ผลวิจัยชี้มลพิษเชื่อมโยง 1 ใน 6 กรณีการเสียชีวิตทั่วโลก

  • 20 ตุลาคม 2017
มลพิษ Image copyright Getty Images

ผลการศึกษาจากเว็บไซต์เดอะ แลนเซท พบว่า มลพิษมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต 9 ล้านกรณีทั่วโลกเมื่อปี 2015 โดยเกือบทั้งหมดเกิดขึ้นในประเทศที่มีรายได้ปานกลางถึงต่ำ ขณะที่บังกลาเทศและโซมาเลียได้รับผลกระทบหนักที่สุด ส่วนบรูไนและสวีเดนมีกรณีการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับมลพิษน้อยที่สุด

สถิติชี้ว่ามลพิษทางอากาศ คิดเป็น 2 ใน 3 ของกรณีการเสียชีวิตจากมลพิษทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และมะเร็งปอด

ศ.ฟิลิป แลนดริงแกน จากวิทยาลัยการแพทย์ไอคาห์น โรงพยาบาลเมาต์ไซไน นิวยอร์ก ผู้เขียนรายงานนี้กล่าวว่า "มลพิษเป็นมากกว่าความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นความเสี่ยงที่รุนแรงในวงกว้าง ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อหลายแง่มุมของสุขภาพและความเป็นอยู่ของมนุษย์"

มลพิษทางอากาศ ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสูงสุดที่มีส่วนทำให้ประชาชน 6.5 ล้านคนต้องเสียชีวิตก่อนวัยอันควร โดยรวมถึงมลพิษจากภายนอก เช่น ก๊าซ และมลพิษจากภายในครัวเรือน เช่น การจุดฟืนหรือถ่านในบ้าน

ปัจจัยเสี่ยงอันดับ 2 ได้แก่ มลพิษในน้ำ คิดเป็นกรณีการเสียชีวิต 1.8 ล้านราย ในขณะที่มลพิษภายในที่ทำงาน มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีการเสียชีวิต 8 แสนรายทั่วโลก

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ชาวจีนเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการกับปัญหาหมอกควันพิษอย่างเด็ดขาด ช่วงเดือน ม.ค. โดยสาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะการพึ่งพาโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นแหล่งพลังงานหลัก

จากการศึกษาพบว่า ประมาณร้อยละ 92 ของกรณีการเสียชีวิตเหล่านี้ เกิดขึ้นในประเทศที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว เช่น อินเดีย ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจากมลพิษมากเป็นอันดับ 5 และจีนที่อันดับ 16

ส่วนสหราชอาณาจักร อยู่อันดับที่ 55 จาก 188 ประเทศ โดยมีประมาณร้อยละ 8 หรือ 5 หมื่นราย ที่ประเมินว่าเป็นกรณีการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับมลพิษ ซึ่งนับว่าเป็นสถิติที่ตามหลังสหรัฐฯ และหลายประเทศในยุโรป รวมถึงเยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี และเดนมาร์ก

ดร.เพนนี วูดส์ จากมูลนิธิปอดแห่งสหราชอาณาจักร กล่าวว่า "มลพิษทางอากาศทั่วโลกกำลังจะไปถึงจุดวิกฤต และสหราชอาณาจักรจัดว่าอยู่ในสถานะที่แย่กว่าอีกหลายประเทศในยุโรปตะวันตกและสหรัฐฯ ปัจจัยส่วนหนึ่งคือการพึ่งพารถยนต์ดีเซลที่ปล่อยไอเสียและอนุภาคที่เป็นพิษ ซึ่งผู้ที่มีปัญหาสุขภาพปอด เด็ก และคนชรา ได้รับผลกระทบหนักที่สุด"

ในสหรัฐฯ พบว่ามีกรณีการเสียชีวิตมากกว่าร้อยละ 5.8 หรือ 1.55 แสนรายที่อาจเชื่อมโยงกับมลพิษ

คณะผู้เขียนรายงานระบุด้วยว่า มลพิษทางอากาศส่งผลกระทบต่อคนยากจนในสัดส่วนที่สูงกว่า โดยนายคาร์ตี ซันดิลยา จากเพียวร์ เอิร์ธ ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่ขึ้นต่อรัฐบาล กล่าวว่า "มลพิษ ความยากจน ปัญหาสุขภาพ และความไม่ยุติธรรมทางสังคม เป็นปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องกันอย่างลึกซึ้ง" และ "มลพิษ เป็นภัยต่อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน เช่น สิทธิในการมีชีวิต สุขอานามัย คุณภาพชีวิต ความปลอดภัยในงานที่ทำ รวมถึงการปกป้องเด็กและผู้ที่อ่อนแอ"

ผลการศึกษานี้ รวบรวมมาจากโครงการวิจัย 2 ปี ซึ่งคณะผู้เขียนรายงาน ยังได้จัดทำแผนที่อินเทอร์แอคทีฟเพื่อแสดงผลข้อมูลด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง