เทกซัส: เผยมือปืนกราดยิงโบสถ์เทกซัสต้องการแก้แค้นแม่ยาย

  • 7 พฤศจิกายน 2017
ตำรวจระบุว่ามือปืนกำลังมีความขัดแย้งกับอดีตภรรยาและแม่ยาย Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ตำรวจระบุว่ามือปืนกำลังมีความขัดแย้งกับอดีตภรรยาและแม่ยาย

เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่านายเดวิน พี.เคลลี มือปืนผู้ก่อเหตุกราดยิงในโบสถ์ที่เมืองซัตเทอร์แลนด์ สปริงส์ ในรัฐเทกซัสของสหรัฐฯ ลงมือโดยไม่มีเหตุจูงใจเรื่องเชื้อชาติศาสนา แต่ได้ยิงสังหารผู้คนในโบสถ์ไปถึง 26 คน เพราะต้องการแก้แค้นแม่ของอดีตภรรยาซึ่งเพิ่งมีปากเสียงกันไปก่อนลงมือก่อเหตุไม่นาน

นางมิเชลล์ ชีลด์ส ซึ่งเป็นแม่ยายของนายเคลลี เป็นสมาชิกของโบสถ์เฟิร์สต์ แบ๊บติสต์ที่เกิดเหตุ และไปร่วมนมัสการที่โบสถ์เป็นประจำ แต่ในขณะที่นายเคลลีบุกเข้ากราดยิงเธอไม่ได้อยู่ที่นั่น อย่างไรก็ตามนางลูลา ไวท์ มารดาของนางชีลด์สเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว

นายฟรีแมน มาร์ติน ผู้อำนวยการส่วนท้องถิ่นของสำนักงานความปลอดภัยสาธารณะแห่งรัฐเทกซัส ระบุว่า ก่อนหน้านี้นายเคลลีได้ส่งข้อความทางโทรศัพท์ไปข่มขู่แม่ยายของเขามาก่อนแล้ว จึงเชื่อได้ว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเรื่องความขัดแย้งภายในครอบครัว

ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตของมือปืนนั้น นายมาร์ตินระบุว่าน่าจะเป็นการใช้อาวุธปืนยิงตัวเองในรถยนต์ที่ใช้ขับหลบหนี หลังจากที่ถูกคนท้องถิ่นซึ่งไล่ติดตามมายิงบาดเจ็บ มือปืนยังได้โทรศัพท์หาพ่อของตนเองก่อนเสียชีวิตด้วย โดยบอกกับพ่อว่าตนคงไม่รอด

Image copyright KSAT

เหตุโศกนาฏกรรมในครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตครึ่งหนึ่งเป็นเด็กเล็ก โดยรายที่อายุน้อยที่สุดอยู่ในวัยเพียง 1 ขวบ บางครอบครัวต้องสูญเสียสมาชิกในบ้านไปมากถึง 8 คน ทั้งบุตรสาวของศิษยาภิบาลประจำโบสถ์วัย 14 ปี ก็เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตด้วย

ตำรวจได้ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวของมือปืน และพบว่านายเคลลีมีประวัติเรื่องใช้ความรุนแรงมาก่อนหลายครั้ง โดยขณะที่ยังทำงานในกองทัพอากาศ เขาต้องขึ้นศาลทหารเพื่อรับการพิจารณาคดีทำร้ายอดีตภรรยาและลูกเลี้ยงเมื่อปี 2012 ศาลทหารสั่งคุมขังเขาเป็นเวลา 12 เดือน และปลดประจำการเขาด้วยเหตุเรื่องความประพฤติในอีก 2 ปีต่อมา

นายเกรก แอบบอตต์ ผู้ว่าการรัฐเทกซัสระบุว่า เป็นที่ชัดเจนว่านายเคลลีนั้นเป็นผู้มีแนวโน้มใช้ความรุนแรง เหมือนกับดินปืนที่พร้อมจะระเบิดได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม การที่เขามีอาวุธปืนหลายกระบอก ทั้งที่เป็นบุคคลมีประวัติห้ามครอบครองปืนตามกฎหมายนั้น จะต้องมีการสืบสวนในกรณีนี้กันต่อไปด้วย

โดยเบื้องต้นมีรายงานว่าทางกองทัพอากาศสหรัฐฯ ไม่ได้ลงข้อมูลประวัติอาชญากรรมของนายเคลลีในฐานข้อมูลแห่งชาติ