เด็กจีนซ่อนตัวใต้ท้องรถ 80 กม.ไปตามหาพ่อแม่

  • 28 พฤศจิกายน 2017
เด็กซ่อนตัวโดยเกาะส่วนใต้ท้องรถไว้แน่น Image copyright SOUTHERN MORNING POST
คำบรรยายภาพ ภาพวิดีโอจากเว็บไซต์สื่อท้องถิ่น แสดงให้เห็นว่าเด็กซ่อนตัวโดยเกาะส่วนใต้ท้องรถไว้แน่น

ภาพข่าวของเด็กชายชาวจีน 2 คน ที่ซ่อนตัวใต้ท้องรถบัสโดยสารเป็นระยะทางถึง 80 กิโลเมตรเพื่อไปตามหาพ่อแม่ สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ชาวจีนจำนวนมาก และทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความเป็นอยู่ของเด็กในชนบทที่ "ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง" เพราะพ่อแม่ต้องไปหางานทำในเมืองใหญ่

สื่อทางการจีนรายงานโดยไม่ได้เปิดเผยชื่อเด็กทั้ง 2 คนว่า เหตุนี้เกิดขึ้นที่เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของประเทศ โดยเด็กชายทั้งคู่มาจากหมู่บ้านที่ยากจน และต้องการไปตามหาพ่อแม่ที่จากไปทำงานในพื้นที่มณฑลกวางตุ้งซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน

ครูที่โรงเรียนของเด็กชายทั้งสองได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ หลังพบว่าเด็กหายตัวไปเมื่อวันที่ 23 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยเด็กนั้นอาศัยกินนอนอยู่ที่โรงเรียนมาตั้งแต่พ่อแม่ย้ายถิ่นฐานไปทำงานที่อื่น

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบตัวเด็กชายทั้งสองในวันเดียวกัน โดยพบว่าซ่อนตัวอยู่ใต้ท้องรถบัสโดยสารคันหนึ่ง ขณะแวะจอดพักที่สถานีขนส่งระหว่างทาง เนื้อตัวเด็กเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลน และเกาะโครงใต้ท้องรถเอาไว้แน่น

Image copyright SINA WEIBO
คำบรรยายภาพ เรื่องราวน่าสะเทือนใจได้รับการเผยแพร่โดยสื่อท้องถิ่นและสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของทางการจีน

หนังสือพิมพ์หนานกว๋อเซาเป้ารายงานว่า เด็กชายทั้งสองอยู่ในวัยราว 8-9 ปี และน่าประหลาดใจว่าเด็กเกาะอยู่ใต้ท้องรถซึ่งเดินทางมาไกล 80 กิโลเมตรได้โดยไม่ได้รับอันตราย ทั้งที่ในระหว่างนั้น รถต้องวิ่งผ่านเนินเขาสูงชันเป็นระยะทางราว 5 กิโลเมตรด้วย

เจ้าหน้าที่ของสถานีขนส่งที่พบตัวเด็กบอกกับสื่อท้องถิ่นว่า เด็กตัวเล็กและผอมมากจึงสามารถซ่อนตัวอยู่ในที่แคบใต้ท้องรถได้ ทางสถานีได้แจ้งให้ญาติของเด็กมารับตัวกลับบ้าน ซึ่งก็มีผู้ปกครองมารับตัวไปแล้ว

เหตุดังกล่าวสร้างความตกตะลึงให้กับสังคมออนไลน์จีนในวงกว้าง โดยผู้ใช้เว็บไซต์ยอดนิยมเวยปั๋วต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเหตุการณ์ที่น่าเศร้าและเป็น "โศกนาฏกรรมของสังคมจีน" เนื่องจากในปัจจุบัน มีเด็กเล็กในชนบทจำนวนมากหลายสิบล้านคนที่ต้องพลัดพรากจากพ่อแม่ตั้งแต่อายุไม่กี่ขวบด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ ทำให้เกิดคำถามว่าใครจะเป็นผู้ดูแลเด็กเหล่านี้ เพราะในบางกรณีเด็กต้องอาศัยอยู่กับปู่ย่าตายายที่แก่ชรา หรือแม้กระทั่งต้องอยู่กันตามลำพัง

Image copyright KEVIN FRAYER/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ แม้จะมีการรณรงค์ส่งเสริมนโยบาย "ความฝันแบบจีน" กันในวงกว้าง แต่คนชนบทก็ยังต้องเข้ามาหางานทำในเมืองใหญ่ ทิ้งลูกหลานที่ยังเล็กไว้กับบ้าน

ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์อีกหลายคนแสดงความเห็นต่อกรณีนี้ว่า สะท้อนให้เห็นความล้มเหลวของนโยบาย "ความฝันแบบจีน" ที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และพรรคคอมมิวนิสต์จีนดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2013 โดยเป้าหมายหนึ่งคือมุ่งขจัดความยากจนทั่วประเทศให้หมดไปภายในปี 2020

"ความรุ่งเรืองเฟื่องฟูของจีน มาจากการกดขี่เอารัดเอาเปรียบแรงงานย้ายถิ่นฐานเป็นส่วนมาก ความฝันแบบจีนจึงกลายเป็นความขมขื่นสำหรับเด็กโง่ที่น่าสงสารสองคนนี้" ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์จีนผู้หนึ่งกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง