เพิ่มเติม: มูกาเบปรากฎตัวต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก หลังถูกกักบริเวณจากการยึดอำนาจ

  • 17 พฤศจิกายน 2017
นายมูกาเบ (คนที่สองจากขวา) ภายใต้คำสั่งกักบริเวณในบ้านพัก ถ่ายภาพร่วมกับพล.อ.คอนสแตนติโน ชีเวงกา ผู้บัญชาการทหารซิมบับเว (ขวา) Image copyright AFP / ZBC
คำบรรยายภาพ นายมูกาเบ (คนที่สองจากขวา) ภายใต้คำสั่งกักบริเวณในบ้านพัก ถ่ายภาพร่วมกับพล.อ.คอนสแตนติโน ชีเวงกา ผู้บัญชาการทหารซิมบับเว (ขวา)

ในวันนี้ (17 พ.ย.) นายโรเบิร์ต มูกาเบ วัย 93 ปีได้ปรากฏตัวต่อสาธารณะชนเป็นครั้งแรก หลังจากโดนกักบริเวณให้อยู่ในบ้านพัก ตั้งแต่ที่ทหารเข้ายึดอำนาจเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ท่ามกลางความขัดแย้งเรื่องการวางตัวผู้นำประเทศคนต่อไป

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่านายนายมูกาเบ วัย 93 ปี ปฏิเสธที่จะลาออกจากตำแหน่ง ส่วนกองทัพที่เข้าควบคุมอำนาจก็บอกว่าได้หารือกับนายมูกาเบแล้วและจะประกาศความคืบหน้าของการหารือให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

นายมูกาเบได้เข้าร่วมพิธีจบการศึกษาที่จัดขึ้นในกรุงฮาราเรในวันนี้ และก็ได้รับเสียงเชียร์จากผู้ที่เข้าร่วมในงาน เขายังร่วมร้องเพลงชาติกับคนเหล่านั้นด้วย

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่านายมูกาเบนั้นมาเพียงคนเดียว ไร้เงาของนางเกรซ มูกาเบ ผู้เป็นภรรยา และนายโจนาธาน โมโย รัฐมนตรีศึกษาธิการ

ขณะนี้ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ หลังจากการหารือระหว่างนายมูกาเบ ตัวแทนจากกลุ่มประเทศแอฟริกา และผู้บัญชาการทหารสูงสุดซิมบับเว แต่แหล่งข่าวระบุว่า นายมูกาเบ ยังปฏิเสธที่จะถอย

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ มอร์แกน สวานกิไร ผู้นำฝ่ายค้าน แถลงข่าว 16 พย. เรียกร้องให้มูกาเบลาออก

ด้านนายมอร์แกน สวานกิไร ผู้นำฝ่ายค้านซิมบับเว กล่าวก่อนหน้านี้ว่า "เพื่อประโยชน์ของประชาชน" นายมูกาเบ "ต้องลาออก... ในทันที"

ความเคลื่อนไหวของทหาร เกิดขึ้นหลังจากที่นายมูกาเบ สั่งปลดนายเอ็มเมอร์สัน มนังกักวา จากตำแหน่งรองประธานาธิบดี และส่งสัญญาณว่าต้องการให้นางเกรซ มูกาเบ ภรรยาของตนขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคซานู พีเอฟ และเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป

นายแอนดรูว์ ฮาร์ดิง ผู้สื่อช่าวบีบีซี รายงานจากซิมบับเว ว่าหากสามารถโน้มน้าวให้ประธานาธิบดีมูกาเบ ยอมลาออกได้ ก็จะช่วยให้ทหารมีความชอบธรรมในการเข้าแทรกแซงครั้งนี้ ซึ่งตามท้องถนนทั่วไป ยากที่จะหาผู้ที่ต้องการให้นายมูกาเบ อยู่ในตำแหน่งต่อ แต่การเจรจาหาวิธีให้เขาลงจากตำแหน่ง รวมถึงการบรรลุข้อตกลงเพื่อการเปลี่ยนผ่าน อาจต้องใช้เวลา

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ภาพมุมสูงของกรุงฮาราเรเมื่อวันที่ 16 พย. หลังทหารเข้าควบคุมประเทศ

สถานการณ์ในกรุงฮาราเรยังสับสน

หนังสือพิมพ์ซิมบับเว เฮอร์รัลด์ ตีพิมพ์ภาพจากการหารือที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงฮาราเร ระหว่างนายมูกาเบ กับพล.อ.คอนสแตนติโน ชีเวงกา ผู้บัญชาการทหารบกซิมบับเว และผู้แทนอีก 2 คนจากประชาคมเพื่อการพัฒนาแอฟริกาตอนใต้ (เอสเอดีซี) โดยมีบาทหลวงฟิเดลิส มูโคโนรี ซึ่งเป็นนักบวชนิกายโรมันคาทอลิกที่รู้จักกับนายมูกาเบ มานาน มาเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย

แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับการหารือครั้งนี้ ระบุว่า นายมูกาเบ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งผู้นำซิมบับเว มาตั้งแต่หลังจากการโค่นอำนาจรัฐบาลผิวขาวที่เป็นคนกลุ่มน้อยเมื่อปี 1980 ยังปฏิเสธที่จะลงจากตำแหน่งอย่างสมัครใจก่อนหน้าการเลือกตั้งในปีหน้า

แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับทหาร ระบุกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า "คิดว่าเขากำลังพยายามถ่วงเวลา" ส่วนผู้สังเกตการณ์บางส่วน มองว่านายมูกาเบ อาจจะกำลังต้องการคำยืนยันว่าตัวเองและครอบครัวจะปลอดภัยหลังลงจากอำนาจ

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ของพรรคซานู พีเอฟ เสนอว่าอาจให้นายมูกาเบ อยู่ในตำแหน่งต่อไปแต่ในนาม จนกว่าจะถึงการประชุมใหญ่ของพรรคในเดือนธันวาคม และจากนั้นให้แต่งตัวนายมนังกักวา เป็นหัวหน้าพรรคและผู้นำประเทศคนต่อไปอย่างเป็นทางการ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นายมูกาเบ พบปะกับเจ้าหน้าที่ระดังสูงที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงฮาราเร

มุมมองของชาวซิมบับเว

โดย แอน ซอย รายงานจากซิมบับเว

ชาวซิมบับเวจำนวนมาก ขานรับความเคลื่นไหวของทหารแทบจะในทันทีที่เกิดการแทรกแซงการบริหารประเทศและกักบริเวณนายมูกาเบ

คนขายหนังสือรายหนึ่งกล่าวว่า "ทหารทำสิ่งที่ดีแล้ว เขาจะช่วยยืนยันให้เรามีรัฐบาลเปลี่ยนผ่าน" ซึ่งชาวซิมบับเว รายนี้ชื่อว่า ระบอบการปกครองยาวนาน 37 ปีของนายมูกาเบ กำลังจะสิ้นสุดลง

เท่าที่ผ่านมา ชาวซิมบับเว แสดงออกว่าต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งดูเหมือนว่าขณะนี้ การเปลี่ยนแปลงแบบใดก็น่าจะเป็นที่ยอมรับ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ผู้คนออกมาใช้ชีวิตตามปกติ ขณะทหารยังคงควบคุมสถานการณ์

แอฟริกาใต้และภูมิภาคต้องการอะไร

ปัจจุบันแอฟริกาใต้ ให้ที่พักพิงกับชาวซิมบับเวนับล้านคนที่หนีออกนอกประเทศหลังระบบเศรษฐกิจล่มสลายเมื่อปี 2008 จึงนับได้ว่าเป็นประเทศที่จะได้ประโยชน์หากซิมบับเวฟื้นฟูสเถียรภาพกลับมาได้อีกครั้ง

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่านายโนซิวีเว มาฟีซา-นคากูลา รัฐมนตรีกลาโหมและนายบอนกานี บอนโก รัฐมนตรีความมั่นคงแอฟริกาใต้ ที่เข้าพบนายมูกาเบ ในฐานะตัวแทนจากเอสเอดีซี ได้พยายามผลักดันซิมบับเวให้ "ระงับความท้าทายทางการเมืองอย่างสันติ"

ด้านสหภาพแอฟริกา ระบุว่าจะไม่ยอมรับการยึดอำนาจโดยทหาร และประธานาธิบดีอัลฟา คอนเด แห่งกีนี ซึ่งเป็นประธานสหภาพแอฟริกากล่าวว่า "ขอเชิญทหารกลับเข้ากรมกอง และคืนประเทศกลับสู่ความเรียบร้อยตามรัฐธรรมนูญ"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ความล้มเหลวทางเศรษฐกิจส่งผลถึงประชาชนทั่วไป เด็กหญิงในกรุงฮาราเรเก็บอาหารที่พอกินได้จากกองขยะ

จุดยืนฝ่ายค้านซิมบับเว

นายสวางกิไร ผู้นำพรรคเอ็มดีซี-ที ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักของซิมบับเว กล่าวว่า ส่วนหนึ่งของ "การหารือกลไกการเปลี่ยนผ่านที่ครอบคลุม" จะต้องให้นายมูกาเบ ลาออกในทันที โดยระบุว่าจะนำไปสู่การปฏิรูปอย่างครบวงจร เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม ซึ่งนายเทนได บีที ผู้นำฝ่ายค้านอีกพรรคก็เห็นด้วย

เกิดอะไรขึ้นกับนางเกรซ มูกาเบ

ก่อนหน้านี้รายงานเบื้องต้นระบุว่า นางเกรซ มูกาเบ ได้เดินทางไปยังนามิเบีย แต่ในขณะนี้แหล่งข่าวหลายรายชี้ว่า เธออยู่ในบ้านพักที่กรุงฮาราเร กับผู้สนับสนุนรุ่นใหม่ของพรรคซานู พีเอฟ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เกรซ มูกาเบ ภรรยาของมูกาเบ ซึ่งได้รับการวางตัวให้สืบทอดอำนาจของเขาไม่นานมานี้

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา นายคุดไซ ชีปันกา ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษทางโทรทัศน์ หลังจากวิจารณ์ทหารจนเกิดการโต้เถียงก่อนหน้าที่ทหารจะเข้ายึดอำนาจ โดยตอนแรกเชื่อกันว่านายชีปันกา อยู่ในการควบคุมของทหาร แต่ต่อมา มีการชี้แจงว่าเขาออกแถลงการณ์ขอโทษเองด้วยความสมัครใจ

ที่มาที่ไปของการที่ทหารเข้ายึดอำนาจ

ในช่วงเช้าของวันพุธ กองทัพซิมบับเว ได้เข้ายึดสำนักงานใหญ่ของสถานีโทรทัศน์แห่งชาติแซดบีซี และออกแถลงการณ์ ว่ามีเป้าหมายเป็น "อาชญากร" ที่อยู่รอบตัวนายมูกาเบ

จากนั้นตลอดทั้งวัน กองทัพได้ส่งรถถังไปปิดล้อมอาคารรัฐสภาและอาคารสำคัญอื่น ๆ

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พล.อ.ชีเวงกา ได้กล่าวเตือนว่าทหารจะเข้าแทรกแซง เพื่อยุติการ "กวาดล้าง" สมาชิกพรรคซานู พีเอฟ "ที่มีพื้นฐานเสรีนิยม" ซึ่งนายมนังกักวา เป็นหนึ่งในผู้ที่ผ่านเหตุการณ์ที่นำไปสู่การประเทศอิสรภาพในช่วงปี 1970 ด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม