แรงกดดันจากครอบครัวบีบเกย์จีนต้องเข้า 'บำบัดแก้เกย์'

  • 17 พฤศจิกายน 2017
ขณะที่มีการตระหนักถึงปัญหาของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศในจีนมากขึ้น แต่ผู้คนจำนวนมากยังคงเผชิญกับการเลือกปฏิบัติ Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ ขณะที่มีการตระหนักถึงปัญหาของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศในจีนมากขึ้น แต่ผู้คนจำนวนมากยังคงเผชิญกับการเลือกปฏิบัติ

กลุ่มคนรักเพศเดียวกันเล่าประสบการณ์จำใจรับ "การบำบัดแก้เกย์" เพราะแรงกดดันจากพ่อแม่ที่อับอาย หลายคนรับบริการที่โรงพยาบาลรัฐ ทั้งที่เป็นเรื่องผิดกฎหมายในจีน แต่ก็มักไม่มีใครแจ้งความ เพราะเกรงจะถูกเปิดเผยเรื่องทางเพศของตัวเอง และแรงกดดันจากครอบครัว เหตุการณ์เช่นนี้มักเกิดขึ้นหลังจากที่พวกเขาเปิดเผยกับพ่อแม่ว่าเป็นคนรักเพศเดียวกัน นี่จึงอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้คนรักเพศเดียวกันในจีนหลายล้านคนเลือกที่จะปิดบังตัวตนและฝืนใจแต่งงานกับเพศตรงข้าม

"การบำบัดแก้การเป็นคนรักเพศเดียวกัน" ในประเทศจีน เป็นที่รู้กันมานานแล้ว แต่ผลการศึกษาที่มาจากปากคำผู้ที่เข้ารับการบำบัด โดยตรงยังไม่มีการเผยแพร่มากนักในประเทศจีน โดยรายงานฉนับใหม่ของฮิวแมนไรท์วอทช์เผย พวกเขาระบุเคยถูกทั้งใช้ไฟฟ้าช็อต และบังคับให้กินยาโดยไม่บอกว่าเป็นยาอะไร

สมาคมจิตแพทย์โลก (World Psychiatric Association) ประกาศให้ "การบำบัดแก้การเป็นคนรักเพศเดียวกัน" เป็นเรื่องผิดจริยธรรม ผิดหลักวิทยาศาสตร์ และอันตราย นอกจากนี้การทำเช่นนี้ยังถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายในประเทศจีนอีกด้วย

แต่ก็มีรายงานเกี่ยวกับกรณีการถูกบังคับให้เข้ารับ "การบำบัดแก้การเป็นคนรักเพศเดียวกัน" เกิดขึ้น 17 กรณีระหว่างปี 2009-2017 กรณีศึกษาเหล่านี้ระบุถึงรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการบำบัดที่ใช้วิธีการล่วงละเมิดทางวาจาและจิตใจ การบังคับให้กินยาและใช้ไฟฟ้าช็อตในโรงพยาบาลหลายแห่ง

บอริส ดิตทริช ผู้อำนวยการโครงการสิทธิ์คนรักเพศเดียวกันของฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าวว่า การบำบัดเช่นนี้ทำเงินจำนวนมาก แพทย์และคลินิกต่าง ๆ สามารถคิดค่ารักษาได้สูงถึง 30,000 หยวน หรือประมาณ 158,000 บาท เพื่อ "รักษา" คนที่เป็นคนรักเพศเดียวกัน

ทางกลุ่มกำลังเรียกร้องให้รัฐบาลจีนยุติการรักษาเช่นนี้

ทำไมต้องช็อตคนด้วยไฟฟ้าและบังคับให้กินยา?

รายงานฉบับนี้ระบุว่า การล่วงละเมิดทางวาจาเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของปัญหา

ในจำนวนผู้ถูกสัมภาษณ์ มี 11 คน ที่ถูกบังคับให้กินยาโดยไม่ได้รับแจ้งถึงวัตถุประสงค์และผลข้างเคียง

ชายรักชายวัย 29 ปีคนหนึ่ง ซึ่งผ่าน "การรักษา" ที่โรงพยาบาลของรัฐในมณฑลฝูเจี้ยนเมื่อ 3 ปีก่อน เล่าว่า แพทย์และพยาบาลไม่ได้บอกเขาว่ายาที่เขากินคืออะไร

"พวกเขาแค่บอกผมว่า มันจะดีต่อผม และช่วยให้ 'การรักษา' ก้าวหน้า" เขาเล่า

จาง จื้อคุน หญิงข้ามเพศ กล่าวว่า เธอถูกบังคับให้ดูวิดีโอลามกชายรักชาย ขณะที่ถูกฉีด "ของเหลวไร้สี"

ผู้ที่ถูกสัมภาษณ์ 5 คนบอกว่า ถูกใช้ไฟฟ้าช็อตขณะที่ให้ชมภาพหรือวิดีโอ หรือมีการพูดบรรยาย เกี่ยวกับกิจกรรมของคนรักเพศเดียวกัน

กง เหลย เล่าถึงประสบการณ์ของเขาว่า

"แพทย์ขอให้ผมผ่อนคลาย เพราะผมกำลังจะฝึกการสะกดจิต และคิดถึงฉากการร่วมเพศกับเพื่อนชาย ในตอนนั้นผมรู้สึกเจ็บที่ข้อมือทั้งสองข้าง ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น"

ผู้ถูกสัมภาษณ์อีกคนหนึ่งจำได้ว่า เขาถูกช็อตไฟฟ้า 9 ครั้ง ระหว่างเข้ารับ "การรักษา" นาน 2 เดือน

"ข้อมือและแขนของผมชา หัวด้วย แต่ส่วนที่เจ็บที่สุดคือท้อง"

เจ้าหน้าที่การแพทย์ บอกว่า ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่า คนที่ผ่านการรักษาเช่นนี้ ได้ผลที่น่าพอใจ โดยในปี 2016 สมาคมจิตวิทยาโลกระบุว่า "การรักษาการเป็นคนรักเพศเดียวกันเช่นนี้ อาจทำให้เกิดการส่งเสริมการเลือกปฏิบัติและอคติ และพวกเขาอาจได้รับอันตรายได้"

แรงกดดันจากครอบครัวมีส่วนอย่างไร?

ผู้ที่ถูกสัมภาษณ์ทุกคนบอกกับฮิวแมนไรท์วอทช์ว่า พวกเขาจำใจต้องเข้ารับการบำบัด "แก้การเป็นคนรักเพศเดียวกัน" ซึ่งมักจะเกิดขึ้นไม่กี่วันหลังจากที่พวกเขาเปิดเผยกับพ่อแม่ว่าพวกเขาเป็นคนรักเพศเดียวกัน และพ่อแม่ก็รู้สึกอับอายที่ลูกของพวกเขาเป็นเช่นนั้น

สวี่ เจิน วัย 21 ปี เข้ารับ "การบำบัดแก้การเป็นคนรักเพศเดียวกัน" ที่คลินิกเอกชนแห่งหนึ่งเมื่อ 3 ปีก่อน เธอบอกว่า รู้สึกได้รับแรงกดดันจากพ่อแม่ให้เข้ารับการรักษา หลังจากเธอเปิดเผยกับพวกเขาว่าเป็นคนรักเพศเดียวกัน

"แม่ของฉันเริ่มโอดโอยเกี่ยวกับเรื่องเคราะห์ร้ายที่เกิดขึ้นกับครอบครัว พ่อของฉันบอกว่าเขาไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตต่อไปในโลกนี้อย่างไร"

เธอกล่าวว่า พ่อแม่ของเธอกลัว "การพบหน้าญาติพี่น้องคนอื่น ๆ ถ้าคนรู้ว่าฉันเป็นเลสเบียน"

เธอรู้สึกจนมุมและจำใจต้องเข้ารับ "การบำบัดแก้การเป็นคนรักเพศเดียวกัน" ที่คลินิก

จาง จื้อคุน เข้ารับการบำบัดหลายครั้งที่โรงพยาบาลของรัฐในเมืองเซินเจิ้นในปี 2012 เพราะเผชิญแรงกดดันจากพ่อแม่ของเธอ

"ฉันทำอะไรมากไม่ได้ ในการเปลี่ยนใจพ่อแม่ ฉันรู้ว่ามันคงไม่ได้ผล ถ้าฉันยังคงต้านทานแรงกดดันของพวกเขา"

แพทย์พูดถึงโรคต่างๆ เช่น เอดส์อย่างไรบ้าง

ผู้ที่ถูกบังคับให้เข้ารับการบำบัดส่วนใหญ่บอกว่า พวกเขาเผชิญกับการล่วงละเมิดทางวาจาและการดูหมิ่นเหยียดหยาม ระหว่างการรักษา

จาง จื้อคุน เล่าว่า หมอบอกเธอว่า "ถ้าคุณไม่เปลี่ยน [การเป็นคนรักเพศเดียวกัน] คุณจะป่วยและต้องตายเพราะเอดส์"

เธอยังเล่าว่า ได้รับจดหมายที่คนที่รักษาเธอเขียนมาถามเธอว่า "คุณเคยคิดถึงความสุขของพ่อแม่บ้างหรือเปล่า"

ชายรักชายจากมณฑลเหอเป่ยคนหนึ่งถูกบอกว่า "ถ้าคุณอยากมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายอีกคน คุณกำลังป่วย"

สถานการณ์ของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศในจีนเป็นอย่างไร?

มีการตระหนักถึงปัญหาของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศในประเทศจีนเพิ่มมากขึ้น การรักเพศเดียวกันไม่ถือเป็นการทำความผิดอีกต่อไปในปี 1997 และถูกนำออกจากบัญชีรายชื่อกลุ่มอาการผิดปกติทางจิตในปี 2001

เมืองใหญ่ ๆ มีแหล่งกิจกรรมที่คึกคักสำหรับเกย์มากมาย และเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นครเซี่ยงไฮ้เพิ่งจัดงานพาเหรดเกย์ไพรด์

กลุ่มนักเคลื่อนไหวระบุว่า มีคนรักเพศเดียวกันในจีนหลายล้านคนที่แต่งงานกับเพศตรงข้าม แทนที่จะเปิดตัวว่าเป็นคนรักเพศเดียวกัน เพราะเผชิญแรงกดดันจากครอบครัว ปีที่แล้วผู้พิพากษาตัดสินว่า คู่รักชายรักชายไม่สามารถจดทะเบียนแต่งงานกันได้ ถือเป็นคดีแรกในจีน

บอริส ดิตทริช จากฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าวว่า ผู้ที่เข้ารับ "การรักษา" ไม่ได้แจ้งความเรื่องที่เกิดขึ้นกับพวกเขา

"พวกเขากลัวว่าเรื่องทางเพศของพวกเขาจะถูกเปิดเผย และแรงกดดันจากครอบครัวก็ทำให้พวกเขาไม่กล้ายื่นร้องเรียนอย่างเป็นทางการ"

กฎหมายสุขภาพจิตปี 2013 กำหนดให้ การบำบัดแก้การเป็นคนรักเพศเดียวกันในจีนเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่การบำบัดนี้ก็ยังเกิดขึ้นต่อไป แต่นักเคลื่อนไหวระบุว่า มีความก้าวหน้าเกิดขึ้นในด้านสิทธิของกลุ่มคนหลากหลายกทางเพศในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ชายรักชายคนหนึ่งจากจีนตอนกลางได้รับคำขอโทษและค่าชดเชยจากโรงพยาบาลจิตเวชแห่งหนึ่ง หลังถูกบังคับให้เข้ารับ "การบำบัดแก้การเป็นคนรักเพศเดียวกัน"

จีนพยายามจะ "เปลี่ยน" คนรักเพศเดียวกันอย่างไร?

นี่คือการรักษาการรักเพศเดียวกันที่อยู่ในหนังสือชื่อ "Consulting Psychology" ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์การศึกษาขั้นสูงมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งเป็นตำราที่ได้รับการแนะนำสำหรับการศึกษาด้านสุขภาพจิต

1.ความรักที่ไม่มีเรื่องเพศมาเกี่ยวข้อง (Platonic love relationship): หาเพศตรงข้ามที่ "ภูมิฐานและเป็นห่วงเป็นใย" เป็นเพื่อนกันก่อนในตอนแรก จากนั้นค่อยพัฒนาความสัมพันธ์

2.บำบัดด้วยแรงผลักดัน (Repulsion therapy): ทำให้เกิดความรู้สึกพะอืดพะอม ด้วยการบังคับให้อาเจียน หรือทำให้เกิดความรู้สึกกลัวการถูกไฟฟ้าช็อต เมื่อคิดถึงการมีคนรักเพศเดียวกันขึ้นมา

3.บำบัดด้วยการช็อก (Shock therapy): ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในวิถีชีวิต ด้วยการย้ายไปอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ เพื่อตัดการติดต่อกับเพื่อน เป็นต้น

4.การถ่ายโอนรสนิยมทางเพศ (Sexual orientation transfer): เมื่อรู้สึกเร้าอารมณ์ ให้ฝึกถ่ายโอนความรู้สึกไปยังคนที่เป็นเพศตรงข้าม ด้วยการใช้ภาพและคลิปเสียงช่วย

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม