ทรัมป์เสนอขายอาวุธให้ญี่ปุ่นใช้สกัดขีปนาวุธเกาหลีเหนือ

  • 6 พฤศจิกายน 2017
ทรัมป์ - อาเบะ Image copyright EPA

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าญี่ปุ่นสามารถใช้ยุทโธปกรณ์ที่ซื้อจากสหรัฐฯ เพื่อยิงสกัดขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือได้ พร้อมเรียกร้องให้ญี่ปุ่นเพิ่มการลงทุนในภาคยานยนต์อเมริกัน แก้ปัญหาสหรัฐฯ ขาดดุลการค้ามหาศาลต่อญี่ปุ่น

ประธานาธิบดีทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในช่วงท้ายของการเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการครั้งแรกในฐานะผู้นำสหรัฐฯ ในวันนี้ (6 พ.ย.) ว่า นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น "จะซื้อยุทโธปกรณ์ล็อตใหญ่" จากสหรัฐฯ พร้อมยกเหตุการณ์ที่เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธข้ามน่านฟ้าญี่ปุ่นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า ญี่ปุ่นสามารถนำอาวุธที่จะซื้อจากสหรัฐฯ ไปยิงสกัดขีปนาวุธดังกล่าวได้ นายทรัมป์ชี้ว่า ข้อตกลงครั้งนี้จะช่วยสร้างงานให้ชาวอเมริกัน และช่วยสร้างความปลอดภัยให้แก่ญี่ปุ่นด้วย

ด้านนายกรัฐมนตรีอาเบะ กล่าวว่า กำลังพิจารณาข้อตกลงที่ผู้นำสหรัฐฯ พูดถึง พร้อมชี้ว่า ญี่ปุ่นจะต้องเสริมประสิทธิภาพในการป้องกันตนเองทั้งในแง่ของคุณภาพและปริมาณ เมื่อประเมินจากสถานการณ์ภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือในปัจจุบัน

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
สัญญาณไซเรนที่ปลุกชาวญี่ปุ่นจากสันติสุข

นายอาเบะ ยังได้กล่าวย้ำว่า การยิงสกัดขีปนาวุธ เป็น "ความร่วมมืออันชอบด้วยกฎหมาย" ระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ที่สามารถทำได้เมื่อมีความจำเป็น อย่างไรก็ตามยังไม่ชัดเจนว่า ทั้งสองประเทศได้ลงนามข้อตกลงนี้ในระหว่างการเยือนของนายทรัมป์หรือไม่

เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา นายทรัปม์ทวีตข้อความว่า จะขายอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงให้แก่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งในการเยือนญี่ปุ่นของนายทรัมป์ครั้งนี้ ทั้งเขาและผู้นำญี่ปุ่นได้ตอกย้ำความเป็นพันธมิตรในการยืนหยัดสู้กับภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
เหตุใดคนญี่ปุ่นไม่นิยมซื้อรถอเมริกัน

นอกจากประเด็นด้านความมั่นคงแล้ว ในการเยือนญี่ปุ่นครั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้เดินทางไปยังฐานทัพอากาศสหรัฐฯ ใกล้กรุงโตเกียว และได้พบปะกับคณะนักธุรกิจชาวอเมริกัน ซึ่งนายทรัมป์ได้กล่าววิจารณ์กรณีที่สหรัฐฯ เสียเปรียบดุลการค้ามูลค่ามหาศาลต่อญี่ปุ่น พร้อมประกาศจะผลักดันความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจระหว่างสองชาติให้เป็นธรรมยิ่งขึ้น และเรียกร้องให้ญี่ปุ่นเข้าไปลงทุนด้านการผลิตรถยนต์ในสหรัฐฯ ให้มากกว่านี้ โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า เมื่อปีที่แล้วญี่ปุ่นได้เปรียบดุลการค้าต่อสหรัฐฯ ราว 6.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ผู้นำสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการเดินทางเยือนเอเชียเป็นเวลา 12 วัน โดยหลังเสร็จสิ้นภารกิจในญี่ปุ่นแล้ว นายทรัมป์จะเดินทางไปเกาหลีใต้ ในวันพรุ่งนี้ (7 พ.ย.) เพื่อพบประธานาธิบดีมุน แจ อิน จากนั้นจะเดินทางต่อไปยังจีน เวียดนาม และฟิลิปปินส์ต่อไป