ทรัมป์เตรียมให้เปิดเอกสารลับคดีสังหารเจเอฟเค

  • 22 ตุลาคม 2017
พิธีศพของอดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ.เคนเนดี้ Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ พิธีศพของอดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ.เคนเนดี้ ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นรัฐพิธี

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ลงข้อความทางทวิตเตอร์โดยประกาศว่า จะอนุญาตให้เปิดเผยเอกสารเกี่ยวกับคดีลอบสังหารอดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ.เคนเนดี้ ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ เก็บเป็นความลับสุดยอดมานาน ในเร็ว ๆ นี้

"ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผมจะอนุญาตให้แฟ้มเอกสารเจเอฟเคที่ถูกเก็บเป็นความลับมานานได้รับการเปิดเผยสู่สาธารณะ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ผมอาจได้รับเพิ่มเติมหลังจากนี้ด้วย" นายทรัมป์ระบุ

เอกสารลับดังกล่าวมีจำนวนกว่า 3,000 ฉบับ และเป็นเอกสารคดีลอบสังหารอดีตประธานาธิบดีเคนเนดี้ชุดสุดท้ายที่ยังไม่ได้รับการเปิดเผย โดยก่อนหน้านี้เคยมีการเผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับคดีดังกล่าวมาแล้วราว 30,000 ฉบับ แต่ส่วนใหญ่เป็นเอกสารที่เนื้อหาบางส่วนถูกทางการตัดทอนแก้ไข

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ นายลี ฮาร์วีย์ ออสวอลด์ มือปืนลอบสังหารประธานาธิบดีเคนเนดี้ ในระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 1963 หลังจากถูกจับกุมได้ในเมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส สหรัฐฯ

ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่า เอกสารลับที่นายทรัมป์จะอนุมัติให้เปิดเผยต่อสาธารณชนนี้ จะเป็นการเปิดเผยเอกสารต้นฉบับอย่างเต็มที่ หรือมีการแก้ไขตัดทอนข้อความบางส่วนออกก่อน

เมื่อปี 1992 สภาคองเกรสมีมติให้เปิดเผยเอกสารคดีการลอบสังหารอดีตประธานาธิบดีเคนเนดี้ทั้งหมดภายใน 25 ปีหลังจากนั้น (ภายในปี 2017) โดยหอจดหมายเหตุแห่งชาติสหรัฐฯ มีกำหนดจะเปิดเผยเอกสารดังกล่าวในวันที่ 26 ต.ค.ที่จะถึงนี้ เว้นแต่ประธานาธิบดีจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ซึ่งตามกฎหมายแล้วผู้นำสหรัฐฯ สามารถสั่งเลื่อนการเปิดเผยเอกสารลับออกไปได้ หากจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ

บรรดาผู้เชี่ยวชาญคาดว่า เอกสารลับชุดสุดท้ายที่จะมีการเปิดเผยนี้ ไม่น่าจะมีข้อมูลสำคัญที่น่าตื่นเต้นรวมอยู่ด้วย แต่น่าจะเป็นเอกสารเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของนายลี ฮาร์วีย์ ออสวอลด์ มือปืนลอบสังหาร ขณะที่อยู่ในกรุงเม็กซิโกซิตี้ในช่วงเวลาไม่กี่เดือนก่อนเกิดเหตุ

อดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ.เคนเนดี้ ถูกมือปืนซุ่มยิงลอบสังหารที่เมืองดัลลัสของรัฐเทกซัส เมื่อเดือน พ.ย.ปี 1963 และมีการจับกุมตัวคนร้ายคือนายออสวอลด์ได้ในวันเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตาม เขาปฏิเสธข้อกล่าวหาลงมือสังหารผู้นำสหรัฐฯ และว่าตนเป็นเพียงแพะรับบาปที่ถูกใส่ความเท่านั้น

ไม่กี่วันต่อมาเขาถูกนายแจ็ก รูบี้ เจ้าของไนต์คลับแห่งหนึ่งยิงเสียชีวิต ทำให้คดีลอบสังหาร "เจเอฟเค" ยังคงเป็นปริศนามาจนถึงปัจจุบัน โดยเชื่อกันว่าเป็นกรณีทฤษฎีสมคบคิดที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์อเมริกัน