การกวาดล้างครั้งใหญ่ใต้เงา สี จิ้นผิง

  • 25 ตุลาคม 2017
สี จิ้นผิง Image copyright AFP

นับแต่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำจีนในปี 2012 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ดำเนินนโยบายปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจังและเป็นวงกว้าง ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่รัฐกว่า 1 ล้านคนถูกลงโทษ

บีบีซีได้ตรวจสอบข้อมูลและพบว่า มีเจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยว่าการได้รับการลงโทษให้ออกจากตำแหน่งภายใต้การบริหารประเทศของประธานาธิบดีสี ด้วยข้อกล่าวหาว่ากระทำผิดฐานทุจริต ประพฤติมิชอบในหน้าที่ และกระทำผิดวินัยของพรรคคอมมิวนิสต์

หลายฝ่ายมองปรากฏการณ์นี้ว่าเป็นการกวาดล้างศัตรูการเมืองภายในพรรคครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดนับแต่สมัยประธานเหมา เจ๋อตง ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงจำนวนมากถูกกำจัดในช่วงการปฏิวัติทางวัฒนธรรม

นโยบายนี้แพร่หลายเพียงใด

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน 35 คน ถูกลงโทษ ซึ่งถือเป็นจำนวนมากเทียบเท่ากับเจ้าหน้าที่ที่ถูกลงโทษในระยะเวลา 63 ปี ระหว่างปี 1949-2012

ใครตกเป็นเป้าบ้าง

ข้อมูลจากทางการจีนระบุว่า ในช่วง 5 ปีแรกที่ประธานาธิบดีสี ขึ้นบริหารประเทศ มีเจ้าหน้าที่ราว 1.34 ล้านคน ทั้งระดับบนและระดับล่าง หรือที่เรียกกันว่า "เสือและแมลงวัน" ถูกปลดจากตำแหน่งด้วยข้อกล่าวหาทุจริตและกระทำผิดทางวินัย

มาตรการกวาดล้างที่เข้มงวดนี้ได้เอาผิดเจ้าหน้าที่ทุกระดับชั้น ตั้งแต่ผู้นำระดับหมู่บ้าน ผู้จัดการโรงงาน ไปจนถึงรัฐมนตรีในรัฐบาล และบรรดานายพล

  • นายโจว หย่งคัง เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของจีนที่หลุดจากอำนาจ โดยก่อนเกษียณในปี 2012 เขาเคยเป็นนักการเมืองที่ทรงอิทธิพลเป็นอันดับ 3 ในจีน ทว่าในปี 2015 เขาต้องโทษจำคุกในความผิดเกี่ยวกับสินบน ใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ และเปิดเผยความลับของรัฐ
  • นายซุน เจิ้งไช่ ก็ถูกปลดจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์นครฉงชิ่ง ส่งผลให้เขากลายเป็นสมาชิกคณะกรรมการกรมการเมือง หรือ โปลิตบูโร คนที่ 4 ที่ถูกขับออกจากพรรคคอมมิวนิสต์ในขณะดำรงตำแหน่ง

นายซุน วัย 54 ปีได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวก่อนที่ประธานาธิบดีสีจะก้าวขึ้นสู่อำนาจ เขาเป็นสมาชิกคณะกรรมการกรมการเมืองอายุน้อยที่สุด และถูกปลดในขณะที่ดำรงตำแหน่งระดับสูง

  • นายสือ ไช่โห้ว เคยเป็นหนึ่งในนายทหารระดับสูง เขาเกษียณอายุในปี 2013 และถูกสอบสวนในคดีสินบนเพื่อแลกกับยศ ส่งผลให้เขาถูกขับออกจากพรรคคอมมิวนิสต์และถูกดำเนินคดี และเสียชีวิตในปี 2015
  • นายกั๋ว ป๋อสง เคยดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลางร่วมกับนายสือ ในปี 2016 เขาเป็นนายทหารระดับสูงสุดที่ถูกดำเนินคดีนับแต่ช่วงสิ้นสุดการปฏิวัติในปี 1949 ที่นำโดยนายเหมา เจ๋อตง นายกั๋วได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิตในความผิดเกี่ยวกับสินบน
  • นายหลิง จี้หัว เคยเป็นที่ปรึกษาคนสนิทของอดีตประธานาธิบดีหู จิ่นเทา แต่ต้องหมดอำนาจลงในยุคของประธานาธิบดีสี และภายหลังถูกจำคุกตลอดชีวิตในความผิดเกี่ยวกับสินบนในปี 2016
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
House of Cards เวอร์ชั่นจีน

นายพลก็ไม่รอดจากการกวาดล้างครั้งใหญ่

ข้อมูลยังบ่งชี้ว่ามีนายพลในกองทัพจีนอีกกว่า 60 นาย ที่ถูกสอบสวนและถูกปลดจากตำแหน่งในสมัยของประธานาธิบดีสี เพื่อจัดระเบียบองค์กรใหม่ และปรับให้กองทัพมีความทันสมัยมากขึ้น

ประธานาธิบดีสีมีเป้าหมายอะไร

การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนมีขึ้นทุก 5 ปี เพื่อกำหนดตัวผู้นำและบรรดาผู้บริหารพรรคคอมมิวนิสต์ชุดใหม่ที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งในวาระต่อไป คาดกันว่านายสีจะอยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีต่อไปอีกสมัย และจะมีการรวบอำนาจเข้ามาไว้ในมือของเขามากขึ้น ด้วยการแต่งตั้งให้คนใกล้ชิดเข้ารับตำแหน่งสำคัญๆ ในพรรค

  • นายลี จางฉู เคยเป็นผู้นำพรรรคในเขตที่ติดกับเขตของนายสีในช่วงต้นของอาชีพทางการเมืองของทั้งคู่ ในปี 2015 เขาเยือนกรุงมอสโก ในฐานะ "ผู้แทนพิเศษ" ของนายสี ทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการรักษาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับรัสเซีย
  • นายเฉิน หมินเอ๋อ เป็นผู้แทนพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน หรือ CPC คนสำคัญ และเคยทำงานให้กับนายสี ปัจจุบันได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์นครฉงชิ่งแทนนายซุน เจิ้งไช่ ที่ถูกขับออกจากพรรคคอมมิวนิสต์
  • นายไช่ ฉี เคยเป็นบล็อกเกอร์ชื่อดังที่มีผู้ติดตามทางโซเชียลมีเดียกว่า 10 ล้านคน ก่อนที่จะเข้าไปทำงานในสนามการเมือง
  • นายหวัง หูหนิง ได้รับการจับตามองในฐานะที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศคนสำคัญของประธานาธิบดีสี ก่อนหน้านี้เขาเคยเป็นที่ปรึกษาให้อดีตประธานาธิบดีหู จิ่นเทา และประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน
  • นายหลิว เหอ เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจคู่ใจของประธานาธิบดีสี ซึ่งครั้งหนึ่งเคยแนะนำนายหลิวต่อที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ว่าเป็นบุคคลที่ "มีความสำคัญมาก" สำหรับเขา โดยนายหลิวจบปริญญาโทด้านรัฐประศาสนศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งนี้จะปิดฉากลงในวันที่ 25 ต.ค. และจะมีการเผยชื่อคณะกรรมการกรมการเมือง ซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีอำนาจในการตัดสินใจสูงสุดเรื่องการบริหารประเทศ และผู้ที่ได้รับแต่งตั้งก็จะเป็นการสะท้อนว่านายสีมีอิทธิพลเพียงใด ขณะที่บรรดานักวิเคราะห์ชี้ว่า ประธานาธิบดีสี และนายหวัง ฉีซาน หัวหน้าหน่วยต่อต้านการคอร์รัปชันซึ่งเป็นพันธมิตรคนสำคัญได้ใช้นโยบายกวาดล้างครั้งใหญ่เป็นเครื่องมือในการกำหนดตัวบุคคลที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของจีน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม