โจชัว หว่องและเพื่อนออกจากคุก หลังศาลให้ประกัน

  • 24 ตุลาคม 2017
โจชัว หว่อง ถูกตำรวจควบคุมตัวเมื่อพยายามหยุดรถของผู้นำระดับสูงของจีนเมื่อเดือนพฤษภาคม 2016 Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ โจชัว หว่อง ถูกตำรวจควบคุมตัวเมื่อพยายามหยุดขบวนรถของผู้นำระดับสูงของจีนเมื่อเดือนพฤษภาคม 2016

สองแกนนำนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยของฮ่องกง โจชัว หว่องและเนธาน ลอว์ได้รับการปล่อยตัวเมื่อเช้าวันนี้ (24) ภายหลังศาลสูงอนุมัติให้ประกันตัวออกมาเพื่อดำเนินการสู้คดีต่อไป

เมื่อเดือนสิงหาคม ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาจำคุกโจชัว หว่อง, เนธาน ลอว์ และอเล็กซ์ เชา แกนนำการนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยฐานร่วมชุมนุมโดยผิดกฎหมาย

การชุมนุมมีจุดประสงค์เพื่อเรียกร้องสทธิในการเลือกตั้งผู้ว่าการของฮ่องกง หรือที่เรียกว่า "การปฏิวัติร่ม" เมื่อปีพ.ศ. 2557 ศาลตัดสินให้หว่อง ถูกจำคุกหกเดือน ในขณะที่ลอว์ ถูกจำคุก 8 เดือน ส่วนอเล็กซ์ เชา ถูกสั่งจำคุก 7 เดือน

คำตัดสินของศาลครั้งนั้นมีผลกระทบต่อขบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของฮ่องกงซึ่งนำโดยกลุ่มนักศึกษาฮ่องกงอย่างมาก

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ (ซ้ายไปขวา) โจชัว หว่อง, นาธาน ลอว์, อเล็กซ์ เชา ที่หน้าศาลเมื่อปี 2016

ผู้พิพากษา เจฟฟรีย์ หม่า ซึ่งเป็นหัวหน้าของศาลสูงอนุมัติให้หว่องและลอว์ประกันตัวออกไปด้วยเงินคนละ 50,000 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 210,000 บาท โดยเห็นว่าทั้งหว่องและลอว์ไม่มีความเสี่ยงที่จะหลบหนี ส่วนอเล็กซ์ เชายังคงอยู่ในเรือนจำเนื่องจากไม่ได้ขอประกันตัว

ผู้พิพากษาหม่ากล่าวด้วยว่าในวันที่ 7 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ศาลสูงจะเริ่มพิจารณาเรื่องที่ทั้งสามคนขอฎีกาเพื่อสู้คดี

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงพากันวิ่งหนีเมื่อตำรวจยิงก๊าซน้ำตาเข้าใส่เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2014

ก่อนหน้าที่จะมีคำพิพากษาจำคุกเมื่อเดือนสิงหาคม ศาลฮ่องกงได้เคยตัดสินให้ ว่อง เชา และลอว์ไปทำงานบริการสังคม ในความผิดที่เป็นผู้นำ "การปฏิวัติร่ม" แต่รัฐมนตรียุติธรรม ริมสกี้ เหยือน ได้ใช้อำนาจคัดค้านคำสั่งของผู้พิพากษา และเริ่มดำเนินคดีกับทั้งสามคนใหม่ รวมทั้งผลักดันให้พวกเขาได้รับโทษหนักกว่าเดิม ซึ่งผลก็คือคำพิพากษาจำคุกดังกล่าว

ประเด็นนี้ส่งผลให้นักกฎหมายนานาชาติอาวุโสหลายคนได้รวมตัวกันส่งจดหมายคัดค้านการกระทำของรัฐมนตรียุติธรรม โดยให้เหตุผลว่าการทำเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อระบบการบังคับใช้กฎหมายของฮ่องกงอย่างยิ่ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม