ทรัมป์เรียกร้องโทษประหารแก่ชายขับรถไล่ชนคนตาย 8 ศพในนิวยอร์ก

  • 3 พฤศจิกายน 2017
ซายฟุลโล ไซปอฟบอกตำรวจว่าอยากจะฆ่าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ซายฟุลโล ไซปอฟ บอกตำรวจว่าอยากจะฆ่าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ทวีตเรียกร้องให้ศาลนิวยอร์กลงโทษประหารชีวิตแก่ซายฟุลโล ไซปอฟ ซึ่งถูกดำเนินคดีในข้อหาขับรถไล่ชนคนบนทางจักรยานที่นิวยอร์กเมื่อสองวันก่อน

ก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยกล่าวว่าควรจะซายฟุลโล ไซปอฟไปยังคุกที่อ่าวกวนตานาโม แต่เขาก็เปลี่ยนใจกลับมาเรียกร้องให้ศาลมีคำสั่งประหารชายเชื้อสายอุซเบกซึ่งต้องสงสัยว่าขับรถชนคนเสียชีวิต 8 คนเมื่อสองวันที่ผ่านมา โดยบอกว่ากระบวนการส่งตัวไปกวนตานาโมนั้นใช้เวลานานกว่า

ส่วนไซปอฟก็บอกตำรวจว่าเขารู้สึกดีกับสิ่งที่ทำลงไปในวันฮาโลวีน และอยากจะสังหารคนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ชาวนิวยอร์กวางดอกไม้แสดงความรำลึกถึงผู้เสียชีวิตบนทางจักรยานเมื่อวันฮาโลวีน

เขาถูกตั้งข้อหาว่าก่อการร้ายโดยขับรถกระบะสีขาวไปบนเลนจักรยานของถนนแมนฮัตตัน ชนคนตายไป 8 คน และบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ก็ยังโดนข้อหาว่าสนับสนุนทรัพยากรต่าง ๆ แก่ไอเอส การพิจารณาคดีของเขาได้เริ่มขึ้นแล้วเมื่อวานนี้ โดยที่เขาต้องนั่งรถเข็นไปขึ้นศาลเพราะถูกตำรวจยิงเข้าที่ท้องก่อนที่จะถูกจับกุม

ประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้ทวีตข้อความด้วยว่า "ผู้ก่อการร้ายมีความสุขและร้องขอให้แขวนธงไอซิสในห้องที่เขาอยู่ในโรงพยาบาล เขาฆ่าคนไป 8 คนและทำให้อีก 12 บาดเจ็บ ควรได้รับโทษประหาร!"

การที่ไซปอฟถูกตั้งข้อหาก่อการร้ายนั้นหมายความว่ารัฐบาลมีอำนาจที่จะยกเลิกข้อห้ามใช้โทษประหารของเมืองนิวยอร์กได้

อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญเรื่องกฎหมายก็ออกมาวิจารณ์ว่าความเห็นของทรัมป์เป็นการด่วนสรุปในขณะที่ยังมีการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ว่าไซปอฟนั้นผิดจริงหรือไม่

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ไซปอฟขณะอยู่ในศาล

ไอเอสยังเงียบ

แม้ไซปอฟจะบอกกับตำรวจว่าเขาได้ความคิดมาจากกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส ทางด้านไอเอสเองยังไม่ได้ออกมาประกาศว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังแต่อย่างใด

ไม่เหมือนกับกรณีกราดยิงในงานเทศกาลดนตรีที่ลาสเวกัสเมื่อเดือนก่อน ที่ไอเอสรีบออกมาประกาศว่าสตีเฟ่น แพ็ดด็อก มือปืนเป็นผู้เดินตามแนวทางของไอเอส ในขณะที่ทางการสหรัฐฯ ชี้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวพันอันใดกับไอเอสเลย

มินา อัล ลามี จากบีบีซี มอนิเตอริ่งกล่าวว่าไม่น่าแปลกใจที่ไอเอสเงียบ เพราะแม้นี่จะเป็นโอกาสทองให้ไอเอสได้โฆษณาถึงความเก่งกล้าสามารถของตนเอง แต่หากเมื่อผู้ก่อการโดนจับขณะปฏิบัติการ ไอเอสจะเงียบเสมอ และจะออกมาประกาศว่าอยู่เบื้องหลังเฉพาะกรณีที่ผู้กระทำหนีไปได้หลังจากลงมือ หรือว่าถูกจับตายเท่านั้น

ในคำชักชวนให้ปฏิบัติการก่อการร้ายต่าง ๆ ไอเอสจะแนะนำให้นักรบของตนสู้จนตัวตายดีกว่าถูกจับได้

หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ ชื่อ อัลนาบา ซึ่งเป็นสื่อของไอเอส ได้ลงบทความขนาดยาวเมื่อเดือนสิงหาคมและกันยายนปีนี้ภายใต้หัวข้อ "เตือนผู้รักษาศาสนาเรื่องอันตรายของการถูกคุมขัง" ไอเอสเน้นย้ำว่านักรบของตนทั้งในเขตสงครามและประเทศตะวันตกจะต้องหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมทุกกรณี คำแนะนำคือถ้าหนีไม่ได้ให้สู้จนตัวตาย เพราะการถูกจับเท่ากับว่าทำให้ศาสนาแปดเปื้อนและผู้ที่ถูกจับกุมจะได้รับความอับอายอย่างยิ่ง