พาราไดซ์ เปเปอร์ส : เปิดแหล่งเลี่ยงภาษีของแอปเปิล

  • 7 พฤศจิกายน 2017

โดย ทีมข่าวพาราไดซ์ เปเปอร์ส

บีบีซี พานอรามา

ทิม คุก Image copyright Getty Images

พาราไดซ์ เปเปอร์ส ระบุบริษัทที่กำไรมากที่สุดในโลกมีโครงสร้างลับชุดใหม่ ที่จะทำให้บริษัทสามารถเลี่ยงภาษีมูลค่าหลายพันล้านได้

เอกสารเหล่านี้ชี้ให้เห็นวิธีการที่บริษัทแอปเปิลใช้เพื่อเลี่ยงไม่ให้ถูกลงโทษจากการดำเนินการทางภาษีอันอื้อฉาวในไอร์แลนด์ เมื่อปี 2013 ด้วยการเสาะแสวงหาแหล่งเลี่ยงภาษีแห่งใหม่

หลังจากนั้นแอปเปิลได้เคลื่อนย้ายกิจการที่ถือครองเงินสดในต่างแดนที่ไม่ชำระภาษีไปยังเกาะเจอร์ซีย์ โดยเงินสดดังกล่าวมีมูลค่า 2.52 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปัจจุบัน

ด้านแอปเปิลระบุว่าโครงสร้างใหม่ไม่ได้มีผลให้ชำระภาษีน้อยลง บริษัทกล่าวว่ายังคงเป็นผู้เสียภาษีรายใหญ่ที่สุดในโลก โดยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล ราว 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย และการปรับเปลี่ยนใดๆ "ไม่ได้ส่งผลให้การชำระภาษีของเราลดลงในประเทศใดก็ตาม"

แอปเปิลยังย้ำในแถลงการณ์ที่ออกมาเพิ่มเติมว่าไม่ได้มีการเคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการหรือการลงทุนใด ๆ ออกจากไอร์แลนด์

พาราไดซ์ เปเปอร์ส คือ ชุดเอกสารลับทางการเงินที่ถูกปล่อยออกมาครั้งใหญ่ เปิดให้เห็นถึงโลกการเงินนอกประเทศ

จนถึงปี 2014 บริษัทเทคโนโลยีรายนี้ได้ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของกฎหมายทางภาษีหลายฉบับในสหรัฐฯ และสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ซึ่งรู้จักกันในนาม "ดับเบิล ไอริช"

การดำเนินการดังกล่าวช่วยให้แอปเปิลผ่องถ่ายยอดขายที่เกิดขึ้นนอกสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนราว 55% ของรายได้ทั้งหมด ผ่านบริษัทย่อยในไอร์แลนด์ซึ่งอยู่ในสถานะกิจการที่ไร้รัฐในแง่วัตถุประสงค์ทางภาษี ดังนั้นจึงแทบจะไม่มีภาษีใด ๆ เกิดขึ้น

แต่แทนที่จะชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลในไอร์แลนด์ในอัตรา 12.5% หรือ 35% ตามอัตราในสหรัฐฯ โครงสร้างการเลี่ยงภาษีของแอปเปิลทำให้บริษัทลดอัตราภาษีจากผลกำไรที่เกิดขึ้นนอกสหรัฐฯ ได้ถึงขั้นที่ว่าการชำระภาษีในต่างประเทศของแอปเปิลมีไม่ถึง 5% ของผลกำไรที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ และในบางปียังชำระไม่ถึง 2%

คณะกรรมาธิการยุโรปเคยคำนวณอัตราภาษีของบริษัทย่อยแห่งหนึ่งของแอปเปิลในไอร์แลนด์ในปีหนึ่งพบว่าอยู่ในอัตราเพียง 0.005%

คำบรรยายภาพ ทิม คุก กล่าวปกป้องระบบภาษีของบริษัทต่อที่ประชุมวุฒิสภาสหรัฐฯ เมื่อปี 2013

ในปี 2013 แอปเปิลถูกวุฒิสภากดดัน โดยนายทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอปเปิล ต้องออกมากล่าวปกป้องระบบภาษีของบริษัท

ด้วยความไม่พอใจที่สหรัฐฯ ต้องสูญเสียรายได้ทางภาษีจำนวนมหาศาล วุฒิสมาชิกคาร์ล เลวิน กล่าวกับนายคุกในที่ประชุมกรรมาธิการว่า "คุณย้ายห่านทองคำไปยังไอร์แลนด์ คุณย้ายมันไปยังบริษัท 3 แห่ง ที่ไม่ได้ชำระภาษีในไอร์แลนด์ มันล้วนเป็นเพชรยอดมงกุฎของแอปเปิล อิงค์ พี่น้องครับ มันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องเลย"

ขณะที่นายคุก โต้กลับอย่างท้าทายว่า "เราเสียภาษีที่เราติดค้างอยู่ทุก ๆ ดอลลาร์ เราไม่ได้พึ่งพิงกลเม็ดใดในทางภาษี... เราไม่ได้ซุกซ่อนเงินไว้ที่เกาะใดในแคริบเบียน"

ข้อสอบถามของแอปเปิล

หลังจากสหภาพยุโรปประกาศในปี 2013 ว่าอยู่ระหว่างสืบสวนการดำเนินการทางภาษีของแอปเปิลในไอร์แลนด์ รัฐบาลไอร์แลนด์ก็ชี้ว่ากิจการที่รวมตัวในรูปกลุ่มบริษัทในไอร์แลนด์ ไม่อยู่ในสถานะไร้รัฐในแง่วัตถุประสงค์ทางภาษีอีกต่อไป

และเพื่อที่จะคงอัตราภาษีให้ต่ำเข้าไว้ แอปเปิลจำเป็นต้องหาศูนย์กลางทางการเงินนอกประเทศที่จะเป็นแหล่งชำระภาษีของบริษัทย่อยของแอปเปิลในไอร์แลนด์

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
พาราไดซ์ เปเปอร์ส: เปิดโปงแหล่งเลี่ยงภาษีแอปเปิล

ในเดือนมีนาคม 2014 ที่ปรึกษาทางกฎหมายของแอปเปิล ได้ส่งข้อสอบถามไปยังแอปเปิลบี (Appleby) บริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมายด้านการเงินนอกประเทศชั้นนำ และเป็นแหล่งข้อมูลส่วนใหญ่ของพาราไดซ์ เปเปอร์ส ที่รั่วไหลออกมา

แอปเปิลได้สอบถามถึงความแตกต่างในแง่ผลประโยชน์ที่ดินแดนนอกประเทศ ซึ่งได้แก่หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน, เบอร์มิวดา, หมู่เกาะเคย์แมน, มอริเชียส, ไอล์ออฟแมน, เจอร์ซีย์และเกิร์นซีย์ จะเสนอให้แอปเปิลได้

ในเอกสารดังกล่าวมีข้อสอบถามหลัก ๆ อาทิ มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะ "ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการว่าจะยกเว้นภาษี" และจะสามารถยืนยันได้หรือไม่ว่าบริษัทในไอร์แลนด์อาจจะ "ดำเนินกิจกรรมทางการบริหาร...โดยไม่อยู่ในข่ายต้องชำระภาษีในเขตอำนาจของท่าน"

นอกจากนี้ยังสอบถามด้วยว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือไม่, ข้อมูลใดที่จะเปิดเผยต่อสาธารณะ, มีความง่ายเพียงใดที่จะถอนตัวออกจากดินแดนดังกล่าว

ในอีเมลที่ถูกปล่อยออกมายังชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าแอปเปิลต้องการให้การเคลื่อนย้ายดังกล่าวเป็นไปอย่างลับๆ

อีเมลฉบับหนึ่งที่ส่งกันระหว่างหุ้นส่วนอาวุโสของแอปเปิลบีระบุว่า "สำหรับท่านที่ยังไม่ทราบ (เจ้าหน้าที่ของ) แอปเปิล มีความอ่อนไหวอย่างยิ่งในเรื่องชื่อเสียง พวกเขายังหวังว่างานที่กำลังทำให้พวกเขานั้น จะมีการหารือกันเฉพาะบุคคลที่จำเป็นต้องรับรู้เท่านั้น"

Image copyright Getty Images

แอปเปิลเลือกเจอร์ซีย์ ดินแดนภายใต้อธิปไตยของสหราชอาณาจักรซึ่งมีระบบกฎหมายทางภาษีของตนเอง และเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับบริษัทต่างชาติในอัตรา 0%

เอกสารพาราไดซ์ เปเปอร์ส ชี้ให้เห็นว่าบริษัทย่อย 2 แห่งของแอปเปิล ได้แก่ แอปเปิล โอเปอเรชั่นส์ อินเตอร์แนชั่นแนล (เอโอไอ) ซึ่งเชื่อว่าครอบครองเงินสดส่วนใหญ่จากมูลค่ารวมมหาศาล 2.52 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และแอปเปิล เซลส์ อินเตอร์แนชั่นแนล (เอเอสไอ) ล้วนถูกดำเนินการโดยสำนักงานของแอปเปิลบีในเจอร์ซีย์ ตั้งแต่ต้นปี 2015 ถึงต้นปี 2016

ซึ่งทำให้แอปเปิลยังคงหลีกเลี่ยงภาษีได้ทั่วโลกเป็นมูลค่าหลายพันล้าน

งบบัญชีของแอปเปิลในปี 2017 แสดงให้เห็นว่าบริษัทมีรายได้นอกสหรัฐฯ จำนวน 4.474 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และชำระภาษีให้แก่รัฐบาลในต่างประเทศเพียง 1.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือในอัตราประมาณ 3.7% ซึ่งถือว่าต่ำกว่า 1 ใน 6 ของอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลทั่วโลก

ในเดือนสิงหาคม 2016 หลังจากใช้เวลาสืบสวนนาน 3 ปี คณะกรรมาธิการยุโรปพบว่าไอร์แลนด์ได้ให้ผลประโยชน์ทางภาษีอย่างผิดกฎหมายแก่แอปเปิล โดยคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวว่าแอปเปิลจะต้องชำระคืนภาษีให้ไอร์แลนด์ในกรอบเวลาที่เกี่ยวเนื่องในการสืบสวน ระหว่างปี 2003-2013 เป็นมูลค่ารวม 1.3 หมื่นล้านยูโร และดอกเบี้ยอีก 1 พันล้านยูโร

ไอร์แลนด์ และแอปเปิลยื่นอุทธรณ์

นายทิม คุก แห่งแอปเปิล ระบุว่าคำตัดสินของคณะกรรมาธิการยุโรปเป็น "เรื่องไร้สาระทางการเมืองโดยแท้" โดย "ปราศจากเหตุผลทั้งในแง่ข้อเท็จจริงหรือในทางกฎหมาย" ขณะที่ไอร์แลนด์ระบุว่าสหภาพยุโรปรุกล้ำอธิปไตยทางภาษี และเกรงว่าบรรษัทข้ามชาติจะพากันเคลื่อนย้ายไปที่อื่น

ไอร์แลนด์ตกลงที่จะเก็บภาษีมูลค่า 1.3 หมื่นล้านยูโร ไว้ภายใต้การบริหารบัญชีของบุคคลที่สาม ในระหว่างรอผลตัดสินการยื่นอุทธรณ์

ในเดือนตุลาคม 2017 สหภาพยุโรป กล่าวว่าจะฟ้องไอร์แลนด์ต่อศาลเพราะยังไม่ดำเนินการเรื่องเงินดังกล่าว ขณะที่ไอร์แลนด์กล่าวว่าเรื่องนี้มีความซับซ้อนและต้องใช้เวลา

จีดีพีพุ่งกระฉูด

ในขณะที่มีการจัดการกับ "ดับเบิล ไอริช" ไปแล้ว ไอร์แลนด์ก็ได้จัดทำระบบตรวจสอบทางภาษีขึ้นใหม่ ซึ่งทำให้บริษัทอย่างแอปเปิลสามารถแสวงหาผลประโยชน์ได้

เอเอสไอ ซึ่งเป็นบริษัทหนึ่งที่แอปเปิลเคลื่อนย้ายไปยังเจอร์ซีย์ มีสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาบางส่วนอันมีมูลค่ามหาศาลของแอปเปิล อิงค์

หากเอเอสไอ ขายทรัพย์สินทางปัญญาให้กับบริษัทในไอร์แลนด์ บริษัทในไอร์แลนด์ก็สามารถหักกลบต้นทุนจำนวนมหาศาลกับผลกำไรใด ๆ ที่เกิดขึ้นได้ และเพราะเอเอสไอ ซึ่งเป็นผู้ถือครองทรัพย์สินทางปัญญา จดทะเบียนที่เจอร์ซีย์ ดังนั้นผลกำไรที่เกิดจากการขายจึงไม่ต้องชำระภาษี

และดูเหมือนว่าแอปเปิลได้กระทำการดังกล่าว โดยในปี 2015 ตัวเลขจีดีพีของไอร์แลนด์ปรับขึ้นไปสูงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนที่ 26% ซึ่งสื่อหลายกระแสรายงานว่าเป็นเพราะมีการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางปัญญาไปยังไอร์แลนด์ และในปีนั้นไอร์แลนด์มีสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้เป็นมูลค่ามหาศาลถึง 2.5 แสนล้านยูโร

ด้านกระทรวงการคลังของไอร์แลนด์ปฏิเสธว่าไม่มีการนำหลักเกณฑ์ใหม่ มาใช้เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์แก่บรรษัทข้ามชาติ และเสริมว่า ไอร์แลนด์ "ไม่ได้เป็นชาติเดียวที่ยอมให้บริษัทต่าง ๆ เรียกคืนค่าใช้จ่ายในการลงทุนจากสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ " และทำตาม "บรรทัดฐานของนานาชาติ"

แอปเปิลปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับบริษัทย่อยทั้งสองแห่งที่เคลื่อนย้ายแหล่งชำระภาษีไปยังเจอร์ซีย์ นอกจากนี้ยังไม่แสดงความเห็นเมื่อถูกถามว่าบริษัทหนึ่งในสองแห่งดังกล่าวมีส่วนช่วยให้มีการลงบัญชีเป็นศูนย์จากภาษีจำนวนมหาศาล ด้วยการขายทรัพย์สินทางปัญหา

แอปเปิลกล่าวว่า "เมื่อไอร์แลนด์ปรับเปลี่ยนกฎหมายทางภาษีในปี 2015 เราปฏิบัติตามด้วยการเปลี่ยนแปลงที่ตั้งของบริษัทย่อยของเราในไอร์แลนด์ และเราได้แจ้งให้ไอร์แลนด์ คณะกรรมาธิการยุโรป และสหรัฐฯ ทราบ

การเปลี่ยนแปลงที่เราดำเนินการนั้นไม่ได้ทำให้เราชำระภาษีในประเทศใดน้อยลง ในความเป็นจริง การชำระภาษีของเราให้ไอร์แลนด์เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และตลอดสามปีเราชำระภาษีที่นั่นเป็นจำนวน 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม