว้ ณ ที่นี้ว่า เมืองมาราวีได้รับการปลดปล่อยจากกลุ่มก่อการร้ายแล้ว"

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่ายังคงมีการสู้รบในเมืองมาราวีอยู่ โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่กองกำลังรัฐบาลแจ้งว่า ยังมีการยิงต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธราว 30 คนที่จับชาวบ้าน 20 คนไว้เป็นตัวประกัน และมีผู้ได้ยินเสียงปืนดังอยู่ในเมือง ก่อนประธานาธิบดีดูแตร์เตจะประกาศดังข้างต้นไม่กี่นาที

Image copyright AFP/Getty Images

ด้านโฆษกของกองทัพฟิลิปปินส์ชี้แจงว่า การประกาศปลดปล่อยเมืองมาราวีของนายดูแตร์เต เป็นเพียงการประกาศเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น เนื่องจากกองทัพยังคงต้องดำเนินปฏิบัติการกวาดล้างสมาชิกกลุ่มติดอาวุธและช่วยเหลือตัวประกันบางส่วนอยู่ อย่างไรก็ตามการประกาศนี้เป็นสัญญาณให้เริ่มวางแผนฟื้นฟูบูรณะเมืองมาราวีที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก เนื่องจากถูกโจมตีด้วยระเบิดเกือบทุกวัน

ทั้งนี้ เหตุโจมตีและบุกยึดเมืองมาราวีในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้หลายฝ่ายเริ่มตระหนักว่าอุดมการณ์อิสลามแบบสุดโต่งและขบวนการติดอาวุธ ได้แพร่ขยายไปบนเกาะมินดาเนาอย่างกว้างขวางและมีความรุนแรงมากกว่าที่เคยคาดการณ์กันไว้