พบวิธีใช้สเต็มเซลล์รักษาอาการปวดหลังเรื้อรัง

  • 24 ตุลาคม 2017
ภาพปวดหลัง Image copyright Thinkstock

มีการคิดค้นวิธีรักษาอาการปวดหลังเรื้อรังแบบใหม่ โดยใช้เซลล์ต้นกำเนิดหรือสเต็มเซลล์เข้าบรรเทาอาการอักเสบในหมอนรองกระดูกและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ทำให้คนไข้ไม่มีอาการปวดหลังไปได้นาน 2-3 ปี และยังช่วยแก้ปัญหาการเสพติดยาแก้ปวดที่พบในคนไข้หลายล้านคนอีกด้วย

ทีมนักวิจัยของบริษัทเมโซบลาสต์ (Mesoblast ) ของออสเตรเลีย ประสบความสำเร็จในการทดลองขั้นต้น โดยใช้การฉีดสเต็มเซลล์ที่เพาะเลี้ยงจากไขกระดูกของผู้บริจาค เข้าไปในหมอนรองกระดูกของคนไข้ที่มีอาการปวดหลังเรื้อรัง พบว่าสามารถบรรเทาอาการปวดได้ดี และช่วยให้หมอนรองกระดูกที่เสื่อมสภาพหรือได้รับความเสียหายสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาใหม่จนฟื้นตัวดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ปวดเรื้อรังตรงบริเวณแผ่นหลังส่วนล่างที่เชื่อมต่อกับสะโพก

นายซิลวิอู อิเตสคู ผู้นำทีมวิจัยบอกว่า ในการฉีดสเต็มเซลล์ 1 ครั้ง จะมีปริมาณของเซลล์ต้นกำเนิดที่ได้รับราว 6 ล้านเซลล์ และเป็นเซลล์ประเภท Mesenchymal Precursor ซึ่งไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ เนื่องจากภูมิคุ้มกันของร่างกายคนไข้จะไม่ต่อต้านเซลล์ดังกล่าว ผู้ที่รับการรักษาแบบนี้จึงไม่ต้องรับประทานยากดภูมิคุ้มกันไปด้วย

"ในการทดลองขั้นต้นกับคนไข้ 100 คน พบว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งหายจากอาการปวดหลังไปนาน 2-3 ปี ทั้งผลสแกน MRIเพื่อตรวจดูสภาพหมอนรองกระดูกก็พบว่า มีการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ทำให้หมอนรองกระดูกแข็งแรง มีความยืดหยุ่นและอุ้มน้ำมากขึ้น คนไข้สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้คล่องแคล่วมากขึ้นด้วย" นายอิเตสคูกล่าว

มีการนำเสนอผลการวิจัยนี้ในที่ประชุมสมาคมการรักษากระดูกสันหลังของสหรัฐฯ (US Spine Intervention Society) เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และจะมีการทดลองขั้นต่อไปกับกลุ่มคนไข้จำนวนมากขึ้นในเร็ว ๆ นี้

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า หากสามารถพัฒนาวิธีรักษาอาการปวดหลังเรื้อรังด้วยสเต็มเซลล์ได้สำเร็จ จะเป็นการช่วยแก้ปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่งในวงการแพทย์ คือการที่คนไข้ซึ่งมีอาการปวดหลังเรื้อรังจำนวนมากติดยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายมอร์ฟีน โดยในสหรัฐฯเพียงประเทศเดียวมีผู้เสพติดยาแก้ปวดกลุ่มนี้ถึง 28 ล้านคน

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม