ผลวิจัยชี้รัฐบาลแทรกแซงอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น ทอนเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นออนไลน์

  • 15 พฤศจิกายน 2017
รายงานระบุว่าจีนได้รบกวนการใช้วอทส์แอพ ก่อนหน้าการประชุมของเจ้าหน้าที่ในรัฐบาล Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ รายงานระบุว่าจีนได้รบกวนการใช้วอทส์แอพ ก่อนหน้าการประชุมของเจ้าหน้าที่ในรัฐบาล

ฟรีดอมเฮาส์ ซึ่งเป็นองค์กรเฝ้าระวังอิสระเปิดผลการวิจัยประจำปีว่ามีรัฐบาลใน 30 ประเทศเข้าแทรกแซงในโซเชียลมีเดียอย่างกระตือรือร้นเพื่อปิดกั้นความเห็นที่แตกต่างจากตัวเอง

นอกจากนี้ผลการเลือกตั้งใน 18 ประเทศถูกครอบงำด้วยการให้ข้อมูลที่บิดเบือนผิดไปจากที่เป็นจริงทางอินเทอร์เน็ต

วิธีการแทรกแซงการแสดงความคิดเห็นผ่านอินเทอร์เน็ตนอกจากกฎหมายหรือข้อห้ามที่รัฐบาลออกมาแล้ว ก็ยังมีการใช้ระบบตอบโต้อัตโนมัติหรือบอทวางโปรแกรมเพื่อให้ตอบโต้กับหัวข้อต่าง ๆ รวมการว่าจ้างคนที่ให้มาออกความคิดในเว็บไซต์ต่าง ๆ เพื่อให้เกิดผลดังที่ต้องการ

รายงานระบุถึงวิธีแก้ปัญหาด้วยว่า ต้องอาศัยการให้ความรู้กับผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อสังเกตข่าวเท็จ และบริษัทผู้ให้บริการเทคโนโลยีต้องคอยตรวจตราเครือข่ายของตน

รายงานประจำปีของฟรีดอมเฮาส์ฉบับนี้ศึกษาเสรีภาพในการใช้อินเทอร์เน็ตใน 65 ประเทศ หรือคิดเป็นร้อยละ 87 ของประชากรที่ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก พบว่าเสรีภาพในการใช้อินเทอร์เน็ตลดลงเป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน ในขณะที่รัฐบาลเพิ่มความพยายามควบคุมสิ่งที่ประชาชนสื่อสาร แสดงพฤติกรรมต่าง ๆ รวมทั้งการแบ่งปันออนไลน์ หรือ แชร์สิ่งต่าง ๆ ในวงกว้าง

วิธีต่าง ๆ ในการชี้นำการสื่อสารออนไลน์

  • บอท ที่คอยสะท้อนข้อความอย่างเป็นทางการของรัฐ
  • การว่าจ้างผู้นำความคิด ให้คอยสื่อสารมุมมองที่สนับสนุนรัฐบาล
  • เว็บไซต์ข่าวเท็จ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือน
  • การก่อกวนเป็นรายบุคคล ที่ทำให้นักวิจารณ์ต้องเสียเวลาไปกับการรับมือ

เอกสารระบุว่า การโน้มน้าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์กลายเป็นเครื่องมือหลักของรัฐบาลที่กดขี่ ซึ่งถูกใช้ไปพร้อม ๆ กับการควบคุมเชิงเทคนิคอย่าง ไฟร์วอลล์ การกรองข้อมูล และการบล็อกเครือข่ายส่วนตัวเสมือน (VPN)

นางซานยา เคลลี หัวหน้าโครงการวิจัยฟรีดอม ออน เดอะ เน็ต กล่าวว่า "ไม่เพียงแต่การบิดเบือนนี้ยากจะสังเกตได้ แต่ยังยากที่จะต่อต้านมากกว่าวิธีเซนเซอร์แบบอื่น เช่นการบล็อกเว็บไซต์ เนื่องจากเป็นสิ่งที่กระจายอยู่ทั่วไป และมีการใช้คนกับบอทจำนวนมากคอยปล่อยข้อมูลเหล่านั้น"

นางเคลลี ระบุว่าจีนและรัสเซียเป็นผู้บุกเบิกการควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ต แต่ขณะนี้เทคนิคดังกล่าวถูกนำไปใช้ทั่วโลกแล้ว โดยประเทศที่ใช้วิธีเหล่านี้อย่างกว้างขวาง รวมถึงตุรกี ฟิลิปปินส์ ซีเรีย และเอธิโอเปีย

"เทคนิคที่กำลังแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว มีแนวโน้มจะก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรง ต่อประชาธิปไตยและการรณรงค์ของพลเรือน" นางเคลลี กล่าว

รายงานของฟรีดอม เฮาส์ ระบุด้วยว่า ความพยายามของรัฐบาลในการควบคุมการโต้เถียง จะเห็นได้ชัดเจนในช่วงเลือกตั้ง ซึ่งเกิดขึ้นใน 18 ประเทศจากกลุ่มตัวอย่างของงานวิจัย

ปกติแล้วกิจกรรมต่าง ๆ จะเกิดขึ้นภายในประเทศเดียว แต่มีหลายรัฐบาลที่กำลังพยายามใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อลบล้างการโต้เถียงในต่างประเทศด้วย โดยเฉพาะรัสเซีย ซึ่งรายงานระบุว่า ได้พยายามอย่างชัดเจนที่จะแทรงแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ รายงานระบุว่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และแอปพลิเคชัน ถูกรบกวนบ่อยครั้งจากรัฐบาลที่ต้องการปิดกั้นการสนทนาทางการเมือง

เอกสารยังชี้ด้วยว่า มีน้อยกว่าร้อยละ 25 ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก อาศัยอยู่ในประเทศซึ่งเรียกได้ว่าสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างเสรี หมายถึง

  • ไม่มีอุปสรรคในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
  • มีข้อจำกัดน้อยในการแชร์หรือดูข้อมูล
  • รัฐบาลสอดส่งการใช้ในวงจำกัด
  • ไม่มีผลที่อาจตามมาจากการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี

นอกจากนี้ รายงานระบุถึงการส่งเสริมเสรีภาพในการใช้อินเทอร์เน็ตว่าสามารถทำได้โดย

  • โครงการรณรงค์ในวงกว้างเพื่อสอนให้ประชาชนสังเกตข่าวเท็จได้
  • ควบคุมโฆษณาทางการเมือง
  • ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์รายใหญ่ ต้องพยายามกำจัดบอท และปรับอัลกอริทึมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง