รัสเซียวีโต้มติยูเอ็น ขวางต่ออายุคณะสืบสวนเรื่องอาวุธเคมีในซีเรีย

  • 25 ตุลาคม 2017
Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เด็ก ๆ ในเมืองข่านเชคูนถือรูปผู้เสียชีวิตด้วยอาวุธเคมี

รัสเซียใช้สิทธิยับยั้งหรือวีโต้ในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติอีกครั้ง เพื่อคัดค้านมติให้ต่ออายุการทำงานของคณะกลไกสืบสวนร่วม (Joint Investigative Mechanism - JIM) ซึ่งเป็นคณะทำงานเดียวที่ทำหน้าที่ตรวจสอบหาความจริงกรณีพลเรือนถูกโจมตีด้วยอาวุธเคมีในซีเรีย

คณะทำงานดังกล่าวจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2015 เพื่อสืบสวนหาตัวผู้บงการใช้อาวุธเคมีทำร้ายพลเรือนชาวซีเรียจนเสียชีวิตจำนวนมาก โดยครั้งล่าสุดชาวบ้านกว่า 80 คนที่เมืองข่านเชคูนของจังหวัดอิดลิบต้องเสียชีวิต เนื่องจากการโจมตีด้วยก๊าซพิษซาริน เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

ตามกำหนดเดิมคณะทำงานดังกล่าวจะรายงานผลสืบสวนกรณีเมืองข่านเชคูนภายในสัปดาห์นี้ ก่อนจะหมดอายุการทำงานลงในเดือนหน้า แต่รัสเซียได้ใช้สิทธิวีโต้ยับยั้งมติต่ออายุคณะทำงานนี้ออกไปอีก ซึ่งนับเป็นการวีโต้ของรัสเซียครั้งที่ 9 แล้วสำหรับประเด็นนี้ ทำให้องค์กรพิทักษ์สิทธิมนุษยชนบางแห่งเช่น แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนล เรียกการกระทำของรัสเซียว่าเป็นการ "เปิดไฟเขียวให้อาชญากรรมสงคราม"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ทูตสหรัฐฯประจำสหประชาชาติแสดงรูปผู้เสียชีวิตด้วยอาวุธเคมีในการประชุมสหประชาชาติ เม.ย.ปีนี้

นางนิกกี เฮลีย์ ทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติกล่าวแสดงความไม่พอใจว่า รัสเซียนั้น "เข้าข้างผู้นำเผด็จการและผู้ก่อการร้าย" ในขณะที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงว่าผิดหวังอย่างยิ่งในการกระทำของรัสเซีย ที่ปล่อยให้ผลประโยชน์ทางการเมืองมาอยู่เหนือชีวิตของชาวซีเรียที่ถูกสังหารอย่างทารุณ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ อุปทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติในขณะร่วมประชุมด่วนสหประชาชาติกรณีใช้อาวุธเคมีในซีเรีย เม.ย. ปีนี้

อย่างไรก็ตาม นายวาซิลี เนเบนเซีย ทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติตอบโต้ว่า สหรัฐฯและชาติอื่น ๆ กำลังพยายามทำให้รัสเซียต้องขายหน้า ทั้งที่จริงแล้วรัสเซียพร้อมจะหารือเรื่องคณะทำงานดังกล่าวอีกครั้ง หลังมีการรายงานผลสืบสวนล่าสุดให้เรียบร้อยเสียก่อน

ก่อนหน้านี้รัสเซียปฏิเสธไม่ยอมรับผลการสืบสวนของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ที่ชี้ว่าเครื่องบินรบของกองทัพรัฐบาลซีเรียเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีด้วยอาวุธเคมีที่เมืองข่านเชคูน โดยประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด ระบุว่ากรณีดังกล่าวเป็นการปั้นเรื่องใส่ร้ายซีเรีย ทั้งที่จริงแล้วเครื่องบินรบดังกล่าวเพียงทิ้งระเบิดใส่คลังเก็บอาวุธเคมีของฝ่ายกบฎเท่านั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม