พบหลักฐานชิ้นแรกชี้อัลไซเมอร์ติดต่อทางเลือดได้

  • 1 พฤศจิกายน 2017
คนสูงวัย Image copyright Getty Images

ทีมวิจัยนำโดย ดร. ซ่ง เว่ยหง จากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบียของแคนาดา ค้นพบหลักฐานชิ้นแรกที่ชี้ว่าโรคอัลไซเมอร์อาจติดต่อกันทางการถ่ายเลือด รวมทั้งการปนเปื้อนของเลือดในอุปกรณ์ทางการแพทย์และการผ่าตัดได้ เนื่องจากโปรตีน เบตา-แอมีลอยด์ ซึ่งเกิดขึ้นในสมองของผู้ป่วย สามารถหลุดเข้าไปอยู่ในกระแสเลือด และถ่ายทอดไปยังอีกบุคคลหนึ่งได้

ผลการวิจัยดังกล่าวตีพิมพ์ในวารสาร Molecular Psychiatry โดยทีมวิจัยได้นำหนูทดลองที่ปกติจะไม่เป็นโรคอัลไซเมอร์ตามธรรมชาติ มาผ่านการตัดต่อพันธุกรรมให้มียีนโรคอัลไซเมอร์ในตัว เมื่อหนูทดลองดังกล่าวเริ่มป่วยเป็นอัลไซเมอร์แล้ว จึงนำมาผ่าตัดเชื่อมต่อระบบหมุนเวียนเลือดเข้ากับหนูอีกตัวที่มีสุขภาพดี จากนั้นไม่นานพบว่ามีการสะสมตัวของเบตา-แอมีลอยด์ อยู่ในสมองของหนูทดลองที่ไม่มียีนอัลไซเมอร์

Image copyright AFP/Getty Images

ทั้งนี้ เบตา-แอมีลอยด์ เป็นโปรตีนที่พับตัวผิดปกติ และเป็นตัวการทำให้เซลล์สมองโดยเฉพาะในส่วนของการเรียนรู้และความจำเริ่มเสื่อมและตายลงในที่สุด โดยหลังการผ่าตัด 4 เดือน หนูที่สุขภาพดีเริ่มมีเบตา-แอมีลอยด์ จับตัวในสมองเพิ่มมากขึ้น และแสดงอาการของโรคอัลไซเมอร์ที่คล้ายคลึงกับในมนุษย์

ก่อนหน้านี้วงการแพทย์ทราบว่า อนุภาคขนาดเล็กของโปรตีนที่ทำให้เกิดโรคหรือ "ไพรออน" (Prion) สามารถติดต่อผ่านกระแสเลือดหรือผลิตภัณฑ์เนื้อ ทำให้เกิดการติดต่อของโรคทางสมองเช่นโรค Creutzfeldt-Jakob Disease หรือซีเจดีขึ้นได้ เช่นในเมื่อราว 50 ปีก่อน มีการนำฮอร์โมนจากซากศพมาฉีดบำบัดผู้ป่วยที่ขาดโกรทฮอร์โมน ทำให้ผู้ป่วยเป็นโรคซีเจดีทั้งที่ยังไม่เข้าสู่วัยชรา

Image copyright AFP

แต่ในกรณีของอัลไซเมอร์นั้น ยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดถึงการแพร่กระจายตัวของเบตา-แอมีลอยด์ ว่าจะทำให้เกิดการติดต่อแบบเดียวกับอนุภาคไพรออนขึ้นได้หรือไม่ จนกระทั่งมีการทดลองครั้งนี้เป็นครั้งแรก

ดร.ซ่ง ผู้นำทีมวิจัยระบุว่า ผลการทดลองนี้แม้ยังอยู่ในขั้นต้น แต่ก็พอจะใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนให้แพทย์มีความระมัดระวังในการให้เลือดและการผ่าตัดเอาไว้ก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการถ่ายทอดโปรตีนไม่พึงประสงค์ ซึ่งอาจทำให้คนไข้เกิดโรคอัลไซเมอร์ในภายหลังได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม